โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

แพทย์เผยงานวิจัยใหม่ น้ำมันหมู ไม่ใช่ตัวร้ายต่อหัวใจ-หลอดเลือด ชี้เหมาะทอดอาหารไทย

MATICHON ONLINE

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา

หมอเผยงานวิจัยใหม่ ชี้ น้ำมันหมู ไม่ใช่ตัวร้ายอย่างที่เคยคิด เหมาะกับการทอดอาหารไทยมากกว่าเดิม

เมื่อวันที่ 23 มีนาคมนพ.ฆนัท ครุธกูล นายกสมาคมโภชนาการเพื่อกีฬาและสุขภาพ เปิดเผยในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการว่า จากงานวิจัยล่าสุดทั้งในไทยและต่างประเทศ (อัปเดตปี 2569) พบว่า น้ำมันหมู (lard) ไม่ได้อันตรายต่อสุขภาพหัวใจและหลอดเลือดอย่างที่เคยถูกโฆษณาและเข้าใจผิดในอดีต โดยเฉพาะเมื่อใช้ในการทอดอาหาร ซึ่งเป็นวิธีปรุงอาหารไทยที่นิยมมาก

นพ.ฆนัท กล่าวว่า “สมัยก่อน คนไทยกลัวน้ำมันหมูเพราะเห็นภาพโฆษณาที่เอาไปแช่ตู้เย็นแล้วแข็งตัวเป็นก้อนใหญ่ ต่างจากน้ำมันพืชที่ยังเหลวอยู่ ทำให้คิดว่ามัน อุดตันหลอดเลือด แต่จริง ๆ แล้วเป็นเพียงคุณสมบัติทางกายภาพจากไขมันอิ่มตัวสูง (ประมาณ 39-41%) ไม่ได้แปลว่าอันตรายร้ายแรง”

หลักฐานจากงานวิจัยใหม่พลิกความคิดเดิม

• การศึกษาในจีนปี 2566 (Wang et al., Current Problems in Cardiology) กับผู้สูงอายุกว่า 15,874 คน พบว่า คนที่ใช้ น้ำมันหมูหรือไขมันสัตว์อื่น ในการปรุงอาหาร มีความเสี่ยงโรคหลอดเลือดหัวใจ (ASCVD) ต่ำกว่าคนที่ใช้น้ำมันพืชล้วน ๆ อย่างชัดเจน (17.46% เทียบกับ 31.68%)

• การศึกษาติดตามต่อเนื่องปี 2569 (Wang K et al., PLOS ONE) ยืนยันว่า การใช้ น้ำมันหมู ช่วยให้อัตราการรอดชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือด (CVD-specific survival) สูงกว่าการใช้น้ำมันพืชในผู้สูงอายุจีน

• รีวิวใหญ่ระดับโลก (Astrup et al., JACC ปี 2563 และ meta-analysis ล่าสุด) สรุปว่า การลดไขมันอิ่มตัวอย่างเดียว ไม่ได้ช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจหรือการตายโดยรวม ชัดเจน โดยปัจจัยอื่น เช่น การกินผักน้อย การออกกำลังกายน้อย หรือกินแป้งขัดสีมาก มีผลกระทบมากกว่า
ข้อดีเด่นสำหรับการทอดอาหารไทย

นพ.ฆนัท เน้นย้ำว่า น้ำมันหมูมีจุดเด่นเรื่อง ความเสถียรต่อความร้อนสูง ทำให้เกิดสารพิษจากการออกซิเดชัน (เช่น aldehydes ซึ่งเสี่ยงมะเร็งและโรคหัวใจ) น้อยกว่าน้ำมันพืชที่มีกรดไขมันไม่อิ่มตัวหลายพันธะสูง (เช่น น้ำมันถั่วเหลือง) ถึง 3-10 เท่า (จากงานวิจัย Grootveld และการศึกษาการทอดซ้ำหลายรอบ)

“อาหารทอดจะ กรอบ หอม อร่อย และ ไม่อมน้ำมันมาก เพราะไขมันอิ่มตัวช่วยสร้างเปลือกกรอบเร็ว ลดการซึมลึกของน้ำมันเข้าเนื้ออาหาร” นพ.ฆนัท กล่าว “ถ้าใช้น้ำมันหมูจากหมูเลี้ยงดี ๆ ยังได้วิตามินดีและ K2 ช่วยสุขภาพกระดูกด้วย”

นพ.ฆนัท ยังแนะนำวิธีใช้ให้ปลอดภัยและเหมาะกับคนไทย ว่า ควรผสม เพื่อสมดุลกรดไขมัน ไม่ใช่ใช้น้ำมันหมูล้วนทุกมื้อ

• ทอด/ผัดร้อนสูง (ทอดไก่ ทอดปลา ผัดผักไฟแรง ทำขนมไทย): ใช้น้ำมันหมู 100% หรือผสมกับ น้ำมันรำข้าว หรือ น้ำมันปาล์ม (ดีที่สุด) เพราะทั้งสองมีสารต้านอนุมูลอิสระสูง (oryzanol ในรำข้าว, tocotrienols ในปาล์ม) ช่วยยืดอายุน้ำมันทอด ลดสารพิษได้ดีกว่าแบบผสมน้ำมันถั่วเหลืองล้วน
• อาหารอื่น ๆ (สลัด ราดผัก ผัดเบา ๆ): ผสมน้ำมันหมู 20-30% กับน้ำมันรำข้าวหรือมะกอก เพื่อ balance กรดไขมันไม่อิ่มตัว
• ปริมาณเหมาะสม: ไม่เกิน 1-2 ช้อนโต๊ะต่อวัน (10-20 กรัม) รวมไขมันอิ่มตัวทั้งวันไม่ควรเกิน 6-10% ของพลังงานที่กิน (ประมาณ 13-22 กรัม สำหรับคนกิน 2,000 แคลอรี)

“ถ้ามีโรคประจำตัว เช่น คอเลสเตอรอลสูงหรือเบาหวาน ควรตรวจเลือดก่อนและปรึกษาแพทย์หรือนักโภชนาการเพื่อปรับให้เหมาะกับตัวเอง” นพ.ฆนัท กล่าว

นพ.ฆนัท สรุปว่า “น้ำมันหมูไม่ใช่ศัตรูอีกต่อไป โดยเฉพาะในครัวไทยที่ชอบทอดอาหาร มันคือตัวเลือกที่ดี อร่อย และปลอดภัยกว่าเดิม ถ้าใช้อย่างมีสติและผสมให้สมดุล”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : แพทย์เผยงานวิจัยใหม่ น้ำมันหมู ไม่ใช่ตัวร้ายต่อหัวใจ-หลอดเลือด ชี้เหมาะทอดอาหารไทย

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...