GCAP GOLD ชี้ปมเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่านไร้ข้อยุติฉุดทองคำผันผวน จับตาผลประชุมเฟดชี้ชะตาดอกเบี้ย
ตลาดทองคำเผชิญแรงเหวี่ยงจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง หลังทรัมป์ล้มโต๊ะเจรจาสันติภาพที่ปากีสถาน นักลงทุนให้น้ำหนัก 99.5% เฟดคงอัตราดอกเบี้ย 3.50% - 3.75% พร้อมจับตาทิศทางนโยบายครึ่งปีหลัง ฝ่ายวิเคราะห์ประเมินราคายังอยู่ในช่วงพักฐาน แนะรอจังหวะย่อตัวเข้าซื้อสะสมที่ระดับ 4,500-4,550 ดอลลาร์
30 เมษายน 2569 บริษัท GCAP GOLD วิเคราะห์สภาวะตลาดทองคำในสัปดาห์นี้ว่ามีแนวโน้มผันผวนในระดับสูง โดยมีปัจจัยหลักจากการเจรจาสันติภาพในตะวันออกกลางที่ยังไร้ข้อสรุป ภายหลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศยกเลิกการส่งคณะผู้แทนสหรัฐฯ ไปหารือข้อตกลงหยุดยิงกับอิหร่าน ณ ประเทศปากีสถาน ขณะที่ทางการอิหร่านยื่นข้อเสนอใหม่ผ่านคนกลางเพื่อขอยุติการปิดล้อมทางทะเลบริเวณช่องแคบฮอร์มุซก่อนเริ่มการเจรจาประเด็นนิวเคลียร์ในลำดับถัดไป
นางสาวอารีรัตน์ มุราชัย หัวหน้านักวิเคราะห์ บริษัท GCAP GOLD ระบุว่าความไม่แน่นอนดังกล่าวส่งผลโดยตรงต่อแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย หากการเจรจามีสัญญาณเชิงบวกอาจทำให้ราคาทองคำเผชิญแรงขายทำกำไรระยะสั้น แต่ในปัจจุบันสถานการณ์ยังมีความไม่แน่นอนสูง
“ระยะนี้ทองคำจะยังแกว่งตัวแรงตามกระแสข่าวการเมืองระหว่างประเทศ และนักลงทุนควรระวังความผันผวนจากข่าวที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็วเป็นพิเศษ”
อีกปัจจัยสำคัญที่ตลาดการเงินโลกจับตาคือการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ในวันที่ 29 เมษายน 2569 ซึ่งตลาดคาดการณ์ด้วยน้ำหนักสูงถึง 99.5% ว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 3.50% - 3.75% เป็นครั้งที่ 3 ติดต่อกัน นอกจากนี้ยังต้องติดตามถ้อยแถลงของนายเจอโรม พาวเวล ถึงทิศทางนโยบายในช่วงครึ่งหลังของปี รวมถึงความชัดเจนในการรับรองตำแหน่งของนายเควิน วอร์ช ซึ่งอาจส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงนโยบายการเงินในอนาคต
ฝ่ายวิเคราะห์ระบุว่า ราคาทองคำในเชิงโครงสร้างยังไม่ใช่ขาขึ้นเต็มตัว แต่เป็นการดีดตัว (Rebound) เพื่อทดสอบแนวต้านในช่วงพักฐานเท่านั้น โดยประเมินแนวรับและแนวต้านสำคัญดังนี้:
- แนวต้านสำคัญ: หากยืนเหนือระดับ $4,650 ได้ต่อเนื่อง มีโอกาสทดสอบโซน $4,680 - $4,700
- แนวรับสำคัญ: หากหลุดระดับ $4,550 ลงไป อาจเผชิญแรงขายกดดันรอบใหม่
สำหรับการลงทุนทองคำแท่งในประเทศ แนะนำกลยุทธ์ "รอจังหวะย่อตัวเพื่อซื้อสะสม" บริเวณ 70,000 / 69,500 บาท และพิจารณา "แบ่งขายทำกำไร" เมื่อราคาเข้าใกล้โซน 72,000 / 72,500 บาท หากราคาไม่สามารถทะลุผ่านแนวต้านดังกล่าวได้ โดยให้เน้นการบริหารความเสี่ยงจากความผันผวนของข่าวสารที่อาจเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็วในช่วงนี้