โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“รสนา” จี้นายกฯ เรียกคืน "ลาภกักตุน" เข้ากองทุนน้ำมัน ชี้ส่อเข้าข่ายละเว้นปฏิบัติหน้าที่

Manager Online

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • MGR Online

“รสนา” จี้นายกฯ เรียกคืนเงินกำไรของผู้ค้าน้ำมันที่ได้จากการกักตุนเพื่อรอขึ้นราคา โดยนำไปเข้ากองทุนน้ำมัน มิฉะนั้นอาจเข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ เผยตั้งแต่หยุดตรึงราคาน้ำมันเมื่อ 17 มี.ค. ดีเซลขึ้นไปแล้ว 20.6 บาทต่อลิตร เบนซีนขึ้นไป 33.41 บาท แต่ก่อนการขึ้นราคาทุกครั้งไม่มีการเช็กสต๊อกน้ำมันคงเหลือ เปิดช่องให้ทำกำไรจากส่วนต่างอย่างต่อเนื่อง

วันที่ 5 เมษายน 2569 น.ส.รสนา โตสิตระกูล อดีตสมาชิกวุฒิสภากรุงเทพมหานคร โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก เรียกร้องถึง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้ดำเนินการเรียกคืนกำไรจากการกักตุนน้ำมัน หรือ “ลาภกักตุน” ของผู้ค้าน้ำมัน เพื่อนำเงินส่งคืนเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าหากไม่ดำเนินการ อาจเข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่

น.ส.รสนาระบุว่า การปรับขึ้นราคาน้ำมันดีเซล 2.80 บาทต่อลิตร เมื่อวันที่ 4 เมษายน และมีผลในวันที่ 5 เมษายนที่ผ่านมา เกิดขึ้นโดยไม่มีการตรวจสอบสต๊อกน้ำมันคงเหลือก่อนปรับราคา ซึ่งอาจเป็นการเปิดช่องให้ผู้ประกอบการกักตุนสินค้าเพื่อทำกำไรจากส่วนต่างราคาอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ หลังสิ้นสุดมาตรการตรึงราคาน้ำมันเมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2569 พบว่ามีการปรับขึ้นราคาน้ำมันหลายครั้ง โดยดีเซลปรับขึ้นรวม 20.6 บาทต่อลิตร และเบนซินปรับขึ้นรวม 33.41 บาทต่อลิตร แต่ยังไม่มีการตรวจสอบสต๊อกน้ำมันในระบบค้าปลีกก่อนการปรับราคาในแต่ละครั้ง

นอกจากนี้ ยังตั้งข้อสังเกตถึงบทบาทของ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งได้รับมอบหมายให้กำกับดูแลการบังคับใช้กฎหมายตามพระราชกำหนดป้องกันภาวะขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2516 ว่าไม่มีการดำเนินมาตรการตรวจสอบสต๊อกน้ำมันก่อนการปรับราคา อาจเข้าข่ายปล่อยปละละเลย

พร้อมกันนี้ น.ส.รสนายังอ้างถึงข้อมูลการถือครองหุ้นในธุรกิจพลังงานของนายพิพัฒน์ โดยเฉพาะบริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) ซึ่งอาจเข้าข่ายผลประโยชน์ทับซ้อน และเสนอให้นายกรัฐมนตรีพิจารณามอบหมายบุคคลอื่นมาทำหน้าที่แทน

น.ส.รสนาเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งตรวจสอบเอกสารการจัดส่งน้ำมัน ปริมาณการจำหน่าย และสต๊อกคงเหลือของผู้ค้าทุกระดับ ก่อนการปรับขึ้นราคาน้ำมันในแต่ละครั้ง เพื่อป้องกันการกักตุนและตัดวงจรการแสวงหาผลประโยชน์ พร้อมทั้งเรียกคืนเงินกำไรดังกล่าวเข้าสู่กองทุนน้ำมันโดยเร็ว

ท้ายที่สุด ระบุว่า หากไม่มีการดำเนินการ ประชาชนย่อมมีสิทธิ์ตั้งคำถามถึงความโปร่งใสของรัฐบาล และอาจถูกมองว่าเป็นการปล่อยให้เกิดการแสวงหาประโยชน์จากส่วนต่างราคาน้ำมันโดยมิชอบ ซึ่งอาจเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายดังกล่าวได้

นายกฯอนุทินต้องเรียกคืน“ลาภกักตุน” ทั้งหมดคืนกองทุนน้ำมัน

มิฉะนั้นจะมีความ ผิด มาตรา 157 ใช่หรือไม่ ?!

การประกาศขึ้นราคา “น้ำมันดีเซล” อีก 2.80 บาทต่อลิตรเมื่อวานนี้ (4เมษายน) ให้มีผลในเช้าวันนี้ 5เมษายน 2569 โดยไม่มีการเช็คสต๊อคเหมือนเดิม เป็นการจงใจปล่อยคนกักตุนหากำไรจากลาภกักตุน ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ใช่หรือไม่ ?!

หลังหมดช่วงการตรึงราคาน้ำมันเมื่อวันที่17 มีนาคม 2569 (ตามที่นายกรัฐมนตรีประกาศไว้ 15 วัน ) ก็มีการปรับขึ้นราคาน้ำมันเเบบรัวๆ ถึง 7 ครั้ง ดีเซลปรับขึ้นราคารวม 20.6 บาทต่อลิตร และเบนซินทุกชนิดปรับขึ้นราคารวม 33.41 บาทต่อลิตร แต่ไม่มีการเช็คสต๊อคที่ค้างอยู่ในปั๊มน้ำมันขายปลีก ทุกแห่ง ก่อนขึ้นราคาแม้แต่ครั้งเดียว นี่คือการปล่อยผีไอ้โม่ง ทั้งผู้ค้ามาตรา7 และมาตรา10 และผู้ค้าปลีกน้ำมัน เช่นปั๊มน้ำมันทำกำไรจากการกักตุนน้ำมัน ใช่หรือไม่

ยิ่งกว่านั้นหากมีผู้กักตุนน้ำมัน ไว้รอการปรับขึ้นราคา ก็จะยิ่งได้กำไรเพิ่มขึ้น ทั้งผู้กักตุนน้ำมันไว้ และปั๊มน้ำมันจะได้กำไรจากส่วนต่างราคาเดิม กับราคาใหม่ ที่เรียกว่า “ลาภกักตุน” เป็นการปล้นประชานคนใช้น้ำมันแบบดื้อๆ ใช่หรือไม่ ?!

ทั้งๆที่มีการทักท้วงว่าการไม่เช็คสต๊อคก่อนปรับขึ้นราคาใหม่ จะทำให้มีส่วนต่างที่เป็นกำไรได้เปล่าให้กับผู้กักตุนน้ำมันจากสต๊อคเดิม แต่รัฐบาลกลับนิ่งเฉย ราวกับมีเจตนาให้ผู้กักตุนน้ำมันกอบโกยลาภกักตุนโดยไม่มีมาตรการหยุดยั้ง หรือป้องกันแต่อย่างไร กลับปล่อยให้มีการทำซ้ำๆไม่หยุด ใช่หรือไม่ ?!

นายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกุลได้มอบหมายรองนายกรัฐมนตรีพิพัฒน์ รัชกิจประการเป็นผู้รับผิดชอบหลักในการบังคับใช้มาตรการตาม พ.ร.ก.แก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2516 เพื่อดูแลการบริหารจัดการน้ำมันทั่วประเทศ นายพิพัฒน์ได้รับมอบหมายให้เป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ที่มีอำนาจตามกฎหมายฉบับนี้ในการติดตาม ตรวจสอบ และบังคับใช้กฎหมายกับผู้ค้าน้ำมัน (ทั้งมาตรา 7 และมาตรา 10) เพื่อป้องกันการกักตุนและควบคุมราคาจำหน่าย แต่ไม่ดำเนินการเรื่องตรวจเช็คสต๊อคเก่าก่อนปรับขึ้นราคาน้ำมัน รวมทั้งปั๊ม PT กิจการของครอบครัวที่ตนเองมีส่วนถือหุ้นทั้งทางตรงและทางอ้อม ใช่หรือไม่ ?!

จากข้อมูลของ “สำนักข่าว อิศรา (www.isranews.org) สืบค้นข้อมูลการถือครองหุ้น ‘ธุรกิจพลังงาน’ เบื้องต้น ของนายพิพัฒน์ พบว่า นายพิพัฒน์ได้ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินกรณีเข้ารับตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคม เมื่อวันที่ 24 ก.ย.68 ต่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ซึ่งเปิดเผยบนเว็บไซต์สำนักงาน ป.ป.ช. เมื่อวันที่ 5 ม.ค.69 ได้แจ้งไว้ในรายละเอียดประกอบรายการเงินลงทุน ลำดับที่ 1 บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) จำนวน 2 ล้านหุ้น มูลค่า 17.6 ล้านบาท และ ลำดับที่ 4 บริษัท รัชกิจโฮลดิ้ง จำกัด จำนวน 37,542,610 หุ้น มูลค่า 3,626,616,126 บาท”

การที่นายพิพัฒน์ไม่ได้สั่งการให้มีการเซ็คสต๊อคก่อนการขึ้นราคาน้ำมันในฐานะพนักงานเจ้าหน้าที่ตาม พ.ร.ก. น้ำมันขาดแคลน 2516 จึงเป็นปล่อยปละละเลยให้ผู้กักตุนน้ำมันมีการได้ลาภกักตุน ใช่หรือไม่ รวมถึงปั๊ม PT ที่มีการติดประกาศน้ำมันหมดก่อนมีการปรับขึ้นราคา ซึ่งอาจได้กำไรจากการกักตุนน้ำมันสต๊อคเดิมก่อนขึ้นราคาใหม่เช่นเดียวกัน ใช่หรือไม่?!

โดยที่นายพิพัฒน์มีลักษณะของการมีผลประโยชน์ทับซ้อน นายกรัฐมนตรี จึงสมควรแต่งตั้งรัฐมนตรีท่านอื่นมาทำหน้าที่ในการบังคับใช้มาตรการตาม พ.ร.ก.แก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2516 เพื่อติดตามตรวจสอบเรื่องลาภกักตุนดังกล่าว

จึงขอเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีนายอนุทิน ชาญวีรกุล สั่งการให้มีการตรวจสอบเอกสารการส่งน้ำมันไปยังผู้ค้าปลีกทั้งหมด ตรวจสอบปริมาณการขาย และสต๊อคคงเหลือในแต่ละครั้งก่อนการปรับขึ้นราคาน้ำมันทุกชนิด ซึ่งมีเอกสารอยู่แล้วทั้งหมด เพื่อตัดวงจรการกักตุน ตัดวงจรการหาประโยชน์จากลาภกักตุน และเรียกเงินคืนเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงโดยทันที

หากไม่ดำเนินการ ประชาชนย่อมมีสิทธิตั้งคำถามว่านายกรัฐมนตรีรู้เห็นเป็นใจกับการปล่อยให้มีกักตุนเพื่อแสวงหาประโยชน์จากลาภมิควรได้จากการกักตุนหรือไม่ ทั้งน่าจะสามารถกล่าวหาว่ามีการกระทำละเว้นให้รัฐเสียประโยชน์ ซึ่งมีความผิดตามมาตรา 157 ใช่หรือไม่ ?!?

รสนา โตสิตระกูล

5 เมษายน 2569

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...