โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หลานนักศึกษาน้ำตาคลอ! ตา-ยายโดนรถเร่หลอกขายหมอนนวด 4,500 แถมบังคับผ่อน ขู่คืนโดนปรับ

เดลินิวส์

อัพเดต 11 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 17 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
หนุ่มนิติปี 3 ร้องทนายดัง หลังตายายในศรีสะเกษถูกรถเร่หลอกขายหมอนนวดไฟฟ้าราคาสูงเกินจริง ทั้งที่ท้องตลาดไม่ถึง 500 บาท ซ้ำยังถูกบังคับผ่อนและขู่ปรับหากคืนสินค้า วอนเป็นอุทาหรณ์สังคม

เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 6 พ.ค. 69 ที่สำนักงานมูลนิธิรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม ถนนแจ้งวัฒนะ ตำบลบางตลาด อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี นายวิทย์ (ขอสงวนชื่อ-นามสกุล) อายุ 21 ปี นักศึกษาคณะนิติศาสตร์ ชั้นปีที่ 3 จากมหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่ง เข้าร้องเรียนขอความเป็นธรรมกับ นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานมูลนิธิ หลังตาและยายซึ่งอาศัยอยู่ในพื้นที่ชนบทภาคอีสาน ถูกกลุ่มรถเร่ขายสินค้าหลอกขายหมอนนวดไฟฟ้าราคาแพงเกินจริง

นายวิทย์ เปิดเผยด้วยความเป็นห่วงว่า เหตุเกิดเมื่อวันที่ 1 พ.ค. ที่ผ่านมา ขณะตาและยายพักผ่อนอยู่ที่บ้านในพื้นที่ตำบลท่าค้อ อำเภอเบญจลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ได้มีรถเร่เข้ามาขายสินค้าในหมู่บ้าน ก่อนพนักงานหญิงจะเข้ามาพูดจาหว่านล้อมจนตาและยายหลงเชื่อ ตัดสินใจซื้อหมอนนวดไฟฟ้าในราคา 4,500 บาท

ทั้งที่ก่อนหน้านั้นตาและยายพยายามปฏิเสธแล้ว แต่กลับถูกเซ้าซี้และโน้มน้าวอย่างต่อเนื่อง พร้อมเสนอเงื่อนไขให้จ่ายค่าธรรมเนียม 150 บาท และผ่อนชำระเดือนละ 1,100 บาท เป็นเวลา 4 เดือน

“พอผมเห็นรูปสินค้าที่ยายส่งมาให้ ตกใจมาก เพราะของแบบนี้ในตลาดขายไม่ถึง 500 บาท มันต่างกันเกินไป ผมรู้สึกสงสารตากับยายมาก” นายวิทย์ กล่าว

เจ้าตัวยังระบุว่า เมื่อโทรไปสอบถามหัวหน้าทีมขาย กลับได้รับคำตอบไม่รับผิดชอบ และหากต้องการคืนสินค้าจะต้องเสียค่าปรับ 2,000 บาท อีกทั้งยังท้าทายให้ไปเจอกันที่โรงพัก ยิ่งทำให้มองว่าเป็นพฤติกรรมเอาเปรียบผู้สูงอายุที่รู้ไม่ทันกลโกง

เบื้องต้น นายวิทย์ได้แนะนำให้ตาและยายหยุดผ่อนชำระ และคืนสินค้าไปก่อน พร้อมตัดสินใจนำเรื่องเข้าร้องเรียนเพื่อให้เป็นกรณีตัวอย่างเตือนภัยสังคม

ด้าน นายรณณรงค์ กล่าวว่า พฤติกรรมดังกล่าวเข้าข่ายเอารัดเอาเปรียบผู้บริโภค โดยเฉพาะผู้สูงอายุ และย้ำว่า การเรียกเก็บค่าปรับ 2,000 บาทกรณีคืนสินค้า ไม่มีข้อกฎหมายรองรับ จึงแนะนำให้ผู้เสียหายรวบรวมหลักฐานเข้าแจ้งเรื่องต่อสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) รวมถึงลงบันทึกประจำวันที่สถานีตำรวจ เพื่อปกป้องสิทธิของตนเอง พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งเข้ามาดูแล เนื่องจากลักษณะเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นบ่อยในพื้นที่ต่างจังหวัด.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...