โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

‘ปชน.’ ซัดรัฐบาลเหลวแก้วิกฤตน้ำมัน บีบร้านอาหารนับแสนเลิกกิจการ

ไทยโพสต์

อัพเดต 27 มีนาคม 2569 เวลา 18.58 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

‘เพชร’ ลั่นวิกฤตน้ำมันสะท้อนรัฐบาลล้มเหลวบริหารงาน บีบร้านอาหารนับแสนเลิกกิจการ ชู 5 แนวทาง เร่งช่วยประชาชน

27 มี.ค. 2569 - นายกรุณพล เทียนสุวรรณ รองโฆษกพรรคประชาชน กล่าวว่า วิกฤตน้ำมันส่งผลกระทบธุรกิจร้านอาหาร ร้านค้ารายย่อย คนทำธุรกิจทุกชนิดคงหนีไม่พ้น “ลูกค้าหาย ส่งผลให้ต้นทุนสูงขึ้น” สำหรับครอบครัวของตนก็ทำธุรกิจร้านอาหารมาแล้วกว่า 40 ปี ตนก็อยากจะสะท้อนเสียงจากผู้ได้รับผลกระทบถึงผู้ที่มีส่วนในการรับผิดชอบทุกคนในการแก้ไขวิกฤตครั้งนี้ ซึ่งการปล่อยให้ราคาน้ำมันพุ่งถึง 6 บาทในคืนเดียว จำทำให้ร้านอาหารไทยตกอยู่ในภาวะทางตัน

การประกาศปรับขึ้นราคาน้ำมันรวดเดียว 6 บาทต่อลิตร หลังนโยบายตรึงราคาล้มเหลวไม่เป็นท่า กำลังกลายเป็นวิกฤตที่บีบให้ร้านอาหารนับแสนรายต้อง "เลิกขาย" หรือ "แบกหนี้" ทันที รัฐบาลกำลังบีบจมูกผู้ประกอบการรายเล็กค่อยๆตาย โดยวิกฤตการณ์ราคาน้ำมันในปัจจุบันได้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงใน 3 ระดับ ดังนี้ ระดับผู้ประกอบการรายย่อย ต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่งปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้ผลกำไรที่เหลือน้อยอยู่แล้วลดลงอย่างต่อเนื่อง ผู้ประกอบการหลายรายจำเป็นต้องปิดกิจการเนื่องจากไม่สามารถแบกรับภาระต้นทุนก๊าซหุงต้มและน้ำมันได้

ในขณะที่ระดับผู้ประกอบการขนาดกลาง เผชิญกับสภาวะกดดันจากทุกทิศทาง โดยมีต้นทุนคงที่ในระดับสูง แต่กำลังซื้อของผู้บริโภคลดลงเนื่องจากต้องสำรองเงินไว้สำหรับค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน ส่วนระดับผู้ประกอบการรายใหญ่ ระบบการขนส่งต้องหยุดชะงักจากสภาวะขาดแคลนน้ำมัน ส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานและสายการกระจายสินค้า ซึ่งบั่นทอนความเชื่อมั่นของนักลงทุน

และทั้งหมดที่กล่าวมานี้คือความล้มเหลวของการดำเนินนโยบาย การใช้นโยบายแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า โดยการตรึงราคาจนทำให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงขาดทุนอย่างมหาศาล และตามด้วยการปล่อยลอยตัวราคาอย่างฉับพลัน สะท้อนให้เห็นถึงการขาดวิสัยทัศน์ในการบริหารจัดการ การปรับราคาน้ำมันอย่างกะทันหันถือเป็นการทำลายระบบเศรษฐกิจอย่างรุนแรง การที่ภาครัฐเลือกที่จะฝืนกลไกตลาดจนเกิดความเสียหาย ได้สร้างภาระอันหนักหน่วงให้แก่ผู้ประกอบการที่กำลังอยู่ในช่วงฟื้นฟูธุรกิจ

ทั้งนี้ ได้เสนอแนะนโยบายสำหรับภาครัฐ ดังนี้ 1.มาตรการลดภาษีอย่างเร่งด่วน ดำเนินการลดหย่อนภาษีสรรพสามิตน้ำมันในทันทีและทำให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม, 2.การให้ความช่วยเหลือแบบเฉพาะเจาะจง สนับสนุนและอุดหนุนราคาพลังงานให้แก่กลุ่มผู้ผลิตอาหาร เพื่อรักษาเสถียรภาพของราคาอาหารและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน, 3.การปรับโครงสร้างอย่างทันท่วงที ยุติการเอื้อประโยชน์แก่นายทุนด้านพลังงาน และหันมาให้ความสำคัญกับการลดภาระค่าครองชีพของประชาชน, 4.การส่งเสริมการเข้าสู่ระบบภาษี ใช้โอกาสนี้จูงใจให้ผู้ประกอบการเข้าสู่ระบบภาษีที่ถูกต้อง โดยการสนับสนุนแหล่งเงินทุนให้แก่ผู้ที่เข้าร่วม และ 5.การปรับลดภาระภาษี เพิ่มสัดส่วนการหักค่าใช้จ่ายเหมาสำหรับการคำนวณภาษี จากร้อยละ 60 เป็นร้อยละ 90 เพื่อช่วยลดภาระให้แก่ผู้ประกอบการ

พร้อมทั้งเสนอแนะสำหรับผู้ประกอบการธุรกิจร้านอาหารในการรับมือวิกฤต ได้แก่ 1.การบริหารจัดการรายการอาหาร ยกเลิกรายการอาหารที่มีผลกำไรต่ำและมีต้นทุนแฝงสูงในทันที, 2.การจัดหาวัตถุดิบในพื้นที่ ลดการพึ่งพาผู้จัดจำหน่ายที่อยู่ห่างไกล และหันมาใช้วัตถุดิบในพื้นที่ใกล้เคียงเพื่อลดต้นทุนการขนส่ง, 3.การเพิ่มประสิทธิภาพ ลดการใช้พลังงานในทุกขั้นตอนของการดำเนินงาน และนำเทคโนโลยีประหยัดพลังงานมาปรับใช้อย่างจริงจัง

"หากภาครัฐยังคงบริหารงานในลักษณะการแก้ไขปัญหาเมื่อเกิดความเสียหายขึ้นแล้ว ธุรกิจร้านอาหารทั่วประเทศอาจต้องเผชิญกับภาวะซบเซาอย่างหนัก และความไม่พอใจของประชาชนจะเป็นผลลัพธ์ที่สร้างความเสียหายอย่างประเมินค่ามิได้แก่รัฐ" นายกรุณพล ระบุ.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...