โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กทม.ค่าดัชนีความร้อนเข้าขั้น 'อันตราย' เตือนกลุ่มเสี่ยงสังเกตอาการตัวเอง

JS100

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว • JS100:จส.100
กทม.ค่าดัชนีความร้อนเข้าขั้น 'อันตราย' เตือนกลุ่มเสี่ยงสังเกตอาการตัวเอง

สำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร รายงานค่าดัชนีความร้อน (Heat Index) สูงสุดรายวันในพื้นที่กรุงเทพฯ พบว่า วันนี้ (7 เม.ย.) ค่าดัชนีความร้อนสูงสุด อยู่ในระดับ 'อันตราย' โดยผลกระทบต่อสุขภาพจากความร้อน คือ ผลกระทบที่เกิดจากการรับสัมผัสอุณหภูมิของอากาศที่สูงขึ้น เกินกว่าระดับที่ร่างกายรับได้ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อร่างกายทั้งทางตรงและทางอ้อม เช่น มีอาการอ่อนเพลีย วิงเวียนศรีษะ มีผื่นบวมแดง ตะคริว จนถึงโรคลมร้อน (Heat stroke)

ดัชนีความร้อน (Heat Index) หมายถึง อุณหภูมิที่ร่างกายรู้สึกได้ ณ ขณะนั้น (Feel like) ขึ้นกับอุณหภูมิและความชื้นสัมพัทธ์ของอากาศ เหมาะสำหรับบ่งชี้ความเสี่ยงที่ร่างกายจะได้รับผลกระทบจากความร้อนมากกว่า

ค่าดัชนีความร้อน แบ่งได้เป็น 4 ระดับ ดังนี้

- ดัชนีความร้อน 27.0 - 32.9 องศาเซลเซียส อยู่ในระดับ "เฝ้าระวัง" ควรติดตามข่าวสารการเตือนภัยความร้อน กลุ่มเสี่ยง ควรดื่มน้ำสะอาดบ่อย ๆ

- ดัชนีความร้อน 33.0 - 41.9 องศาเซลเซียส อยู่ในระดับ "เตือนภัย" ควรลดกิจกรรมกลางแจ้ง ช่วง11.00 - 15.00 น. กลุ่มเสี่ยง หากมีอาการผิดปกติ ให้รีบพบแพทย์

- ดัชนีความร้อน 42.0 - 51.9 องศาเซลเซียส อยู่ในระดับ "อันตราย" ควรสังเกตอาการตนเอง กลุ่มเสี่ยง หากมีอาการผิดปกติ ให้รีบพบแพทย์

- ดัชนีความร้อน เกินกว่า 52 องศาเซลเซียส อยู่ในระดับ "อันตรายมาก" ควรงดทำกิจกรรมกลางแจ้งโดยเด็ดขาด หากมีอาการผิดปกติให้รีบพบแพทย์

กลุ่มเสี่ยงได้แก่

- เด็กเล็ก (อายุ 0-5 ปี)

-ผู้สูงอายุ (ตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป)

- หญิงตั้งครรภ์

- ผู้ป่วย หรือผู้ที่มีโรคประจำตัว ผู้ที่มีภาวะอ้วน

- ผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์ ผู้ที่ต้องทำงานกลางแจ้งเป็นเวลานาน

- ผู้ที่ออกกำลังกายกลางแจ้ง และนักท่องเที่ยว

#ดัชนีความร้อน

#โรคลมร้อน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...