โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ฟื้นทะเลไทย สานต่อ ‘ปูม้ายั่งยืน’ ดันอาหารมั่นคง-ตรึงราคาฝ่าวิกฤตต้นทุนขาขึ้น

เดลินิวส์

อัพเดต 6 เมษายน 2569 เวลา 22.23 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
ซีพีแรมฟื้นทะเลไทย สานต่อ ‘ปูม้ายั่งยืน’ เสริมความมั่นคงอาหาร พร้อมเร่งคุมต้นทุนและตรึงราคฝ่าวิกฤตาพลังงาน

บริษัท ซีพีแรม จำกัด สานต่อโครงการ ‘ปูม้ายั่งยืน คู่ทะเลไทย’ ต่อเนื่องเป็นปีที่ 14 โดยล่าสุดร่วมกับภาครัฐ นักวิชาการ และชุมชนในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ปล่อยลูกพันธุ์ปูม้าระยะ Young Crab กว่า 2 แสนตัว ลงสู่พื้นที่เกาะเสร็จ อำเภอไชยา ส่งผลให้ตลอดระยะเวลาดำเนินโครงการมียอดปล่อยสะสมแล้วมากกว่า 1.8 ล้าน

โครงการดังกล่าวเกิดขึ้นจากความร่วมมือของหลายภาคส่วน ทั้งจังหวัดสุราษฎร์ธานี กรมประมง ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เขต 3 กลุ่มชาวประมงพื้นบ้าน และภาคเอกชนในห่วงโซ่อุปทาน โดยมีเป้าหมายหลักในการฟื้นฟูจำนวนปูม้า ซึ่งเป็นทรัพยากรสำคัญของระบบนิเวศชายฝั่งและเศรษฐกิจท้องถิ่น ควบคู่ไปกับการสร้างรายได้และเสริมศักยภาพชุมชนประมงให้สามารถพึ่งพาทรัพยากรได้อย่างยั่งยืนมากขึ้น

‘บันดาล สถิรชวาล’ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้เป็นกลไกสำคัญในการรักษาสมดุลของระบบนิเวศอ่าวบ้านดอน ซึ่งมีบทบาทต่อทั้งความหลากหลายทางชีวภาพและเศรษฐกิจของพื้นที่ การเพิ่มจำนวนปูม้าผ่านการปล่อยลูกพันธุ์จึงไม่เพียงช่วยฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ แต่ยังส่งผลต่อความมั่นคงทางอาชีพของชาวประมงในระยะยาว

ด้าน ‘วิเศษ วิศิษฏ์วิญญู’ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีพีแรม จำกัด กล่าวว่า โครงการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ความยั่งยืนขององค์กร ภายใต้แนวคิด ‘Food 3S’ ซึ่งครอบคลุมความปลอดภัยทางอาหาร (Food Safety) ความมั่นคงทางอาหาร (Food Security) และความยั่งยืนทางอาหาร (Food Sustainability) โดยเน้นการทำงานตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่ต้นน้ำอย่างชาวประมง ผู้แปรรูปวัตถุดิบ ไปจนถึงผู้บริโภค เพื่อให้การใช้ทรัพยากรเกิดประสิทธิภาพสูงสุด

อย่างไรก็ตาม ภาพรวมธุรกิจในปัจจุบันยังต้องรับมือกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ภาคธุรกิจอาหารยังต้องรับมือกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะราคาพลังงานที่ส่งผลต่อค่าขนส่งและวัตถุดิบตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน โดยวิเศษกล่าวว่าแนวทางหลักยังคงเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและบริหารจัดการซัพพลายเชนอย่างใกล้ชิด เพื่อลดผลกระทบต่อผู้บริโภค

ในส่วนของราคาสินค้า วิเศษย้ำว่าทางซีพีแรมจะพยายามตรึงราคาสินค้าให้นานที่สุด และจะพิจารณาปรับราคาก็ต่อเมื่อไม่สามารถบริหารต้นทุนได้อีกต่อไป โดยปัจจัยที่ต้องติดตามยังคงเป็นเรื่องราคาพลังงาน สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศ รวมถึงความเสี่ยงด้านการขาดแคลนวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์ที่อาจมีข้อจำกัดมากขึ้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...