โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ก.พาณิชย์คุมเข้มสินค้าจำเป็น 59 รายการ ย้ำต้องขออนุญาตก่อนปรับราคา-ห้ามฉวยโอกาสกักตุน ขณะที่ กต. เร่งอพยพคนไทยออกจากพื้นที่เสี่ยง

THE STANDARD

อัพเดต 23 มี.ค. เวลา 06.14 น. • เผยแพร่ 23 มี.ค. เวลา 06.14 น. • thestandard.co
ก.พาณิชย์คุมเข้มสินค้าจำเป็น 59 รายการ ย้ำต้องขออนุญาตก่อนปรับราคา-ห้ามฉวยโอกาสกักตุน ขณะที่ กต. เร่งอพยพคนไทยออกจากพื้นที่เสี่ยง

วันนี้ (23 มีนาคม) กนิษฐา กังสวนิช รองโฆษกกระทรวงพาณิชย์ แถลงศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ถึงมาตรการคุมราคาสินค้าว่า ปัจจุบันมีสินค้า 59 รายการที่กระทรวงพาณิชย์ดูแลใกล้ชิด โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าจำเป็นต่อการดำรงชีพ เช่น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป นมผง ปุ๋ย และอาหารสัตว์ หากผู้ผลิตจะปรับราคาต้องขออนุญาต โดยกระทรวงพาณิชย์จะพิจารณาถึงโครงสร้างและต้นทุนอย่างรอบด้านก่อนให้อนุญาต

ส่วนกลุ่มของใช้ประจำวัน เช่น เช่น ผงซักฟอก แชมพู น้ำยาล้างจาน กระดาษชำระ ยารักษาโรคและเวชภัณฑ์ หากปรับราคาไม่ต้องขออนุญาต แต่ต้องแจ้งให้ทราบกระทรวงพาณิชย์ทราบก่อน พร้อมสั่งการพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศลงพื้นที่ตรวจสอบสต็อก ป้องกันการกักตุนและฉวยโอกาสขึ้นราคาในช่วงวิกฤต

นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ยังเตรียมมาตรการช่วยค่าครองชีพกลุ่มเปราะบางผ่านโครงการธงฟ้าราคาประหยัด และปุ๋ยธงเขียว ลดต้นทุนเกษตรกร พร้อมร่วมมือกับผู้ผลิตรายใหญ่กระจายสินค้าราคาพิเศษผ่านร้านค้าชุมชนทั่วประเทศ โดยประชาชนสามารถแจ้งเหตุไม่เป็นธรรมได้ที่สายด่วน 1569 ซึ่งในช่วงวันที่ 23-25 มีนาคมนี้ ทีมผู้บริหารจะปูพรมตรวจตลาดทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑลเพื่อสร้างความมั่นใจให้ประชาชน

ด้าน ปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ระบุถึงสถานการณ์สู้รบว่ามีความรุนแรงขึ้น มีการโจมตีขยายวงกว้างไปยังกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับ (GCC) และพื้นที่ใกล้ศูนย์วิจัยนิวเคลียร์ในอิสราเอล แม้ยังไม่มีรายงานคนไทยได้รับบาดเจ็บเพิ่มเติม แต่ขอให้ผู้ที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงเร่งเดินทางออกโดยเร็วที่สุด หลังสหรัฐฯ เรียกร้องให้เปิดช่องแคบฮอร์มุซท่ามกลางคำขู่ตอบโต้จากอิหร่าน

สำหรับความช่วยเหลือแรงงานไทย ในวันที่ 24 มีนาคม กรมการกงสุลจะลงพื้นที่จังหวัดชัยภูมิเพื่อเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิตจากสะเก็ดระเบิด พร้อมประสานส่งร่างกลับไทยในวันที่ 27 มีนาคมนี้ ส่วนแรงงานไทย 4 คนในฟาร์มกุ้งที่เมืองบันดาอับบาส ประเทศอิหร่าน อยู่ระหว่างการอพยพทางบกเข้าสู่ตุรกีเพื่อเดินทางกลับไทย โดยมียอดรวมคนไทยที่ได้รับความช่วยเหลือออกจากพื้นที่ขัดแย้งแล้วทั้งสิ้น 1,479 คน

ส่วนกลุ่มของใช้ประจำวัน เช่น เช่น ผงซักฟอก แชมพู น้ำยาล้างจาน กระดาษชำระ ยารักษาโรคและเวชภัณฑ์ หากปรับราคาไม่ต้องขออนุญาต แต่ต้องแจ้งให้ทราบกระทรวงพาณิชย์ทราบก่อน พร้อมสั่งการพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศลงพื้นที่ตรวจสอบสต็อก ป้องกันการกักตุนและฉวยโอกาสขึ้นราคาในช่วงวิกฤต

นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ยังเตรียมมาตรการช่วยค่าครองชีพกลุ่มเปราะบางผ่านโครงการธงฟ้าราคาประหยัด และปุ๋ยธงเขียว ลดต้นทุนเกษตรกร พร้อมร่วมมือกับผู้ผลิตรายใหญ่กระจายสินค้าราคาพิเศษผ่านร้านค้าชุมชนทั่วประเทศ โดยประชาชนสามารถแจ้งเหตุไม่เป็นธรรมได้ที่สายด่วน 1569 ซึ่งในช่วงวันที่ 23-25 มีนาคมนี้ ทีมผู้บริหารจะปูพรมตรวจตลาดทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑลเพื่อสร้างความมั่นใจให้ประชาชน

ด้าน ปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ระบุถึงสถานการณ์สู้รบว่ามีความรุนแรงขึ้น มีการโจมตีขยายวงกว้างไปยังกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับ (GCC) และพื้นที่ใกล้ศูนย์วิจัยนิวเคลียร์ในอิสราเอล แม้ยังไม่มีรายงานคนไทยได้รับบาดเจ็บเพิ่มเติม แต่ขอให้ผู้ที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงเร่งเดินทางออกโดยเร็วที่สุด หลังสหรัฐฯ เรียกร้องให้เปิดช่องแคบฮอร์มุซท่ามกลางคำขู่ตอบโต้จากอิหร่าน

สำหรับความช่วยเหลือแรงงานไทย ในวันที่ 24 มีนาคม กรมการกงสุลจะลงพื้นที่จังหวัดชัยภูมิเพื่อเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิตจากสะเก็ดระเบิด พร้อมประสานส่งร่างกลับไทยในวันที่ 27 มีนาคมนี้ ส่วนแรงงานไทย 4 คนในฟาร์มกุ้งที่เมืองบันดาอับบาส ประเทศอิหร่าน อยู่ระหว่างการอพยพทางบกเข้าสู่ตุรกีเพื่อเดินทางกลับไทย โดยมียอดรวมคนไทยที่ได้รับความช่วยเหลือออกจากพื้นที่ขัดแย้งแล้วทั้งสิ้น 1,479 คน

ภาพ: ใส่โลโก้ (ครอปให้เหลือ 2 คนซ้าย)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...