โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘สว.ชีวะภาพ-ชัยวัฒน์’ นำทีมเกาะติด กัดไม่ปล่อย ปมร้อน ‘นายทุนอิทธิพล’ เขมือบป่าระนอง

เดลินิวส์

อัพเดต 27 มีนาคม 2569 เวลา 5.21 น. • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
กัดไม่ปล่อย!

ความคืบหน้าปมร้อน กรณี น.ส.3 ก. โผล่บนเขา รุกป่าระนองกว่า 2 พันไร่ เมื่อวันที่ 26 มี.ค. นายชีวะภาพ ชีวะธรรม ประธานคณะกมธ.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา พร้อมด้วย นายจิระศักดิ์ ชูความดี สว.ระนอง ในฐานะรองประธานคนที่ 1 นายธีรวิทย์ โชติ ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ นายบุญเชิด ลีลาคุณากร เลขาฯประจำ กมธ. นำคณะลงพื้นที่บริเวณบ้านเหนือ ซอยอ่าวจาก หมู่ที่ 2 ต.กำพวน อ.สุขสำราญ จ.ระนอง เพื่อตรวจสอบการบุกรุกพื้นที่ป่าและการออกเอกสารสิทธิ์โดยมิชอบในพื้นที่เขาสูงชัน

โดยมี นายราชัน มีน้อย ผวจ.ระนอง นายกษิดิ์เดช ทองชู นายอำเภอสุขสำราญ นายพรชัย สิทธิเกษร ผอ.สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติฯระนอง รวมทั้ง นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตผอ.สำนักอุทยานฯ ในฐานะผู้ร้องเรียน นำเจ้าหน้าที่หน่วยงานเกี่ยวข้องเข้าให้มูล

‘สุชาติ’ ถกด่วนคดีรุกป่า จ.ระนอง สั่งเช็กพิกัดเอกสารสิทธิรุก ‘อุทยานฯ แหลมสน’ หรือไม่ ก่อนส่งกรมที่ดินเพิกถอน-ฟ้องเรียกค่าเสียหายสิ่งแวดล้อม

จากการลงพื้นที่ตรวจสอบพบท่อนไม้ใหญ่ ประมาณ 123 ท่อน อาทิ ต้นมะม่วงป่า ต้นตะเคียน และต้นหลุมพอ ฯลฯ ซึ่งเมื่อปลายปี 68 เจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ได้ตรวจยึด-ทำบันทึกกักไม้ไว้เพื่อตรวจสอบ ว่าไม้ออกมาจากแปลเอกสารสิทธิ์นั้นและตรงตามตอไม้หรือไม่ นอกจากนี้ยังพบต้นไม้ขนาดใหญ่ถูกตัดเหลือแต่ตอ บริเวณพื้นที่ป่าต้นน้ำ ซึ่งอยู่นอกพื้นที่แปลงของผู้ครอบครองห่างออกไปถึง 200 เมตร

นายชีวะภาพ ระบุชัดเจนแล้วว่า ต้นไม้ที่ถูกตัด ทำลาย ไม่ได้อยู่ในแปลงที่ผู้ครอบครองแสดงเอกสารสิทธิ์ จากจำนวนทั้งหมด 105 แปลง บนพื้นที่กว่า 2,000 ไร่ นั่นหมายถึงว่า ท่อนไม้บางกอง , ถนนที่สร้างไว้ในป่า เข้าข่ายเป็นการ กระทำความผิดทั้งหมด เพราะไม่อยู่ในแปลงที่มีเอกสาร สิทธิ์ นส.3 ก. จึงถือว่าเอกสารที่ผู้ครอบครองนำมาแสดงนั้น เป็นเท็จทั้งสิ้น

โดยทางคณะกรรมาธิการฯ เห็นว่า กรมป่าไม้และกรมอุทยานฯ จะต้องเร่งทำงานอย่างหนัก จะต้องขยายผลว่าผู้ที่นำเอกสารสิทธิ์มายื่นแสดงก็จะต้องตกเป็นผู้ต้องหาด้วย ขณะนี้ตนได้มอบหมายให้นายชัยวัฒน์ เป็นผู้รวบรวมเอกสารหลักฐานทั้งหมด เพื่อยื่นร้องต่อศาลปกครองให้คุ้มครองพื้นที่ดังกล่าวเป็นการชั่วคราว เพื่อยุติการตัดไม้-ทำทาง รวมถึงการใช้พื้นที่ทั้งหมดต้องหยุดไว้ก่อน

"สิ่งที่อยากได้ คือการคุ้มครองชั่วคราวจากศาลปกครอง และอยากให้หน่วยปฏิบัติการทุกท่านขยายผลให้เร็วที่สุด ผมเห็นไม้กองใหญ่ขนาดนี้ถือว่าน่าเกลียดมาก เพิ่งจะเคยเห็นว่าการตัดไม้ทำลายป่ามากขนาดนี้" นายชีวะภาพ กล่าว

ทั้งนี้ ทางคณะกรรมาธิการฯ ได้เสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรีบเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด และส่งเรื่องให้กับ ปปง. ยึดอายัดทรัพย์ด้วย ซึ่งทางคณะกรรมาธิการฯ จะติดตามให้ถึงที่สุด เพื่อไม่ให้ผู้กระทำผิดย่ามใจ เกรงกลัวต่อกฎหมาย โดยเฉพาะแปลงที่ดินที่มีการออกเอกสารสิทธิ์ทับซ้อน ภายหลังพื้นที่ดังกล่าวได้รับการประกาศเป็นเขตอุทยานฯ เมื่อปี 2526 แต่เอกสารสิทธิ์ น.ส.3 ก. เพิ่งจะออกมาในปี 2532 ซึ่งขณะนี้ทางกรมอุทยานฯ ได้เพิ่มความเข้มข้นในการตั้งด่านคัดกรองรถขนาดใหญ่ที่จะเข้าออกในพื้นที่ รวมทั้งติดตั้งกล้อง CCTV เพื่อบันทึกทุกอย่างไว้เป็นหลักฐาน.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...