แท็กซี่-ไรเดอร์-วินฯ บุกทำเนียบฯ จี้รัฐคุมแพลตฟอร์ม-ปรับค่าโดยสาร
28 เมษายน 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล กลุ่มผู้ขับรถแท็กซี่สาธารณะ สหภาพไรเดอร์ และวินจักรยานยนต์ รวมตัวเข้ายื่นหนังสือข้อเรียกร้องต่อรัฐบาล เพื่อผลักดันการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจแพลตฟอร์มขนส่ง และขอให้รถที่ขึ้นทะเบียนประเภท รย.17 และ รย.18 สามารถปรับอัตราค่าบริการได้สูงกว่ารถรับจ้างทั่วไป โดยมี นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นผู้รับหนังสือ พร้อมเข้าร่วมประชุมรับฟังข้อเสนอและแนวทางแก้ไขปัญหา
นายสิริพงศ์ ระบุว่า ตนเองได้รับมอบหมายจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมให้กำกับดูแลเรื่องดังกล่าว โดยยืนยันว่าพร้อมรับฟังความเดือดร้อนของผู้ประกอบอาชีพขับรถรับจ้าง ซึ่งปัญหาที่สะท้อนออกมานั้น เป็นประเด็นที่สังคมไทยเผชิญมาอย่างยาวนาน ทั้งเรื่องค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม อัตราค่าบริการ และระบบการลงทะเบียน
ทั้งนี้ ก.คมนาคมเตรียมเร่งปรับปรุงกฎหมายขนส่งสาธารณะให้ทันสมัย และสร้างความเป็นธรรมระหว่างแท็กซี่ดั้งเดิมกับรถผ่านแอปพลิเคชัน พร้อมย้ำการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด โดยกำหนดให้ผู้ขับรถประเภท รย.18 ต้องมีใบขับขี่สาธารณะ และผ่านการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมภายใน 4 เดือน หากฝ่าฝืนจะถูกดำเนินคดีทันที
นอกจากนี้รัฐบาล ยังมีแผนออกมาตรการลดต้นทุนให้ผู้ขับขี่ เช่น โครงการเปลี่ยนรถเก่าเป็นรถยนต์ไฟฟ้า (EV) โดยย้ำว่าการปรับระบบทั้งหมดจะคำนึงถึงความปลอดภัยและประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก
สำหรับข้อเรียกร้องที่ยื่นต่อนายกรัฐมนตรี มีสาระสำคัญ 6 ประเด็น คือ
- ขอให้รัฐบาลใช้อำนาจบังคับใช้กฎหมายกำกับแพลตฟอร์มดิจิทัลขนส่งสาธารณะอย่างเคร่งครัด
- ลงโทษแพลตฟอร์มที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมายในระดับสูงสุด
- เสนอจัดทำแอปพลิเคชันกลางสำหรับบริการรถรับจ้างทุกประเภท
- ขอแก้กฎหมายเพื่อลดต้นทุนและเปิดโอกาสการลงทุนในระบบแท็กซี่
- ขยายอายุใช้งานรถแท็กซี่จาก 9 ปี เป็น 12 ปี และรถไฟฟ้าเป็น 15 ปี
- ให้รัฐมีอำนาจกำหนดอัตราค่าโดยสารอย่างเหมาะสมในแต่ละพื้นที่
อย่างไรก็ตาม ภายหลังการหารือ ตัวแทนกลุ่มผู้ยื่นหนังสือแสดงความไม่พอใจต่อรัฐบาล โดยระบุว่าการประชุมใช้เวลาเพียงแค่ 15 นาที ซึ่งไม่เพียงพอต่อการทำความเข้าใจปัญหา และยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจนจากรัฐบาล โดยคำชี้แจงส่วนใหญ่เป็นเพียงการรับเรื่องไปพิจารณาไม่มีกรอบเวลาแน่นอน
นอกจากนี้ ตัวแทนกลุ่มยังสะท้อนถึงภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อผู้ขับขี่โดยตรง ขณะที่ค่าโดยสารไม่สามารถปรับขึ้นได้ตามกลไกที่กำหนด เรียกร้องให้รัฐบาลพิจารณามาตรการช่วยเหลือ เช่น บัตรส่วนลดหรือคูปองค่าน้ำมัน และก๊าซ LNG หรือ LPG อย่างเป็นรูปธรรม
สำหรับท่าทีการเคลื่อนไหวในระยะต่อไป ตัวแทนกลุ่มระบุว่าจะประเมินสถานการณ์จากความเดือดร้อนของผู้ขับขี่ทั่วประเทศเป็นหลัก โดยยอมรับว่าศักยภาพของกลุ่มยังมีจำกัด และยังไม่มีแผนจัดกิจกรรมเพิ่มเติมในระยะนี้ หากไม่ได้รับแรงสนับสนุนในวงกว้างจากผู้ประกอบอาชีพเดียวกัน