โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

Bitazza Thailand ประกาศจุดยืนใหม่ พลิกโฉมไทยสู่ศูนย์กลาง Stablecoin

การเงินธนาคาร

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว

Bitazza Thailand ฉลองครบรอบ 7 ปี ดึง Anchorage Digital และ Tether ร่วมประกาศศักดาในไทย ชี้ชัด Stablecoin ไม่ใช่แค่การลงทุน แต่คือ "โครงสร้างพื้นฐาน" ใหม่ที่ใครเข้าถึงก่อนชนะ

วันที่ 28 เมษายน 2569 - บริษัท บิทาซซ่า จำกัด หรือ Bitazza Thailand จัดงาน “The Movable Monday” เพื่อใช้ความเชี่ยวชาญเชิงลึกในตลาดประเทศไทยเชื่อมโยงผู้เล่นระดับโลกด้านสินทรัพย์ดิจิทัลและสเตเบิลคอยน์เข้ากับโอกาสใหม่ในระบบการเงินไทย ตอกย้ำจุดยืนในฐานะผู้นำด้านการเข้าถึงสเตเบิลคอยน์ (Stablecoin) และตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลระดับสถาบัน

โดยจัดขึ้นร่วมกับพันธมิตรระดับโลก Anchorage Digital ธนาคารสินทรัพย์ดิจิทัลแห่งแรกในสหรัฐอเมริกาที่ได้รับใบอนุญาตในระดับรัฐบาลกลาง ผู้พัฒนาสเตเบิลคอยน์ USAT และ Tether ผู้บุกเบิกเทคโนโลยีสเตเบิลคอยน์ระดับโลกและผู้พัฒนาสเตเบิลคอยน์ USDT

การจัดงานครั้งนี้ยกระดับจากงานสัมมนาอุตสาหกรรมสู่เวทีรวมผู้กำหนดทิศทางของระบบการเงินในภูมิภาค ทั้งจากภาคการเงิน การชำระเงิน โครงสร้างพื้นฐานข้ามพรมแดน และสถาบันการลงทุน สะท้อนถึงบทบาทของประเทศไทยที่กำลังก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางฟินเทคในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

นางสาววิมลพรรณ วิบูลย์มา ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายสื่อสารองค์กรและการตลาดของ Bitazza Thailand กล่าวว่า “สเตเบิลคอยน์กำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของการเงินยุคใหม่ที่ไม่ใช่แค่ทางเลือกในการลงทุนเพียงอย่างเดียว สะท้อนผ่านตลาดที่เติบโตขึ้น รายงานของ CoinDesk Data ระบุว่า มูลค่าตลาดของสเตเบิลคอยน์เพิ่งแตะจุดสูงสุดใหม่ในเดือนมีนาคม 2569 ที่ผ่านมา อยู่ที่ 3.17 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ การจัดงานร่วมกับพาร์ทเนอร์ภายใต้งาน Money20/20 จึงเป็นส่วนหนึ่งในความมุ่งมั่นของเราที่จะเชื่อมต่อคนไทยเข้าสู่โครงสร้างพื้นฐานอย่างเท่าทันโลก”

Bitazza Thailand ในฐานะผู้เล่นที่อยู่ในตลาดมาอย่างยาวนานกว่า 7 ปี และเป็นนายหน้าสินทรัพย์ดิจิทัลที่ได้รับใบอนุญาตจากกระทรวงการคลังและอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ในประเทศไทยร่วมส่งเสริมอนาคตของอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลผ่านเวทีเฉพาะกลุ่ม เพื่อเปิดพื้นที่สำหรับการพูดคุยเชิงลึกเกี่ยวกับบทบาทของสเตเบิลคอยน์ในระบบการเงินยุคใหม่ โดยมุ่งเน้นการแลกเปลี่ยนมุมมองระหว่างผู้เล่นระดับสถาบันในด้านการชำระเงิน การบริหารสภาพคล่อง และการใช้งานจริงในระดับโครงสร้างพื้นฐาน

ภายในงาน “The Movable Monday” ยังมีเวทีเสวนาในหัวข้อ “Building the Future of Money – Institutions, Infrastructure & the Road Ahead” ซึ่งวิมลพรรณได้ร่วมดำเนินรายการ และถ่ายทอดมุมมองจากผู้เล่นระดับสถาบันในหลากหลายมิติของอุตสาหกรรม

เวทีเสวนาเริ่มจากการพูดคุยแลกเปลี่ยนกันว่า สถาบันการเงินเริ่มมองสเตเบิลคอยน์เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ด้านการบริหารสภาพคล่อง รวมถึงการชำระเงินและการโอนเงินข้ามพรมแดน มากกว่าการเป็นเพียงสินทรัพย์เพื่อการลงทุน

Aaron Thian - Director of Institutional Sales, Anchorage Digital กล่าวว่า “สเตเบิลคอยน์กำลังถูกนำมาใช้งานในกระบวนการทางการเงินของสถาบันมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากการทดลองในช่วงแรกสู่การเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ต้องมีทั้งความปลอดภัย การกำกับดูแล และการเข้าถึงที่ได้มาตรฐาน”

ในมุมมองของฝั่งผู้ออกเหรียญบุณยวีย์ พลายพันธุ์ - Thailand/Indochina Country Manager, Tether กล่าวว่า “สเตเบิลคอยน์กำลังกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของระบบการเงินโลก โดยเฉพาะในภูมิภาคที่การเข้าถึงเงินดอลลาร์สหรัฐและระบบการชำระเงินข้ามพรมแดนยังมีข้อจำกัด”

ระบบนิเวศที่ต้องทำงานร่วมกันเพื่อให้เกิดการใช้งานจริง

อีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่ถูกหยิบยกขึ้น คือ การเติบโตของสเตเบิลคอยน์ไม่ได้ขึ้นอยู่กับผู้เล่นรายใดรายหนึ่ง แต่เกิดจากการทำงานร่วมกันของทั้งระบบนิเวศ ทั้งในส่วนของผู้ออกเหรียญที่สร้างสภาพคล่องและความน่าเชื่อถือของสินทรัพย์ โครงสร้างพื้นฐานและผู้ดูแลสินทรัพย์ที่รับผิดชอบด้านความปลอดภัยและระบบหลังบ้าน รวมถึงแพลตฟอร์มนายหน้าซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลอย่าง Bitazza Thailand ที่ทำหน้าที่เชื่อมต่อสภาพคล่องระดับโลกสู่ผู้ใช้งานในประเทศไทย

ศิรดา ไตรจักร์วนิช รองประธานฝ่ายการพัฒนาธุรกิจ Bitazza Thailand กล่าวว่า “Bitazza Thailandมุ่งเน้นการเป็นประตูเชื่อมระหว่างตลาดไทยกับระบบนิเวศระดับโลก โดยเฉพาะในกลุ่มสเตเบิลคอยน์และการใช้งานในระดับสถาบัน เราให้ความสำคัญกับการดำเนินงานภายใต้กรอบกำกับดูแล และการสร้างโอกาสที่มีคุณภาพให้กับผู้ใช้งานในระยะยาว”

แม้สเตเบิลคอยน์จะเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่เวทีเสวนาชี้ให้เห็นตรงกันว่า “ความเชื่อมั่น” ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญของการยอมรับในระดับสถาบันความเชื่อมั่นนี้ประกอบด้วย 3 องค์ประกอบหลัก ได้แก่ ความโปร่งใสของเงินสำรอง สภาพคล่องที่สามารถใช้งานได้จริง และความสม่ำเสมอในการรักษาเสถียรภาพของสินทรัพย์

ขณะเดียวกัน ฝั่งโครงสร้างพื้นฐานอย่าง Anchorage Digital ยังเน้นย้ำว่า ความปลอดภัยของระบบเป็นสิ่งที่ไม่สามารถต่อรองได้ เนื่องจากความเชื่อมั่นสามารถสูญเสียได้จากเหตุการณ์เพียงครั้งเดียว

เวทีเสวนายังสะท้อนให้เห็นว่า ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงประเทศไทย กำลังก้าวขึ้นเป็นพื้นที่สำคัญของการใช้งานสเตเบิลคอยน์ในภาคธุรกิจ สเตเบิลคอยน์ถูกนำไปใช้จริงในหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นการโอนเงินข้ามพรมแดน การบริหาร Treasury และการเคลื่อนย้ายเงินทุนระหว่างประเทศ ซึ่งช่วยลดต้นทุน เพิ่มความรวดเร็ว และแก้ข้อจำกัดของระบบการเงินแบบเดิมได้อย่างมีนัยสำคัญ

อย่างไรก็ตาม การเติบโตของสเตเบิลคอยน์ยังต้องเผชิญกับความท้าทายสำคัญ โดยเฉพาะความแตกต่างของกฎระเบียบในแต่ละประเทศ (Regulatory Fragmentation) ความสัมพันธ์กับระบบธนาคารดั้งเดิม และความซับซ้อนของระบบนิเวศที่มีหลายเชนและหลายมาตรฐาน ปัจจัยเหล่านี้ยังคงเป็นโจทย์สำคัญต่อการขยายตัวในระดับสากล

Bitazza Thailandมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการเข้าถึงสเตเบิลคอยน์สำหรับคนไทย ซึ่งถือโอกาสในงานครั้งนี้เพื่อเฉลิมฉลองโอกาสครบรอบ 7 ปีของการเปิดให้บริการซื้อขาย USDT คู่กับเงินบาท

การจัดงานร่วมกันกับ Anchorage Digital และ Tether ในครั้งนี้ สะท้อนถึงการเชื่อมต่อระหว่างผู้ให้บริการระดับโลกและแพลตฟอร์มในประเทศ เพื่อร่วมสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับการใช้งานจริง ทั้งในด้านการดูแลสินทรัพย์ (Custody) สภาพคล่อง และการเข้าถึงตลาด

ในช่วงเวลาที่อุตสาหกรรมกำลังก้าวเข้าสู่ระยะของการคัดกรองผู้เล่น (Market Consolidation) Bitazza Thailandยังคงดำเนินธุรกิจภายใต้การกำกับดูแลในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง โดยให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของสินทรัพย์ลูกค้า การปฏิบัติตามกฎระเบียบ และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับการใช้งานจริง

สเตเบิลคอยน์กำลังเปลี่ยนบทบาทจากเครื่องมือในโลกคริปโตไปสู่โครงสร้างพื้นฐานของระบบการเงินอย่างชัดเจน และในขณะที่อนาคตยังเต็มไปด้วยความท้าทาย สิ่งหนึ่งที่เห็นได้ชัด คือ การขับเคลื่อนอุตสาหกรรมนี้จะเกิดขึ้นได้ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ตั้งแต่ผู้ออกเหรียญ โครงสร้างพื้นฐาน ไปจนถึงแพลตฟอร์มที่เชื่อมต่อผู้ใช้งาน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ คริปโทเคอร์เรนซี ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...