“น้ำมันดิบโลก” ร่วงแรง เบรนท์ดิ่ง 7% แตะ 102 ดอลลาร์ หลังสหรัฐ-อิหร่านจ่อดีลยุติสงคราม
"น้ำมันดิบโลก" ร่วงแรง เบรนท์ดิ่ง 7% แตะ 102 ดอลลาร์ หลังสหรัฐ-อิหร่านจ่อดีลยุติสงคราม และสหรัฐพักปฏิบัติการคุ้มกันเรือชั่วคราวเพื่อเปิดทางดีลสันติภาพ
วันที่ 6 พฤษภาคม 2569 เวลา 16.24 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่าราคาน้ำมันร่วงลงต่อเนื่องเป็นวันที่สอง หลังมีรายงานว่าสหรัฐและอิหร่านกำลังเข้าใกล้การบรรลุบันทึกความเข้าใจ (Memorandum of Understanding) เพื่อยุติสงครามในตะวันออกกลาง
รายงานของ Axios ระบุว่า ข้อตกลงดังกล่าวจะมีความยาวเพียง 1 หน้า และอาจรวมถึงการที่ทั้งสองฝ่ายยกเลิกข้อจำกัดในช่องแคบฮอร์มุซ แม้ข้อตกลงยังไม่ได้ข้อสรุปสุดท้าย แต่สหรัฐคาดว่าอิหร่านจะตอบกลับภายใน 48 ชั่วโมง
หลังข่าวดังกล่าว ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ร่วงลงมากถึง 7% แตะ 102.22 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในตลาดลอนดอน ขณะที่น้ำมันดิบ WTI ของสหรัฐ ปรับตัวลงสูงสุด 7.7%
ก่อนหน้านี้ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ โพสต์ผ่าน Truth Social ว่า สหรัฐจะระงับปฏิบัติการคุ้มกันเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซชั่วคราว เพื่อเปิดทางให้การเจรจากับอิหร่านดำเนินต่อไป โดยระบุว่ามีความคืบหน้าอย่างมากต่อการบรรลุข้อตกลงยุติสงคราม
ด้าน Shehbaz Sharif นายกรัฐมนตรีปากีสถาน ซึ่งทำหน้าที่เป็นคนกลางในการเจรจาระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ ระบุผ่าน X ว่า เขาหวังว่าโมเมนตัมในปัจจุบันจะนำไปสู่ข้อตกลงถาวรที่สร้างสันติภาพและเสถียรภาพให้ภูมิภาค
ขณะเดียวกัน หวัง อี้ รัฐมนตรีต่างประเทศจีน เรียกร้องให้อิหร่านเดินหน้าเจรจาต่อไป เพื่อสร้างข้อตกลงหยุดยิงระยะยาวกับสหรัฐระหว่างการพบหารือกับรัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านที่กรุงปักกิ่ง ก่อนทรัมป์เดินทางเยือนจีนในอีกไม่กี่วันข้างหน้า
ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นแล้วราว 50% นับตั้งแต่สงครามเริ่มต้นปลายเดือนกุมภาพันธ์ หลังน้ำมันจากอ่าวเปอร์เซียหลายร้อยล้านบาร์เรลถูกตัดออกจากตลาดโลก ปัจจุบัน การขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังถูกจำกัดจากการปิดล้อมสองด้าน โดยอิหร่านขัดขวางการเดินเรือ ขณะที่สหรัฐปิดกั้นไม่ให้เรือเข้าท่าเรืออิหร่าน
ก่อนหน้านี้ Marco Rubio รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ กล่าวว่า “Operation Epic Fury” ได้สิ้นสุดลงแล้ว หลังสหรัฐและอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่านมาเป็นเวลา 66 วัน พร้อมระบุว่า ปฏิบัติการดังกล่าวบรรลุเป้าหมายที่วางไว้
รัฐบาลสหรัฐยังพยายามลดความกังวลเรื่องการกลับเข้าสู่สงครามเต็มรูปแบบ โดย Pete Hegseth รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐ ยืนยันว่า ข้อตกลงหยุดยิงที่เริ่มต้นเมื่อเกือบหนึ่งเดือนก่อนยังคงมีผลอยู่
ขณะที่ Dan Caine ประธานคณะเสนาธิการร่วมสหรัฐฯ กล่าวว่า การโจมตีเรือและโครงสร้างพื้นฐานพลังงานใน UAE ของอิหร่าน ยังไม่ถือเป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิง และระบุเพิ่มเติมว่าการปิดล้อมรอบช่องแคบฮอร์มุซทำให้เรือพาณิชย์กว่า 1,550 ลำ และลูกเรือราว 22,000 คน ติดค้างอยู่ในอ่าวเปอร์เซีย อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์มองว่า แม้จะมีสัญญาณลดความตึงเครียด แต่การฟื้นตัวของอุปทานน้ำมันจะใช้เวลานาน
Dilin Wu นักกลยุทธ์ตลาดจาก Pepperstone Group ระบุว่า แม้จะมีข่าวบวกเรื่องการลดความตึงเครียด แต่การฟื้นตัวของอุปทานไม่สามารถเกิดขึ้นได้ทันที เพราะยังต้องใช้เวลาในการเปลี่ยนเส้นทางเรือบรรทุกน้ำมัน การประเมินความเสี่ยงใหม่ของบริษัทประกัน และการเพิ่มกำลังการผลิต
ในสหรัฐ ข้อมูลภาคอุตสาหกรรมยังระบุว่า สต๊อกน้ำมันดิบลดลง 8.1 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งหากตัวเลขทางการยืนยัน จะถือเป็นการลดลงมากที่สุดนับตั้งแต่กลางเดือนกุมภาพันธ์
Carl Larry นักวิเคราะห์จาก Enverus กล่าวว่า ตลาดยังอยู่ในภาวะสลับระหว่างแรงซื้อกับแรงขายทำกำไรในแต่ละวัน และแม้ตลาดจะเริ่มชินกับสถานการณ์ แต่ความผันผวนยังสูง โดยเฉพาะเมื่อสต๊อกน้ำมันลดลงซึ่งจะกระตุ้นแรงซื้อจากนักลงทุนฝั่งขาขึ้นอีกครั้ง
อ้างอิง : bloomberg.com