โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

กรมศุลฯ จ่อขึ้นภาษีพัสดุนำเข้าสูงสุด 40% อุดช่องโหว่สินค้านอกทะลักเข้าไทย

การเงินธนาคาร

อัพเดต 30 มี.ค. เวลา 12.50 น. • เผยแพร่ 30 มี.ค. เวลา 05.50 น.

กรมศุลกากร จ่อ ชงครม. เก็บภาษีพัสดุนำเข้าจากต่างประเทศสูงสุด 30-40% สร้างความเป็นธรรมให้ SME ไทย ป้องกันสินค้าราคาถูกทะลัก

30 มี.ค. 2569 นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า ปกติแล้วสินค้าแต่ละประเภทจะมี อัตราเพดานภาษีกำหนดไว้แต่ที่ผ่านมาภาครัฐได้ใช้อำนาจตาม มาตรา 12 แห่ง พ.ร.ก. พิกัดอัตราศุลกากร ในการประกาศลดอัตราภาษีลงมารวมถึงยกเว้นให้เป็นการทั่วไปสำหรับสินค้าที่มีมูลค่าต่ำกว่า 1,500 บาท

“วันนี้พัสดุที่เข้ามาเป็นกล่องจากต่างประเทศทั้งที่ต่ำกว่า 1,500 บาท และเกิน 1,500 บาท ที่เข้ามาในประเทศก็ไม่ควรลดภาษีนำเข้าแล้ว แต่ที่ผ่านมาที่เราลดให้เพราะสมัยก่อนรูปแบบการค้ายังต้องผ่านพ่อค้าคนกลาง ยี่ปั๊ว ซาปั๊ว มีการเช่าโกดังเก็บสินค้า และมีการจ้างงานด้านการขนส่งในไทย ซึ่งทำให้คนในประเทศยังได้รับประโยชน์จากกิจกรรมทางเศรษฐกิจเหล่านี้อยู่บ้าง แต่ปัจจุบันสินค้าถูกแพ็กเป็นกล่องมาจากต่างประเทศและส่งตรงถึงมือผู้ซื้อในไทยทันทีโดยไม่เสียภาษี ทำให้ไม่มีใครในประเทศไทยได้รับประโยชน์จากกระบวนการนี้เลย”

ทั้งนี้เพื่อเป็นการอุดช่องโหว่ดังกล่าวที่ผ่านมากรมศุลกากรได้เริ่มพิจารณาจัดเก็บภาษีนำเข้าสินค้าตั้งแต่ 1 บาทแรก ซึ่งไม่เพียงสร้างความเป็นธรรมให้ผู้ค้าในประเทศ แต่ยังเพิ่มการจัดเก็บรายได้รัฐเฉลี่ยเดือนละ 300 ล้านบาท

นอกจากนี้ กรมศุลกากรยังได้มีการประสานความร่วมมือกับแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซต่างชาติ เช่น TikTok, Temu, Shopee และ Lazada ให้เข้ามาอยู่ในระบบ โดยบังคับต้องแสดงราคาสินค้าหน้ากล่องพัสดุให้ชัดเจน เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบเทียบเคียง ป้องกันการสำแดงราคาต่ำกว่าความเป็นจริงเพื่อหลบเลี่ยงภาษี รวมทั้งจะเข้มงวดในการตรวจสอบสินค้านำเข้าจากรายย่อยที่ไม่ได้เป็นแพลตฟอร์มหลักอีกด้วย

“จากมาตรการเก็บภาษีสินค้านำเข้าตั้งแต่ 1 บาทที่ได้ดำเนินการในช่วงที่ผ่านมา ผมเข้าไปดูก็เริ่มเห็นว่าราคาสินค้าที่ต่ำกว่า 1,500 บาทในแพลตฟอร์มออนไลน์ก็เริ่มเพิ่มสูงขึ้น เช่น แว่นตาที่เคยมีราคา 300 บาท ขยับเป็น 500 บาท หรือสายนาฬิกาที่เคยราคา 60-70 บาท ปรับขึ้นเป็น 100 บาท ขณะที่การซื้อก็ชะลอตัวลง”

นายพันธ์ทอง เปิดเผยว่า นอกจากนี้กรมศุลกากรยังมีแนวคิดที่จะยกเลิกการลดหย่อนตามมาตรา 12 และปรับอัตราภาษีกลับขึ้นไปที่ อัตราเพดาน (Ceiling Rate) ของสินค้านั้นๆ เช่น ปรับขึ้นเป็น 30% หรือ 40% โดยมีเป้าหมายให้ครอบคลุมสินค้าทุกประเภทพิกัดที่นำเข้า เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมในการแข่งขันและสร้างรายได้เข้าสู่รัฐ

“แต่ผมจะแก้ พ.ร.ก. พิกัดเพื่อให้เก็บภาษีได้ตามพิกัดของสินค้านั้นๆ ซึ่งตอนนี้สูงสุดอยู่ที่ 40% ยกตัวอย่างสินค้าที่ทำจากพลาสติก เช่น เคสโทรศัพท์มือถือที่เดิมอาจเคยเสียภาษีเพียง 5% ก็อาจจะถูกพิจารณาปรับขึ้นไปชนเพดานที่ระดับ 30% เพื่อให้ต้นทุนของสินค้านำเข้าสะท้อนความเป็นจริงมากขึ้น”

อย่างไรก็ตามการปรับโครงสร้างภาษีทั้งระบบไม่สามารถทำได้ในชั่วข้ามคืน เนื่องจากกฎหมายพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากรปัจจุบันไม่อนุญาตให้จัดเก็บภาษีในอัตราเดียวครอบคลุมทุกสินค้า กรมศุลกากรจึงวางยุทธศาสตร์แก้ปัญหาเป็นระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว

โดยในระยะสั้นจะเลือกใช้กลไกและเครื่องมือทางกฎหมายที่มีอยู่ เสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้ความเห็นชอบในการขยับเพดานภาษีก่อน จากนั้นจะทยอยขับเคลื่อนมาตรการในระยะต่อไป ควบคู่กับการศึกษาเพื่อเสนอแก้ไขกฎหมายพิกัดอัตราศุลกากรในระยะยาว

นายพันธ์ทอง เปิดเผยว่า นอกจากการคุมเข้มสินค้านำเข้าแล้ว กรมศุลกากรยังเตรียมดำเนินนโยบายภาพใหญ่ภายใต้แนวทาง 10 Plus ของรัฐบาลเพื่อช่วยเหลือภาคธุรกิจไทย เช่น การผ่อนผันเอกสารสำหรับสินค้าไทยที่ส่งออกไปแล้วถูกตีกลับ เพื่อลดต้นทุนการจัดเก็บและค่าใช้จ่ายที่ท่าเรือ เป็นต้น

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์เศรษฐกิจทั่วไทย ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...