โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

GPS กลายเป็นสนามรบใหม่ใน ตะวันออกกลาง กระทบเรือ เครื่องบิน และระบบนำทาง

การเงินธนาคาร

อัพเดต 26 มี.ค. เวลา 15.56 น. • เผยแพร่ 26 มี.ค. เวลา 08.56 น.

สงครามใน ตะวันออกกลาง ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงในสนามรบ แต่ขยายไปสู่ “สงครามอิเล็กทรอนิกส์” หลังพบการรบกวนและปลอมสัญญาณ GPS เพิ่มขึ้นอย่างมากในอ่าวเปอร์เซีย

วันที่ 26 มีนาคม 2569 เวลา 15.00 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า ไม่กี่ชั่วโมงหลังจากสหรัฐและอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่านแบบโจมตีก่อน เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ บริษัทวิเคราะห์ข้อมูล Kpler พบความผิดปกติของเรือในอ่าวเปอร์เซีย โดยข้อมูลตำแหน่งเรือแสดงให้เห็นว่าเรือบางลำเหมือนแล่นอยู่บนบก หรือเคลื่อนที่เป็นเส้นทางแปลก ๆ ซึ่งบ่งชี้ว่าระบบระบุตำแหน่งดาวเทียม (GPS) และระบบติดตามเรือถูกแทรกแซง

ตั้งแต่สงครามเริ่มขึ้น การรบกวนระบบระบุตำแหน่งได้เพิ่มขึ้นอย่างมากทั่วตะวันออกกลาง ส่งผลกระทบต่อเรือ เครื่องบิน และแม้แต่ระบบนำทางบนถนน ทำให้เห็นจุดอ่อนสำคัญของระบบ GPS ซึ่งเป็นระบบนำทางผ่านดาวเทียมที่พัฒนาโดยสหรัฐ

ในอดีต บริษัทติดตามการเดินเรือเคยพบว่าเรือบรรทุกน้ำมันจำนวนมากในอ่าวเปอร์เซียใช้วิธีปลอมสัญญาณตำแหน่ง (AIS spoofing) เพื่อหลบเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตรการส่งออกน้ำมันของอิหร่าน โดยการปลอมสัญญาณทำให้เรือสามารถซ่อนเส้นทางการเดินเรือได้ ซึ่งเป็นวิธีที่ใช้ในปฏิบัติการลับมานานแล้ว

แต่หลังจากสงครามเริ่มขึ้น การปลอมสัญญาณและการรบกวนสัญญาณนำทางเพิ่มขึ้นอย่างมาก โดย บริษัทข่าวกรองทางทะเล Windward พบว่า ภายใน 24 ชั่วโมงแรกของสงคราม มีเรือมากกว่า 1,100 ลำในอ่าวเปอร์เซียที่ประสบปัญหาสัญญาณ AIS ถูกรบกวน และตัวเลขดังกล่าวเพิ่มขึ้นอีก 55% ในสัปดาห์ถัดมา

ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงอวกาศ ระบุว่า หลายประเทศในภูมิภาคพยายามรบกวนสัญญาณ GPS และระบบนำทางดาวเทียม เพื่อป้องกันการโจมตีด้วยโดรนและขีปนาวุธ โดยการรบกวนสัญญาณจะทำให้ระบบนำทางของอาวุธฝ่ายตรงข้ามสับสน ซึ่งเป็นเทคนิคสงครามอิเล็กทรอนิกส์ที่ถูกใช้มากขึ้นในสงครามยุคใหม่ เช่นเดียวกับที่เกิดขึ้นในสงครามรัสเซีย-ยูเครน

อย่างไรก็ตาม การรบกวนสัญญาณดังกล่าวไม่ได้กระทบเฉพาะทางทหาร แต่ยังส่งผลต่อชีวิตประจำวัน เช่น เครื่องบินปรากฏตำแหน่งการบินผิดปกติ หรือระบบ GPS บนรถจักรยานยนต์ส่งอาหารในดูไบแสดงตำแหน่งอยู่กลางทะเล

การรบกวนสัญญาณอย่างต่อเนื่องยังสร้างความเสี่ยงด้านความปลอดภัย โดยเฉพาะในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นช่องแคบแคบเพียงประมาณ 33 กิโลเมตร และต้องใช้ข้อมูลตำแหน่งที่แม่นยำเพื่อป้องกันเรือชนกันหรือเกยตื้น

อิหร่านอาจใช้ระบบดาวเทียมของจีน

ท่ามกลางการรบกวนสัญญาณในภูมิภาค อิหร่านยังคงสามารถโจมตีเป้าหมายได้อย่างแม่นยำ ทำให้เกิดการคาดการณ์ว่าอิหร่านอาจใช้ระบบนำทางดาวเทียม BeiDou ของจีน ซึ่งเป็นระบบนำทางดาวเทียมระดับโลกของจีน

ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีนำทาง ระบุว่า การเข้าถึงระบบ BeiDou อาจช่วยเพิ่มความแม่นยำของขีปนาวุธอิหร่าน อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์บางส่วนระบุว่า แม้อิหร่านจะใช้ BeiDou ก็ไม่จำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือโดยตรงจากจีน เนื่องจากชิปนำทางสมัยใหม่สามารถรับสัญญาณจากหลายระบบพร้อมกัน เช่น

  • GPS ของสหรัฐ
    • BeiDou ของจีน
    • GLONASS ของรัสเซีย
    • Galileo ของยุโรป

แม้ใช้ระบบดาวเทียมใด ระบบนำทางผ่านดาวเทียมทั้งหมดก็ยังคงมีความเสี่ยงต่อการรบกวนสัญญาณเหมือนกัน

สงครามครั้งนี้กำลังเปลี่ยนระบบนำทางโลก

ผู้เชี่ยวชาญ ระบุว่า สงครามในตะวันออกกลางกำลังทำให้โลกตั้งคำถามว่า ระบบนำทางดาวเทียมสามารถใช้เป็นระบบหลักเพียงระบบเดียวได้หรือไม่ และหลายบริษัทกำลังพัฒนาเทคโนโลยีนำทางรูปแบบใหม่ เช่น ระบบนำทางที่ใช้สนามแม่เหล็กโลกแทนสัญญาณดาวเทียม

การเกิดขึ้นของระบบนำทางดาวเทียมของจีนและรัสเซีย เช่น BeiDou และ GLONASS ยังทำให้การผูกขาดระบบนำทางของสหรัฐลดลง และลดอำนาจเชิงยุทธศาสตร์ของสหรัฐในระบบนำทางโลก

อย่างไรก็ตาม กองทัพสหรัฐได้พัฒนาสัญญาณ GPS รุ่นใหม่ที่ทนต่อการรบกวนสัญญาณ เพื่อให้สามารถปฏิบัติการทางทหารได้แม้ในพื้นที่ที่มีการรบกวนสัญญาณหนัก

อ้างอิง : www.cnbc.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...