ก.ล.ต. เปิดรับฟังความเห็น "ผู้ถือหุ้นใหญ่" สกัดทุนสีเทา-ฟอกเงินข้ามชาติ
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เล็งจัดระเบียบตลาดทุนครั้งสำคัญ ประกาศเปิดรับฟังความคิดเห็นเพื่อรื้อใหญ่เกณฑ์ "ลักษณะต้องห้าม" ของกลุ่มผู้ถือหุ้นรายใหญ่ในธุรกิจหลักทรัพย์ อนุพันธ์ และสินทรัพย์ดิจิทัล หวังปิดประตูตายไม่ให้กลุ่มทุนสีเทาและอาชญากรข้ามชาติใช้ช่องโหว่ทางกฎหมายเข้ามาฟอกเงิน ท่ามกลางกระแสการขยายตัวของธุรกิจข้ามอุตสาหกรรม (Cross-sector) ที่ทวีความซับซ้อน การขยับตัวครั้งนี้ถือเป็นการยกระดับมาตรฐานการคัดกรองคุณสมบัติผู้กุมบังเหียนธุรกิจ ให้ครอบคลุมความผิดฐานฟอกเงินและสนับสนุนการก่อการร้ายทั้งในและต่างประเทศ เพื่อล้างบางความเสี่ยงและกอบกู้ความน่าเชื่อถือของตลาดทุนไทยให้แข็งแกร่งอย่างยั่งยืน
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ ก.ล.ต. เดินเครื่องเปิดรับฟังความคิดเห็นต่อหลักการปรับปรุงหลักเกณฑ์ว่าด้วย "ลักษณะต้องห้าม" ของกลุ่มผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ที่ครอบคลุมทั้งผู้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ ผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า และผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล นโยบายนี้มีเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์เพื่อสร้างเกราะป้องกัน สแกนคุณสมบัติของผู้ถือหุ้นรายใหญ่ให้มีความเหมาะสม โปร่งใส และเป็นการยกระดับความน่าเชื่อถือของตลาดทุนไทยในสายตานักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ
เบื้องลึกของการลุกขึ้นมาสังคายนาเกณฑ์ดังกล่าว มาจากสภาวการณ์ของอาชญากรรมทางการเงินข้ามชาติในปัจจุบันที่วิวัฒนาการความซับซ้อนขึ้นอย่างก้าวกระโดด โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาชญากรรมที่เกี่ยวเนื่องกับความผิดฐานฟอกเงิน ผนวกกับเทรนด์การขยายตัวของการประกอบธุรกิจแบบข้ามกลุ่มอุตสาหกรรม หรือ Cross-sector ที่แผ่ขยายอิทธิพลทั้งในประเทศไทยและเวทีโลก สภาพแวดล้อมเช่นนี้เปรียบเสมือนช่องโหว่ขนาดใหญ่ที่อาจเปิดทางให้กลุ่มบุคคลที่มีประวัติสีเทา หรือบุคคลที่ไม่เหมาะสม สามารถแทรกซึมเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับผู้ประกอบธุรกิจในตลาดทุน ไม่ว่าจะเป็นทางตรงหรือทางอ้อม ปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้กลายเป็นแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้ ก.ล.ต. ต้องงัดมาตรการคัดกรองคุณสมบัติและความเหมาะสมของผู้ถือหุ้นรายใหญ่ให้มีความเข้มข้นและรัดกุมสูงสุด
มติแห่งความเปลี่ยนแปลงนี้ถูกจุดประกายขึ้นจากการประชุมคณะกรรมการ ก.ล.ต. และการประชุมคณะกรรมการกำกับตลาดทุน เมื่อช่วงเดือนเมษายน ปีพุทธศักราช 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งที่ประชุมได้มีมติเป็นเอกฉันท์เห็นชอบในหลักการปรับปรุงลักษณะต้องห้ามของผู้ถือหุ้นรายใหญ่ เพื่อสร้างความกระจ่างและอุดรอยรั่วให้ครอบคลุมพัฒนาการของความเสี่ยงในยุคปัจจุบัน ไฮไลต์สำคัญคือการขยายขอบเขตการพิจารณาประวัติการกระทำความผิดฐานฟอกเงิน ซึ่งจะครอบคลุมลึกไปถึงฐานความผิดในการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย และการแพร่ขยายอาวุธทำลายล้างสูง ไม่ว่าจะเกิดขึ้นบนแผ่นดินไทยหรือในต่างประเทศ
นอกจากนี้ ยังมีการพิจารณาฐานความผิดสำคัญในทุกข้อกฎหมายที่อยู่ภายใต้ร่มเงาการกำกับดูแลของ ก.ล.ต. เพื่อตีกรอบป้องกันความเสี่ยงอันเกิดจากเครือข่ายธุรกิจ Cross-sector ที่เชื่อมโยงถึงกันอย่างสลับซับซ้อน
อย่างไรก็ตามการกำหนดหลักเกณฑ์ในครั้งนี้ จะนำไปสู่การสร้างมาตรฐานเดียวกันแบบเบ็ดเสร็จ ทั้งในแง่ของหลักเกณฑ์ลักษณะต้องห้าม และการชั่งน้ำหนักพิจารณาปัจจัยความร้ายแรงของพฤติกรรมผู้ถือหุ้นรายใหญ่ครอบคลุมผู้ประกอบธุรกิจทุกประเภท
อย่างไรก็ดี เพื่อลดแรงกระแทกและให้เวลาในการปรับตัว ก.ล.ต. จะมีการกำหนดบทเฉพาะกาลขึ้นมารองรับ เพื่อเปิดโอกาสให้ทั้งฝั่งผู้ประกอบธุรกิจและกลุ่มผู้ถือหุ้นรายใหญ่ได้มีระยะเวลาในการเตรียมความพร้อม จัดระเบียบโครงสร้าง ก่อนที่กฎเหล็กฉบับนี้จะถูกบังคับใช้อย่างเป็นทางการ
สำหรับกระบวนการผลักดันร่างกฎเกณฑ์นี้ ก.ล.ต. ได้เปิดกว้างรับฟังเสียงสะท้อนจากทุกภาคส่วน โดยได้เผยแพร่เอกสารรับฟังความคิดเห็นผ่านช่องทางเว็บไซต์หลักของ ก.ล.ต. รวมไปถึงระบบกลางทางกฎหมายของภาครัฐ ผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียและประชาชนที่สนใจ สามารถร่วมแสดงความคิดเห็นและเสนอแนะได้ผ่านทางเว็บไซต์ หรือส่งผ่านอีเมลของเจ้าหน้าที่รับผิดชอบโดยตรง ทั้งทีมงานที่ดูแลฝั่งผู้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (aurawan@sec.or.th, gritchanut@sec.or.th และ witchulada@sec.or.th) ตลอดจนทีมงานที่ดูแลผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล (jirapat@sec.or.th และ wasu@sec.or.th) โดยเวทีรับฟังความคิดเห็นนี้จะเปิดกว้างไปจนถึงเส้นตายในวันที่ 28 พฤษภาคม ปีพุทธศักราช 2569 เพื่อรวบรวมทุกมุมมองนำไปสู่การบังคับใช้กฎหมายที่สมบูรณ์แบบที่สุด
website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO