ร้อนไม่ไหว! คัดหุ้น Summer Play ท้าแดดเมืองไทย
หุ้นวิชั่น
อัพเดต 03 เม.ย. เวลา 12.04 น. • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว • HoonVision | หุ้นวิชั่น - หุ้น ข่าวหุ้น หุ้นไทยวันนี้ หุ้นวันนี้ หุ้นเด่น วิเคราะห์หุ้น ธุรกิจ การเงิน เศรษฐกิจ การลงทุน ดัชนีราคาหุ้นหุ้นวิชั่น - บล.ลิเบอร์เรเตอร์ ระบุว่า ร้อนตับแลบ…ต้องแอบเก็บ หุ้นธีม Summer Play โดยการก้าวเข้าสู่เดือนเมษายนอย่างเต็มรูปแบบ…เดินออกจากบ้านแต่ละที นึกว่าซ้อมลงกระทะทองแดง! อากาศเมืองไทยช่วงนี้ร้อนตับแลบ แดดแผดเผาจนเหงื่อไหลเป็นน้ำ
แต่ในโลกของการลงทุน…ความร้อนระอุ มักจะมี "โอกาส" ซ่อนอยู่เสมอ! เมื่อฤดูกาลเปลี่ยน พฤติกรรมผู้บริโภคก็เปลี่ยนตามและนี่คือ High Season ของหุ้นธีม ‘Summer Play’ ที่เตรียมรับยอดขายกันแบบรัวๆ วันนี้ Liberator จะพามาดูครับว่า อากาศร้อนเบอร์นี้ หุ้นกลุ่มไหนบ้างที่ได้ประโยชน์จากอากาศร้อนๆ แบบนี้
*1. พฤติกรรม กระหายความสดชื่น
เมื่ออุณหภูมิพุ่ง สิ่งแรกที่ร่างกายเรียกร้องคือ "ความสดชื่น" นี่คือการซื้อด้วยอารมณ์ชั่ววูบครับ เดินผ่านตู้แช่ปุ๊บ หยิบปั๊บ โดยเฉพาะเครื่องดื่มที่มีรสหวาน ซึ่งมีอัตรากำไรขั้นต้น (Margin) สูงปรี๊ดเมื่อเทียบกับน้ำเปล่า อัตราการบริโภคต่อหัวในหน้าร้อนจะพุ่งทำจุดสูงสุด ไตรมาส 2 จึงมักเป็นไตรมาสที่งบการเงินสวยที่สุดแบบไม่ต้องออกแรงอัดโปรโมชันกลุ่มเครื่องดื่มที่ได้ประโยชน์โดยตรง เช่น เจ้าตลาดชาเขียว ICHI หรือ OISHI, ผู้ผลิตน้ำอัดลม HTC, เครื่องดื่มชูกำลัง CBG และ OSP, รวมถึงหุ้นส่งออกน้ำผลไม้อย่าง SAPPEพอเข้าไตรมาส 3 ที่เริ่มมีฝนตก คนมักจะแวะร้านสะดวกซื้อน้อยลง (Foot traffic ชะลอตัว) ความกระหายน้ำเย็นๆ ก็ลดลงตามอุณหภูมิ ยอดขายจึงมีโอกาสชะลอตัวลงตามสภาพอากาศ (QoQ Drop)
*2. พฤติกรรม "หนีร้อนพึ่งเย็น"
ห้างสรรพสินค้าไม่ได้เป็นแค่พื้นที่ขายของ แต่ในช่วงนี้ยังเป็นสถานที่พักผ่อนหลบฝุ่นและหลบแดด ทางออกของหลายๆ คนเวลาอยู่บ้านแล้วค่าไฟพุ่ง คือการหนีร้อนไปเดินตากแอร์ที่ห้าง สิ่งที่เกิดขึ้นคือระยะเวลาการเดินห้าง (Dwell Time) จะนานขึ้น ยิ่งคนอยู่นาน โอกาสที่จะแวะทานอาหาร ซื้อเครื่องดื่ม หรือดูหนัง ก็ยิ่งเพิ่มตาม กลุ่มค้าปลีกและศูนย์การค้า อย่างเจ้าของพื้นที่ห้าง CPN, ร้านสะดวกซื้อที่มีสาขาครอบคลุมอย่าง CPALL ที่ยอดขายน้ำแข็งและเครื่องดื่มเย็นเติบโต รวมถึงโรงภาพยนตร์ MAJOR ที่คนมักเข้าไปใช้เวลาพักผ่อนหากเข้าช่วงหน้าฝน มีโอกาสที่ทราฟฟิกจะชะลอลง โดยเฉพาะวันที่มีฝนตกหนักจนคนเปลี่ยนพฤติกรรมไปสั่งเดลิเวอรีแทน แม้ห้างใหญ่ๆ อาจจะยังมีคนไปใช้บริการ แต่โดยรวมยอดขายร้านอาหารและรายได้จากค่าเช่าส่วนเพิ่ม (GP) ของศูนย์การค้าอาจจะไม่คึกคักเท่าช่วงหน้าร้อน
*3. พฤติกรรม "ความต้องการเร่งด่วน"
สินค้าที่ได้รับความสนใจสูงในช่วงนี้หนีไม่พ้น แอร์ พัดลม และบริการล้างแอร์ เมื่อเครื่องทำความเย็นมีปัญหาในช่วงหน้าร้อน ลูกค้าส่วนใหญ่มักมีความต้องการใช้งานเร่งด่วน ไม่รอโปรโมชัน และพร้อมจ่ายเพื่อให้ช่างมาติดตั้งเร็วที่สุด ยอดขายของสินค้ากลุ่มนี้จึงเติบโตอย่างโดดเด่น กลุ่มธุรกิจซ่อมแซมบ้านและวัสดุก่อสร้างที่มีแผนกเครื่องใช้ไฟฟ้าอย่าง GLOBAL, HMPRO, DOHOME รวมถึงผู้รับจ้างผลิตชิ้นส่วนเครื่องปรับอากาศอย่างSNCเมื่อเข้าสู่เดือนมิถุนายน-กรกฎาคม ยอดขายแอร์มักจะชะลอตัวลงอย่างเห็นได้ชัดหลังผ่านช่วงร้อนจัด ธุรกิจกลุ่มนี้จึงมักต้องปรับพื้นที่ขาย สลับเอาปั๊มน้ำ อุปกรณ์ทำสวน หรืออุปกรณ์ซ่อมหลังคากันซึมมาวางขายแทน ซึ่งเป็นสินค้าที่ไม่ได้มีแรงซื้อเร่งด่วนเท่าสินค้าหน้าร้อน
*4. พฤติกรรม "เดินทางช่วงหยุดยาว"
การพักผ่อนในช่วงเทศกาลหยุดยาวอย่างสงกรานต์ ทำให้เกิดการเดินทางมหาศาล โรงแรมสามารถบริหารจัดการราคาห้องพักเฉลี่ยต่อคืน (ADR) ได้ดีขึ้นตามความต้องการที่ล้นหลาม อัตราการเข้าพัก (Occupancy Rate) ขยับตัวสูงขึ้น เกิดเม็ดเงินหมุนเวียนสะพัดในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว กลุ่มท่องเที่ยวและโรงแรมชั้นนำอย่าง CENTEL, ERW, MINT และโครงสร้างพื้นฐานอย่างสนามบิน AOT หลังจบช่วงหยุดยาว ภาคท่องเที่ยวจะเข้าสู่ช่วง "Low Season" โดยเฉพาะกลุ่มโรงแรมตามเมืองท่องเที่ยวชายทะเลที่มักได้รับผลกระทบจากมรสุม ทำให้นักท่องเที่ยวชะลอตัว โรงแรมต้องปรับโปรโมชันเพื่อประคองอัตราการเข้าพัก และหันมาเน้นลูกค้ากลุ่มสัมมนาองค์กร (MICE) เพื่อรักษาฐานรายได้เมื่ออ่านมาถึงตรงนี้ คงพอเห็นภาพแล้วว่า "หน้าร้อน" คือช่วงที่กระแสเงินสดสะพัด แต่ "หน้าฝน" คือช่วงที่ตัวเลขบางอย่างจะเริ่มชะลอลง สำหรับนักลงทุน มีกลไกคลาสสิกข้อหนึ่งที่ควรทำความเข้าใจไว้ครับ "Buy on Rumor, Sell on Fact"
ตลาดหุ้นสะท้อน "อนาคต" เสมอ การเคลื่อนย้ายของกระแสเงินทุนมักจะเกิดก่อนฤดูกาลจริง หุ้นกลุ่ม Summer Play มักจะถูกนักลงทุนหรือกองทุนเข้าสะสมไว้ตั้งแต่ช่วงปลายฤดูหนาว (ม.ค. - ก.พ.)และเมื่ออากาศร้อนจัดในเดือนเมษายน… บางครั้งอาจเป็นจังหวะที่เริ่มมีการทำกำไร (Take Profit) ออกมาบ้างแล้วงบการเงินไตรมาส 2 ของธุรกิจเหล่านี้ จะทยอยประกาศออกมาในช่วงปลายเดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคม ซึ่งในเวลานั้นบ้านเราเข้าสู่หน้าฝนและยอดขายบางส่วนอาจเริ่มชะลอตัวลงแล้ว อย่างไรก็ตาม ผลกระทบของฤดูกาลมักถูกสะท้อนในราคาหุ้นล่วงหน้าแล้วบางส่วน นักลงทุนจึงควรพิจารณาทั้ง Valuation และจังหวะเข้าซื้อประกอบเสมอ