“จีน” ปรับขึ้นราคาน้ำมันเบนซินเป็นครั้งที่ 6 ของปี รัฐเตรียมมาตรการคุมราคา
"จีน" ปรับขึ้นราคาน้ำมันเบนซินเป็นครั้งที่ 6 ของปี ขณะรัฐวิสาหกิจรับภาระต้นทุน และรัฐเตรียมมาตรการคุมราคา หากวิกฤตพลังงานยืดเยื้อ
วันที่ 7 เมษายน 2569 เวลา 15.42 น. สำนักข่าว Nikkei Asia รายงานว่า จีนปรับขึ้นราคาน้ำมันเบนซินเป็นครั้งที่ 6 ของปีในวันอังคารที่ผ่านมา แต่ยังคงจำกัดอัตราการปรับขึ้น เพื่อบรรเทาผลกระทบจากราคาน้ำมันโลกที่พุ่งสูงจากสงครามอิหร่าน
National Development and Reform Commission (NDRC) หน่วยงานวางแผนเศรษฐกิจของจีน ปรับเพดานราคาน้ำมันเบนซินเพิ่มขึ้น 420 หยวน หรือราว 61 ดอลลาร์ต่อตัน ซึ่งต่ำกว่าระดับปกติที่ควรปรับขึ้นถึงประมาณ 800 หยวน สะท้อนการใช้มาตรการพิเศษที่เริ่มตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคม เพื่อควบคุมราคาพลังงานในประเทศ
ขณะเดียวกันราคาน้ำมันดีเซลถูกปรับขึ้น 400 หยวนต่อตัน โดยมีผลตั้งแต่เที่ยงคืนวันเดียวกัน ทั้งนี้จีนมีระบบปรับราคาพลังงานทุก 10 วันทำการ โดยราคาจริงจะแตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ เช่น ในนครเซี่ยงไฮ้ ราคาน้ำมันเบนซิน 92 ออกเทน คาดว่าจะเพิ่มจาก 8.53 หยวนต่อลิตร เป็นราว 8.9 หยวน
นักวิเคราะห์ ระบุว่า บริษัทน้ำมันของรัฐอย่าง Sinopec กำลังแบกรับภาระต้นทุนบางส่วน ด้วยการลดอัตรากำไรจากการกลั่นน้ำมัน ขณะที่รัฐบาลจีนมีแผนใช้มาตรการด้านภาษีและการคลังเพิ่มเติม หากราคาน้ำมันโลกพุ่งแตะระดับ 130 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดยล่าสุดราคาน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวอยู่ที่ประมาณ 111 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
แม้ราคาพลังงานโลกจะผันผวนจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลให้การขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซหยุดชะงัก แต่จีนยังถูกมองว่ามีความเสี่ยงต่ำกว่าประเทศในเอเชียอื่น เนื่องจากมีแหล่งพลังงานหลากหลาย ทั้งสำรองน้ำมันขนาดใหญ่ การพึ่งพาถ่านหินในสัดส่วนสูง และการลงทุนในพลังงานหมุนเวียน
สี จิ้นผิง ยังได้เน้นย้ำว่าการพัฒนาพลังงานลมและแสงอาทิตย์เป็นแนวทางที่มองการณ์ไกล ขณะที่พลังงานถ่านหินยังคงเป็นฐานสำคัญของระบบพลังงานประเทศ พร้อมผลักดันการกระจายแหล่งพลังงานเพื่อเสริมความมั่นคงทางเศรษฐกิจ
นอกจากนี้การขยายตัวของยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ยังช่วยลดแรงกดดันจากราคาน้ำมัน โดยจีนตั้งเป้าเพิ่มจุดชาร์จจาก 20 ล้านจุดในปัจจุบัน เป็น 28 ล้านจุดภายในปี 2570
นักเศรษฐศาสตร์ มองว่า แม้ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นจะยังไม่ส่งผลกระทบมากต่อเงินเฟ้อผู้บริโภคในระยะสั้น แต่ต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้นอาจกระทบภาคการผลิตในวงกว้าง โดยเฉพาะราคาวัตถุดิบที่มีแนวโน้มสูงขึ้น ขณะที่ตัวเลขเงินเฟ้อของจีนทั้ง CPI และ PPI เดือนมีนาคม มีกำหนดประกาศในวันศุกร์นี้
อ้างอิง : asia.nikkei.com