ใครเป็นเจ้าของ ข้าวกล่องใน 7-Eleven เมนูเดียวกัน แต่กล่องสีต่างกัน?
เคยสงสัยไหมว่าทำไมข้าวกล่องที่ขายใน 7-11 ถึงต้องมีหลายสี แถมบางเมนูอย่าง เช่น “กะเพราหมู” ก็ดันมีให้เลือกซื้อหลายสี ทั้งกล่องสีแดงและกล่องสีขาว ?
รู้ไหมว่าจริง ๆ แล้วเครือฯ CP เจ้าของ 7-11 เขาจงใจทำให้ข้าวกล่องที่ขายใน 7-11 มีหลายสีจริง ๆ
ถ้าอยากรู้ว่าทำไม ? TODAYBizview จะสรุปให้แบบเข้าใจง่าย ๆ
บนเว็บไซต์ของ CPF หนึ่งในผู้ผลิตอาหารแช่แข็งและอาหารแช่เย็นส่งให้ร้าน 7-11ประเทศไทย ได้อธิบายสาเหตุที่กล่องใส่อาหารใน 7-11 ต้องมีหลายสีไว้ว่ามาจาก 3 ประเด็นหลัก ๆ
1. ข้าวกล่องแต่ละสีใน 7-11 มีผู้ผลิตแตกต่างกัน
คนที่ผลิตอาหารแช่เย็นและอาหารแช่แข็งใน 7-11 จะมีอยู่ด้วยกัน 2 บริษัทหลัก ๆ ได้แก่
บริษัท ซีพีเอฟ ฟู้ด แอนด์ เบฟเวอร์เรจ จำกัด ในเครือฯ CPF และบริษัท ซีพีแรม จำกัด หรือ CPRAM
– CPF จะเน้นผลิตข้าวกล่องสีดำ-สีขาว เป็นหลัก
– CPRAM จะเน้นผลิตข้าวกล่องสีแดงและสีอื่น ๆ เป็นหลัก
ซึ่งทั้ง 2 บริษัทนี้จะอยู่ในเครือฯ CP และรับหน้าที่ผลิตอาหารแช่แข็งและแช่เย็นส่ง 7-11 ทั้งคู่
โดยส่วนใหญ่แล้วเราจะเห็นสินค้าที่ 2 บริษัทนี้ผลิตได้บ่อย ๆ กับแบรนด์ตระกูล “EZY”
อย่างเช่น ข้าวกล่อง EZY GO และข้าวกล่อง EZY Choice
รวมไปถึงยังผลิตอาหารอื่น ๆ อีกหลายเมนู เช่น เมนูเบอร์เกอร์, ติ๋มซำ ฯลฯ
ไม่ใช่แค่เมนูข้าวกล่องอย่างเดียว
2. 7-11 ใช้สีของกล่องข้าวทำการตลาด
เมนูข้าวกล่องในร้านสะดวกซื้อ 7-11 จะมีการใช้กลยุทธ์ที่ดูคล้ายกับ “Product Segment” เอาไว้ด้วย
Product Segment อธิบายง่าย ๆ คือเจ้าของแบรนด์จะกำหนดว่าสินค้าตัวไหนเหมาะจะขายใคร ? เพื่อให้ง่ายต่อทำการตลาด เช่น การตั้งราคาขาย, การกำหนดรูปแบบบรรจุภัณฑ์ และอีกหลายอย่าง
โดย 7-11 จะใช้สีของกล่องข้าวมาช่วยสร้าง Visual Identity หรือการสร้างความแตกต่างผ่าน “การมองเห็น” ด้วยการใช้สีมาช่วยสะท้อนว่าสินค้านี้มี Position อยู่ตรงไหน ? ยกตัวอย่างเช่น
– ข้าวกล่องสีทองแบรนด์ EZYGO Gold Selection เน้นวัตถุดิบและเมนูพรีเมียม มีราคาขายสูงที่สุดในบรรดาข้าวกล่องในร้าน 7-11 มีเมนูอย่างปลาหมึกผัดไข่เค็มที่ราคาขาย 69 บาท
7-11 เลยอาจจะใช้สีทองของกล่องข้าวมาสะท้อนความพรีเมียม ทำให้คนเห็นว่าข้าวกล่องนี้พรีเมียมกว่าเมนูอื่น ๆ
– กล่องสีเขียวแบรนด์ EZYGO ซีรีส์ “กินดี” เน้นอาหารสุขภาพแคลอรีต่ำ มีเมนูอย่างข้าวหอมมันปูกะเพราอกไก่
การเลือกใช้ “สีเขียว” ที่สื่อถึงธรรมชาติได้ชัดเลยน่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด ในการทำให้ลูกค้าเข้าใจว่านี่คืออาหารเพื่อสุขภาพนั่นเอง
3. กระบวนการผลิต และระยะเวลาเก็บรักษา
จากข้อ 1 หลายคนน่าจะสงสัยว่าทำไม 7-11 ถึงต้องใช้บริษัทถึง 2 แห่งมาผลิตอาหารแช่เย็น
และอาหารแช่แข็ง แทนที่จะใช้แค่บริษัทเดียว ?
คำตอบคือทั้ง 2 บริษัทนี้มีเทคโนโลยีรวมไปถึงวิธีการผลิตอาหารที่แตกต่างกันทำให้อาหารที่ออกมาจะมีคาแรกเตอร์ที่แตกต่างกันตามไปด้วย
เท่าที่มีข้อมูลทั้ง 2 บริษัทจะสามารถผลิตอาหารแช่เย็นและอาหารแช่แข็งได้เหมือนกัน แต่ CPRAM จะเด่นเรื่อง “อาหารแช่เย็น” ข้าวกล่องจะใช้ระยะเวลาเข้าไมโครเวฟน้อย แต่ระยะเวลาเก็บรักษาสั้น
ส่วน CPF จะเด่นเรื่อง “อาหารแช่แข็ง” ข้าวกล่องจะใช้ระยะเวลาเข้าไมโครเวฟนานกว่า แต่ระยะเวลาเก็บรักษาก็จะสูงตามไปด้วย
พอเป็นแบบนี้อาหารบางประเมนูที่เหมาะกับการซื้อไปเก็บไว้นาน ๆ ก็อาจเหมาะให้ CPF ผลิตมากกว่า
ส่วนอาหารบางประเภทที่ลูกค้าซื้อไปแล้วทานเลยก็อาจเหมาะให้ CPRAM ผลิตมากกว่า
ทำให้ในร้าน 7-11 ต้องใช้ผู้ผลิตข้าวกล่องหลัก ๆ ถึง 2 บริษัท เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าให้ได้มากที่สุดนั่นเอง
อ่านถึงตรงนี้หลายคนน่าจะเข้าใจคำตอบของคำถามที่ว่า ทำไมข้าวกล่องที่ขายใน 7-11 ถึงต้องมีหลายสี แถมบางเมนูอย่าง เช่น “กะเพราหมู” ก็ดันมีให้เลือกซื้อหลายสี ทั้งกล่องสีแดงและกล่องสีขาว ? กันแล้ว
ว่าเป็นเรื่องของผู้ผลิต, ระยะเวลาในการเก็บรักษา รวมไปถึงเรื่องของตำแหน่งทางการตลาดของเมนูนั้น ๆ ว่าทำมาขายใครด้วยนั่นเอง