โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เชียงใหม่ครองแชมป์โลกเมืองมลพิษ! AQI พุ่งสูง 228 ชี้วิกฤตอากาศ

สยามรัฐ

อัพเดต 12 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 12 ชั่วโมงที่ผ่านมา

เชียงใหม่ผงาดอันดับ 1 เมืองมลพิษโลก 5 เม.ย. 69 ตามรายงาน IQAir ค่า AQI พุ่ง 228 วิกฤต PM2.5 กระทบสุขภาพและเศรษฐกิจ เร่งหาทางออกยั่งยืน

เชียงใหม่ เมืองแห่งวัฒนธรรมและธรรมชาติอันงดงาม กำลังเผชิญหน้ากับวิกฤตครั้งใหญ่ เมื่อชื่อของเธอถูกจัดอันดับให้เป็น 'เมืองที่มีมลพิษมากที่สุดในโลก' อีกครั้ง! อะไรคือสาเหตุ และเราจะรับมือกับสถานการณ์นี้ได้อย่างไร?

เมื่อวันที่ 5 เมษายน 2569 เวลาประมาณ 06.00-07.00 น. รายงานสถานการณ์คุณภาพอากาศจาก IQAir แพลตฟอร์มตรวจวัดคุณภาพอากาศระดับโลก เปิดเผยว่า 'เทศบาลนครเชียงใหม่' ของประเทศไทย ได้พุ่งทะยานขึ้นเป็นอันดับ 1 ของเมืองที่มีมลพิษทางอากาศสูงที่สุดในโลก ด้วยดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI) สูงถึง 228 ซึ่งอยู่ในระดับ 'สีม่วง' หรือเป็นอันตรายต่อสุขภาพอย่างยิ่ง สถานการณ์นี้ส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจในพื้นที่อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทำให้เกิดคำถามถึงมาตรการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 ที่ยังคงเป็นวาระเร่งด่วนของชาติ.

เชียงใหม่ผงาดอันดับ 1 โลก: วิกฤตที่คุ้นเคย

รายงานล่าสุดจาก IQAir เมื่อช่วงเช้าตรู่ของวันที่ 5 เมษายน 2569 ได้ตอกย้ำภาพปัญหาฝุ่น PM2.5 ในภาคเหนือของประเทศไทยอีกครั้ง โดยเทศบาลนครเชียงใหม่ถูกจัดให้อยู่ในอันดับสูงสุดของเมืองที่มีมลพิษมากที่สุดในโลก ด้วยค่า AQI ที่พุ่งสูงถึง 228 ซึ่งบ่งชี้ถึงคุณภาพอากาศที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพอย่างรุนแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มเปราะบาง เช่น เด็ก ผู้สูงอายุ และผู้มีโรคประจำตัว รายงานนี้สร้างความกังวลใจให้กับทั้งชาวเชียงใหม่และนักท่องเที่ยวที่วางแผนจะเดินทางมาเยือน เนื่องจากสถานการณ์เช่นนี้ได้เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทำให้ภาพลักษณ์ของเมืองท่องเที่ยวสำคัญของไทยได้รับผลกระทบอย่างหนัก.

เทียบอันดับโลก: เพื่อนร่วมชะตากรรมจากทั่วทุกมุม

การจัดอันดับของ IQAir ไม่ได้มีเพียงเชียงใหม่เท่านั้นที่เผชิญวิกฤต แต่ยังมีเมืองใหญ่อื่นๆ ทั่วโลกที่ติดอันดับต้นๆ สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาที่กำลังเป็นภัยคุกคามระดับโลก โดยอันดับรองลงมาได้แก่ แบกแดด ประเทศอิรัก (AQI 199), คูเวตซิตี ประเทศคูเวต (AQI 196), รียาด ประเทศซาอุดีอาระเบีย (AQI 167), ลาฮอร์ ประเทศปากีสถาน (AQI 160), โกลกาตา ประเทศอินเดีย (AQI 155), ฮานอย ประเทศเวียดนาม (AQI 153), เฉิงตู ประเทศจีน (AQI 142), พนมเปญ ประเทศกัมพูชา (AQI 142) และเดลี ประเทศอินเดีย (AQI 139) จะเห็นได้ว่าหลายเมืองในภูมิภาคเอเชียยังคงประสบปัญหาคุณภาพอากาศอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากการเผาในที่โล่ง การจราจร และอุตสาหกรรม

ผลกระทบต่อสุขภาพและเศรษฐกิจ: ราคาที่ต้องจ่าย

ค่า AQI ที่สูงเกินมาตรฐานบ่งชี้ถึงปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ที่เกินระดับปลอดภัย ซึ่งสามารถแทรกซึมเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจและกระแสเลือด ก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพเรื้อรัง เช่น โรคทางเดินหายใจ โรคหัวใจและหลอดเลือด และมะเร็งปอด นอกจากนี้ยังส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นรายได้หลักของเชียงใหม่ นักท่องเที่ยวอาจลังเลที่จะเดินทางมาเยือนในช่วงที่มีมลพิษสูง ทำให้ธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร และการบริการต่างๆ ได้รับผลกระทบอย่างหนัก ผู้ประกอบการหลายรายเริ่มแสดงความกังวลต่อสถานการณ์ที่ยืดเยื้อนี้ และเรียกร้องให้ภาครัฐมีมาตรการที่เด็ดขาดและยั่งยืนมากขึ้น.

มุมมองเชิงลึก: สาเหตุและทางออกที่ยั่งยืน

ผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อมและนักวิชาการต่างชี้ว่า ปัญหาฝุ่น PM2.5 ในเชียงใหม่มีสาเหตุซับซ้อน ทั้งจากการเผาในที่โล่งเพื่อเตรียมพื้นที่เกษตรกรรมในพื้นที่ภาคเหนือและประเทศเพื่อนบ้าน การจราจรที่หนาแน่น การก่อสร้าง และสภาพภูมิประเทศที่เป็นแอ่งกระทะ ทำให้ฝุ่นสะสมตัวได้ง่าย การแก้ไขปัญหาจึงต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน รวมถึงความร่วมมือระหว่างประเทศในการควบคุมการเผาในที่โล่ง การบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด การส่งเสริมพลังงานสะอาด การพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะ และการให้ความรู้แก่ประชาชนถึงแนวทางการป้องกันตนเองและร่วมลดแหล่งกำเนิดมลพิษ

การที่เชียงใหม่กลับมาติดอันดับเมืองมลพิษสูงสุดของโลกอีกครั้ง เป็นสัญญาณเตือนที่ชัดเจนว่าปัญหาฝุ่น PM2.5 ยังคงเป็นภัยคุกคามร้ายแรงที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างจริงจังและต่อเนื่อง การบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งในระดับท้องถิ่น ระดับชาติ และระดับภูมิภาค รวมถึงการลงทุนในเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม จะเป็นกุญแจสำคัญในการนำพาเชียงใหม่กลับคืนสู่สถานะ 'เมืองน่าอยู่' และ 'เมืองท่องเที่ยวระดับโลก' อย่างยั่งยืน เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชนและอนาคตที่สดใสของภาคเหนือ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...