โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“โฮลี่ นัทส์” ดึง “บิวกิ้น” พรีเซนเตอร์ นมทางเลือกโต-ต้นทุนพุ่งจากสงคราม

Manager Online

เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • MGR Online

ผู้จัดการรายวัน 360 - “ซิมเพิ้ล ฟู้ดส์” เดินเกมรุก ตลาดนมทางเลือก ขยายกำลังผลิตกว่า 3 เท่าตัว รับตลาดที่เติบโตดี มูลค่า 2,500 ล้านบาท พร้อมโฟกัสอีกแบรนด์ “โฮลี่ นัทส์” ดึง “บิวกิ้น” พรีเซนเตอร์ เจาะกลุ่มนิวเจน เสริมทัพแบรนด์หลัก 137 ดีกรี อั้นต้นทุนขึ้นยังไม่ปรับราคาช่วงนี้ จากปัญหาสงครามทำต้นทุนพุ่ง

นางสาวอริสา อร่ามวัฒนานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซิมเพิ้ล ฟู้ดส์ จำกัด ภายใต้พร้อมปั้นอีกแยรด์ แบรนด์ 137 ดีกรี174; (137 Degrees174;) และ โฮลี่ นัทส์174; (Wholly Nขยายกำล่วผลบิตรตลาดโต uts174;) เปิดเผยว่า แนวโน้มตลาดนมทางเลือกทั้งในไทยและทั่วโลกยังเติบโตในระดับสองหลัก โดยมีปัจจัยหนุนจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น โดยเฉพาะเทรนด์ของการลดดื่มหวาน งดแลคโตส และการเติบโตของกลุ่ม flexitarian ส่งผลให้ตลาดยังอยู่ในช่วงเติบโตและถือเป็นสินค้าที่มีศักยภาพในการทำตลาดอีกมากในระยะยาว

ทั้งนี้ตลาดนมทางเลือกในกลุ่มข้าว ถั่ว ธัญพืช และเมล็ด ( RNGS) ในไทยปี 2568 ที่ผ่านมามีมูลค่าตลาดประมาณ 2,500 ล้านบาท ยังเติบโต 2 หลักเช่นเดิม และคาดการณ์ว่าในปี2569 นี้ ตลาดรวมยังคงเติบโตและมีการขยายตัวต่อเนื่อง ทั้งจากผู้เล่นรายเก่าที่รุกทำตลาด ทั้งการออกสินค้าใหม่ การทำโปรโมชั่น การขยายฐานลูกค้า และการมีผู้เล่นรายใหม่เข้าตลาดก็ยิ่งทำให้ตลาดเติบโตด้วย รวมถึงปัจจัยเกี่ยวกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เริ่มเปลี่ยนจากดื่มนมวัวมาดื่มนมทางเลือกมากขึ้น

สำหรับแผนธุรกิจปีนี้ บริษัท จะลงทุนในเรื่องของการขยายกำลังการผลิต จากปัจจุบันที่มีกำลังผลิตประมาณ 1 ล้านลิตรต่อปี จะเพิ่มกำลังผลิตรวมเป็น 3.6 ล้านลิตต่อปี เพื่อรองรับกับความต้องการของตลาดที่มีมากขึ้น

บริษัทมีผลิตภัณฑ์ 5 กลุ่มหลัก ได้แก่ นมอัลมอนด์ นมพิสตาชิโอ นมแมคคาเดเมีย นมวอลนัท และนมโปรตีนสูง โดยกลุ่มนมอัลมอนด์ยังคงเป็นรายได้หลัก ขณะที่โครงสร้างรายได้มาจากตลาดในประเทศและต่างประเทศในสัดส่วน 50:50 และมีการส่งออกไปมากกว่า 40 ประเทศทั่วโลกใน 5 ทวีป

ในแง่ของการตลาดนั้น บริษัทวางกลยุทธ์รับมือการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นด้วยมุมมองเชิงบวก โดยมองว่าการมีผู้เล่นมากขึ้นสะท้อนถึงการเติบโตของตลาด แต่ยังคงยึดแนวทาง “ไม่แข่งขันด้านราคา” และมุ่งเน้นสร้าง Value ที่แตกต่างผ่านคุณภาพสินค้าและประโยชน์ต่อสุขภาพที่ผู้บริโภครับรู้ได้จริง จุดแข็งของเราคือการเป็นผู้บุกเบิกตลาด มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางในผลิตภัณฑ์ plant-based milk และมีตำแหน่งที่ชัดเจนในระดับพรีเมียม ทั้งด้านคุณภาพวัตถุดิบจากถั่วเต็มเมล็ดและมาตรฐานการผลิต ทำให้แบรนด์ได้รับความเชื่อมั่นในระยะยาว

ในด้านช่องทางจำหน่าย ยังคงมีสัดส่วนหลักจากออฟไลน์ โดยบริษัทมีแผนขยายทั้งช่องทางออฟไลน์และออนไลน์ควบคู่กัน พร้อมรุกตลาดต่างประเทศเพิ่มเติมในปี 2569 เพื่อสร้างการเติบโตในระยะยาว

นายธนภูมิ อร่ามวัฒนานนท์ กรรมการผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการ กล่าวว่า ในส่วนของแบรนด์ โฮลี่ นัทส์174; ซึ่งเป็นหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญในการขยายฐานผู้บริโภค โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ อายุ 18–35 ปี กลุ่มนักศึกษา Gen Z และผู้ที่เริ่มต้นดูแลสุขภาพ ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์ 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ นมอัลมอนด์ และนมพิสตาชิโอ ขนาด 180 มล. ราคา 23 บาท สำหรับพกพา และขนาด 1 ลิตร ราคา 99 บาท สำหรับผู้บริโภคที่ดื่มประจำและร้านกาแฟ จุดเด่นของผลิตภัณฑ์คือการใช้ถั่วเต็มเมล็ด 100% เป็นสูตรลีนและคลีน แคลเซียมสูง ไม่มีคอเลสเตอรอล

รวมไปถึง การเจาะเข้าตลาดกลุ่มโฮเรก้า (HORECA) และร้านเครื่องดื่มกาแฟต่างๆ ที่ปัจจุบันเริ่มมีการนำเอานมทางเลือกมาเป็นส่วนผสมมากขึ้น

ในปีนี้บริษัทตั้งเป้าการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นทั้งการขยายตลาดและการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ซึ่งมั่นใจว่าตลาดนมทางเลือกยังมีศักยภาพเติบโตอีกมากในช่วง 5-10 ปีข้างหน้า และบริษัทจะยังคงรักษาความเป็นผู้นำอันดับ 1 ควบคู่กับการขยายตลาดต่างประเทศ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีคุณประโยชน์ชัดเจน และการยกระดับมาตรฐานการผลิตอย่างต่อเนื่อง

ล่าสุดได้เปิดตัว “บิวกิ้น – พุฒิพงศ์ อัสสรัตนกุล” ในฐานะพรีเซ็นเตอร์คนแรกของแบรนด์โฮลี่ นัทส์174; ถือเป็นก้าวสำคัญในการสร้างการรับรู้และเชื่อมแบรนด์กับผู้บริโภครุ่นใหม่ ภาพลักษณ์ของบิวกิ้นที่จริงใจ เป็นกันเอง มีสุขภาพดี และดูเป็นธรรมชาติ สอดคล้องกับคอนเซปต์ของแบรนด์ที่เน้นความ สะอาด ปราศจากสารเจือปนที่เป็นอันตราย และคุณภาพจากธรรมชาติ บิวกิ้นไม่ใช่เพียงพรีเซ็นเตอร์ แต่ยังเป็นตัวแทนของ ไลฟ์สไตล์สุขภาพของคนรุ่นใหม่ ที่แบรนด์ต้องการสื่อสาร และเป็นศิลปินที่มีอิทธิพลในการเชื่อมแบรนด์เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ บริษัทฯ เตรียมเดินหน้ากิจกรรมการตลาดต่อเนื่องตลอดปี อาทิ การเปิดตัว Limited Edition Packaging คอลเลกชัน Billkin และกิจกรรมสร้างการมีส่วนร่วมกับผู้บริโภคผ่านช่องทางต่าง ๆ

นางสาวอริสา กล่าวถึงปัญหาสงครามตะวันออกกลางด้วยว่า ได้รับผลกระทบเช่นกัน โดยเฉพาะตลาดตะวันออกกลางที่บริษัททำการค้าอยู่ อย่างน้อย4ประเทศในตะวันออกกลาง จากตลาดหลักที่มีคือ เอเชีย ยุโรป และตะวันออกกลาง เนื่องจากมีการปิดช่องแคบฮอร์มุส ทำให้ไม่สามารถส่งสินค้าผ่านช่องทางดังกล่าวได้ แต่ก็ได้มีการติดตามสถานการณ์และติดต่อกับคู่ค้าอย่างต่อเนื่อง

สำหรับตลาดส่งออกหลักๆอยู่ในเอเชีย ยุโรป และตะวันออกกลาง อย่างหลังมี 4 ประเทศที่ค้าขายอยู่ แต่ไม่สามารถส่งสินค้าได้ เนื่องจากปิดช่องแคบฮอร์มุซ จึงต้องติดตามสถานการณ์ หารือกับคู่ค้าอย่างต่อเนื่อง หากทุกอย่างปกติ บริษัทพร้อมส่งสินค้าทันที

รวมถึงผลกระทบจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้นต่อเนื่อง เม็ดพลาสติกก็ปรับราคาขึ้นทำให้ต้นทุนดำเนินการสูงขึ้นด้วย แต่ยังไม่มีโยบายการปรับราคาสินคาขึ้นในช่วงนี้ เพราะบริษัทยังสามารถบริหารจัดการได้ โดยเฉพาะวัตถุดิบในการผลิต มีสต็อกอย่างต่ำ 6-9 เดือน รวมทั้งการหันมาใช้พลังงานแสงอาทิตย์ โซลาเซลล์มากขึ้น เป็นสัดส่วนมากถึง 30% ของพลังงานทั้งหมดแล้ว และที่สำคัญ เมื่อช่วง 3 ปีที่ผ่านมา บริษัทเคยปรับราคาขึ้น จาก 25 บาท เป็น 29 บาท หรือเพิ่มถึง 30% ส่งผลกระทบต่อยอดขายที่ลดลงทันที อย่างไรก็ตามเป็นระยะเวลาไม่นานนัก ก็กลับเข้าสู่ภาวะปกติ

“ตั้งแต่ทำธุรกิจมาถึงวันนี้ ผ่านมา 12 ปีแล้ว เราเจอปัญหาภายนอกที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาทุกปี มีปัญหาให้แก้ตลอด ไม่มีปีไหนเลยที่ทำธุรกิจง่าย แต่ปีนี้ก็ยังมั่นใจว่าจะสามารถฝ่าปัญหาไปได้ และสร้างรายได้รวมเติบโต 2 หลัก จากปีที่แล้วที่ทำรายได้รวม 800ล้านบาท เติบโต 30% และยังคงเป็นผู้นำตลาดมากถึง 49%” นางสาวอริสา กล่าว

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...