โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

CIB รวบ 3 ผู้ต้องหา คดี “แอ็คมี่” ทลายเครือข่ายกลโกง ยึดทรัพย์กว่า 60 ล้าน

การเงินธนาคาร

อัพเดต 28 มี.ค. เวลา 11.05 น. • เผยแพร่ 27 มี.ค. เวลา 09.51 น.

CIB บุกจับ 3 ผู้ต้องหาในขบวนการหลอกลงทุน “แอ็คมี่” วรวัฒน์ นาคแนวดี หลังเตรียมชิ่งหนีไปสิงคโปร์ พร้อมตรวจค้น ทลายเครือข่ายกลโกง ยึดทรัพย์อีกกว่า 60 ล้านบาท เตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อผลตอบแทนเกินจริง แนะตรวจสอบให้ดีทุกครั้งก่อนลงทุน

วันที่ 27 มีนาคม 2569 - กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก. หรือ CIB) แถลงผลการปฏิบัติ 2 กรณี สำคัญเกี่ยวเนื่องกับขบวนการหลอกลงทุน “แอ็คมี่” หรือ นายวรวัฒน์ นาคแนวดี หลังมีผู้เสียหายจำนวน 61 ราย เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนแล้วว่าถูกชักชวนให้ลงทุนในเหรียญดิจิทัลและคริปโทเคอร์เรนซี โดยแต่ละรายลงทุนประมาณ 1-2 ล้านบาท รวมมูลค่าความเสียหายและมีเงินหมุนเวียนในเครือข่ายการหลอกลวงนี้รวมกว่า 800 ล้านบาท

พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผู้บังคับการกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบพบว่า ก.ล.ต. เคยร้องทุกข์ดำเนินคดีกับนายวรวัฒน์ไว้แล้ว 2 คดีตั้งแต่ปี 2568 โดยจากการตรวจสอบข้อมูล ได้มีการออกหมายจับทั้งหมด 7 หมาย ประกอบด้วยผู้ต้องหาจำนวน 7 ราย แบ่งเป็นบุคคล 5 รายและนิติบุคคล 2 ราย

โดยในวันที่ 20 มีนาคม 2569 ที่ผ่าน CIB ได้บุกจับ 3 ผู้ต้องหาในขณะที่กำลังเตรียมการหลบหนีไปยังประเทศสิงคโปร์ได้แก่ นายอภิชาติ ซึ่งเป็นพี่ชายของนายวรวัฒน์ นายศักดินา และนางสาวจุฑามาศ ซึ่งทั้ง 2 รายเป็นพนักงานในบริษัท บิทแนนซ์ จำกัด ส่วนผู้ต้องหาอีก 2 รายกำลังหลบหนีอยู่ในต่างประเทศ โดยการบุกจับตัวผู้ต้องหาในครั้งนี้แบ่งออกเป็น 2 กรณีด้วยกันคือ

กรณีที่ 1 จากคดีที่สำนักงานก.ล.ต. ได้มีการร้องเรียนเว็บไซด์ 1000X.live ซึ่งเป็นช่องในการหลอกลงทุน โดยมีมูลค่าความเสียหายรวมกว่า 200 ล้านบาท ซึ่งกลุ่มเครือข่ายแอ็คมี่ ได้ใช้วิธีการหลอกให้ผู้ลงทุน ฝากคริปโทเคอร์เรนซีเข้าสู่เว็บไซด์ 1000X.live ซึ่งทางทีมงานได้มีการเตรียมกระเป๋าคริปโทฯ กว่า 70 กระเป๋าเป็นช่องทางรับเงินจากนักลงทุน

หลังจากนั้นจึงทยอยโอนคริปโทฯจากทั้ง 70 กระเป๋าเข้ามาสู่กระเป๋าของนางสาวจุฑามาศเพียงกระเป๋าเดียวก่อนที่จะ Cash Out ออกเป็นเงินสดด้วยวิธีการ Over the Counter จากแพลตฟอร์มซื้อขายแลกเปลี่ยนที่ได้รับการกำกับบดูแลโดยสำนักงานก.ล.ต. เพื่อนำเงินสดออกไปจากระบบ

โดยในกรณีนี้ CIB ได้มีการยึดทรัพย์ของเครือข่ายผู้ต้องหาได้แก่ รถหรู 4 คันมูลค่า 25 ล้านบาท กระเป๋าและเครื่องประดับแบรนด์เนมกว่า 60 ชิ้น มูลค่ามากกว่า 10 ล้านบาท โฉนดที่ดิน บ้านพักของนายนายวรวัฒน์มูลค่า 30 ล้านบาท และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกซ์อีกกว่า 10 รายการ

โดยผู้ต้องหาที่ถูกจับจากกรณีนี้มีความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, นำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์, สมคบตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปเพื่อกระทำการฟอกเงิน

กรณีที่ 2 CIB ได้ทำการเข้าตรวจค้นบริษัท บิทแนนซ์ จำกัด จากกรณีที่เว็บไซด์ Wowbit ได้มีการอายัดการถอนเงิน หลังมีการโฆษณาชักชวนให้ไปอบรมที่บริษัทบิทแนนซ์ อีกทั้งเชิญชวนให้ผู้เสียหายฝาก/ออมเงิน (ผ่านบัญชีนายศักดินา ซึ่งเป็นบัญชีม้า) โดยสัญญาว่าจะให้ดอกเบี้ยสูงถึง 90% ต่อปี

อีกทั้งยังมีการเชิญชวนให้ซื้อเหรียญ ACT แล้วฝากไว้ใน Wallet ของกลุ่มผู้ต้องหา โดยสัญญาว่าจะซื้อกลับในราคาที่สูงขึ้น 5 เท่าเมื่อผู้เสียหายลงทุน กลับพบว่าไม่สามารถถอนเงินจากระบบได้จนกระทั่งเว็บไซด์ปิดหนี โดยมีจำนวนเงินหมุนเวียนในเครือข่ายนี้รวมกว่า 549 ล้านบาท

จากการตรวจค้นบริษัทบิทแนนซ์ในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ทำการยึดอุปกรณ์ระบบเซิร์ฟเวอร์และเครือข่ายจำนวน 11 เครื่อง บัญชีธนาคาร 2 เล่ม และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกซ์อีก 7 เครื่อง

นอกจากนี้ CIB ยังได้ฝากเตือนไปยังพี่น้องประชาชน หากพบกรณีการชักชวนลงทุนในลักษณะดังกล่าว ขอให้ตรวจสอบแหล่งที่มาและใบอนุญาตประกอบกิจการว่าได้รับการรับรองจากหน่วยงานกำกับดูแล เช่น สำนักงาน ก.ล.ต. หรือธนาคารแห่งประเทศไทยหรือไม่

พร้อมขอให้ตระหนักว่าการลงทุนที่เสนอผลตอบแทนสูงเกินจริงนั้นมักแฝงไปด้วยการทุจริต

ในขณะเดียวกัน แม้ผู้ชักชวนจะมีบุคลิกที่ดูน่าเชื่อถือเพียงใด ก็ควรตรวจสอบประวัติส่วนตัวอย่างละเอียด หากพบว่ามีหมายจับติดตัวหรือมีพฤติกรรมน่าสงสัย สามารถนำรายละเอียดหรือเลขหมายจับมาตรวจสอบความถูกต้องกับทาง CIB ได้โดยตรง

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...