เจาะลึกวิธีคำนวณ “มูลค่า SpaceX” 1.75 ล้านล้านดอลลาร์ ก่อน IPO ที่อาจสูงติดอันดับโลก
เจาะลึกวิธีคำนวณ "มูลค่า SpaceX" 1.75 ล้านล้านดอลลาร์ ก่อน IPO ที่อาจสูงติดอันดับโลก ที่ทำให้นักลงทุนกล้าเดิมพันแม้ตัวเลขจะพุ่งทะลุเพดาน
วันที่ 8 เมษายน 2569 เวลา 16.06 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า บริษัท SpaceX ของ อีลอน มัสก์ กำลังตั้งเป้าหมายมูลค่าสูงถึง 1.75 ล้านล้านดอลลาร์ สำหรับการเสนอขายหุ้นต่อประชาชนครั้งแรก (IPO) ที่กำลังจะเกิดขึ้น ซึ่งถือเป็นระดับที่สูงลิ่วอย่างมากเมื่อเทียบกับมาตรฐานในวอลล์สตรีท
หากอิงตามตัวชี้วัดทั่วไปของตลาดทุน SpaceX จะกลายเป็นบริษัทจดทะเบียนในสหรัฐ ที่มีมูลค่าสูงเป็นอันดับ 6 ทันที แซงหน้าบริษัทอย่าง Meta และ Berkshire Hathaway แม้บริษัทเหล่านี้จะอยู่ในตลาดมานานกว่าทศวรรษ หรือมีอายุเก่าแก่กว่าผู้ก่อตั้ง SpaceX อย่าง Elon Musk เสียอีก
อย่างไรก็ตามยังไม่มีสัญญาณว่านักลงทุนจะลังเลในการเข้าซื้อหุ้น โดย IPO ครั้งนี้อาจระดมทุนได้มากกว่า 75,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งจะเป็นสถิติสูงสุดใหม่ ความต้องการลงทุนสูงถึงขั้นที่นักลงทุนบางรายยอมเข้าไปซื้อขายในตลาดรองที่มีโครงสร้างซับซ้อนและความเป็นเจ้าของไม่ชัดเจน เพียงเพื่อให้ได้ถือหุ้น
นักวิเคราะห์ระบุว่า SpaceX แทบไม่มีบริษัทจดทะเบียนใดที่สามารถนำมาใช้เปรียบเทียบมูลค่าได้โดยตรง และมีแนวโน้มจะซื้อขายด้วย “พรีเมียม” สูงกว่าบริษัทอื่นในกลุ่มเทคโนโลยีอวกาศ เนื่องจากขนาดธุรกิจและความเป็นผู้นำตลาด
มูลค่าของ SpaceX ตั้งอยู่บนพื้นฐานของธุรกิจดาวเทียมอินเทอร์เน็ต Starlink ที่เติบโตเร็วและมีกำไร โดยมีผู้ใช้งานมากกว่า 10 ล้านราย รวมถึงธุรกิจปล่อยจรวดที่นักวิเคราะห์มองว่าได้เปลี่ยนเกมการเข้าถึงอวกาศ โดยจรวด Falcon 9 ซึ่งสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ ทำสถิติปล่อยจรวดถึง 165 ครั้งในปี 2568
แต่ในขณะเดียวกัน นักลงทุนก็ให้มูลค่าเพิ่มกับโอกาสในอนาคตของบริษัทด้วย ไม่ว่าจะเป็นโครงการ Starship ธุรกิจ AI อย่าง xAI หรือแผนพัฒนาดาวเทียมศูนย์ข้อมูล ซึ่งยังไม่ได้พิสูจน์ผลลัพธ์ในเชิงพาณิชย์
นักลงทุนบางรายมองว่า ธุรกิจปล่อยจรวดและ Starlink เป็นธุรกิจที่พิสูจน์แล้วในปัจจุบัน ขณะที่โครงการอื่น ๆ เป็น “ตัวเลือก” ที่อาจสร้างมูลค่าเพิ่มในอนาคต โดยเฉพาะในยุคที่ AI และการเชื่อมต่อข้อมูลทั่วโลกมีบทบาทมากขึ้น
ในด้านจุดแข็ง SpaceX ถือเป็นผู้นำอย่างชัดเจนในตลาดดาวเทียมวงโคจรต่ำ ซึ่งใช้ให้บริการอินเทอร์เน็ตผ่าน Starlink โดยธุรกิจนี้สร้างรายได้คิดเป็นประมาณ 50–80% ของบริษัท อย่างไรก็ตามโครงการอื่น ๆ ของบริษัทยังอยู่ระหว่างการพัฒนา เช่น Starship ที่ล่าช้า รวมถึงแผนส่งดาวเทียมศูนย์ข้อมูลจำนวนมหาศาล ซึ่งยังไม่สามารถสร้างรายได้ได้ในขณะนี้
นักวิเคราะห์เตือนว่า เพื่อให้มูลค่าระดับนี้สมเหตุสมผล นักลงทุนจำเป็นต้องติดตามความคืบหน้าของ Starship และการขยายบริการ Starlink อย่างใกล้ชิด
แม้จะมีความเสี่ยง แต่ SpaceX ยังคงได้เปรียบคู่แข่งอย่างมาก โดยสามารถปล่อยจรวดได้เกือบทุก 2 วัน ซึ่งเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ และช่วยแก้ปัญหาคอขวดด้านการเข้าถึงอวกาศที่บริษัทอื่น เช่น Amazon ยังเผชิญอยู่
ในด้านตัวเลขทางการเงิน SpaceX มีรายได้ประมาณ 15,000–16,000 ล้านดอลลาร์ และกำไร (EBITDA) ราว 8,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2568 โดยอัตราการเติบโตของรายได้อยู่ในระดับสูงมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามหากอิงสมมติฐานว่ารายได้และกระแสเงินสดจะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าในปี 2569 มูลค่า IPO ที่ 1.75 ล้านล้านดอลลาร์จะทำให้ SpaceX มีค่า Price-to-Revenue ประมาณ 56 เท่า และ Price-to-EBITDA ประมาณ 109 เท่า ซึ่งถือว่าสูงมาก แม้เมื่อเทียบกับบริษัทเทคโนโลยีที่เติบโตเร็วที่สุด โดยทั่วไปแล้ว ยิ่งมูลค่าหุ้นสูง ความท้าทายในการทำผลงานให้ตรงตามความคาดหวังของตลาดก็ยิ่งมากขึ้น
นักวิเคราะห์บางรายระบุว่า“Starlink คือเหตุผลหลักเพียงอย่างเดียวที่ทำให้มูลค่านี้ยังพอสมเหตุสมผล” เนื่องจากจำนวนผู้ใช้งานที่เติบโตอย่างรวดเร็ว
อีกปัจจัยหนึ่งคือความไม่โปร่งใสของการประเมินมูลค่าบริษัทเอกชน โดยก่อนหน้านี้ SpaceX ถูกประเมินมูลค่าที่ 1 ล้านล้านดอลลาร์ ในดีลควบรวมกับบริษัท AI อย่าง xAI ขณะที่ปัจจุบันมูลค่าในตลาดรองอยู่ที่ประมาณ 1.54 ล้านล้านดอลลาร์
นักลงทุนจำนวนมากยังคงแสดงความต้องการซื้อหุ้น SpaceX อย่างต่อเนื่อง โดยอุปสงค์มักสูงกว่าอุปทาน แม้ในช่วงที่ตลาดรองโดยรวมชะลอตัว
อ้างอิง : reuters.com