โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ราคาน้ำมันพุ่ง การบินไทยอั้นต้นทุนไม่อยู่ ลูกค้าชะลอเดินทาง จ่อเก็บค่าธรรมเนียมน้ำมันเพิ่ม

Thairath Money

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ภาพไฮไลต์

นายชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลางได้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่ออุตสาหกรรมการบินทั่วโลก โดยเฉพาะต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยาน (Jet A1) ซึ่งปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจากเดิมอยู่ที่ระดับประมาณ 80 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เป็นประมาณ 220 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล หรือเพิ่มขึ้นมากกว่า 2 เท่าตัว

ทั้งนี้ ต้นทุนน้ำมันถือเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อผลประกอบการของบริษัท แม้ว่าปัจจุบันการบินไทยจะมีการทำสัญญาป้องกันความเสี่ยงด้านราคาน้ำมัน (Hedging) ในสัดส่วนประมาณ 50% โดยอิงกับราคาน้ำมันดิบ แต่พบว่าราคาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้นช้ากว่าน้ำมันสำเร็จรูป ทำให้ไม่สามารถครอบคลุมต้นทุนที่แท้จริงได้ทั้งหมด อีกทั้งสัญญา Hedging ดังกล่าวมีอายุประมาณ 6 เดือน และจะทยอยลดลงหลังเดือนมิถุนายน ขณะที่บริษัทไม่สามารถเพิ่มสัดส่วนการป้องกันความเสี่ยงในช่วงราคาสูงได้ เนื่องจากมีความเสี่ยงหากราคาปรับลดลงในอนาคต

อย่างไรก็ตาม เพื่อรักษาสถานะทางการเงินและความอยู่รอดขององค์กร ก่อนหน้าที่จะเกิดเหตุการณ์ บริษัทได้ปรับราคาค่าโดยสารเพิ่มขึ้นแล้วประมาณ 10-15% โดยใช้กลไก Dynamic Pricing ผ่านการบริหารจัดการระดับราคาขาย เช่น การปิดการขายในราคาชั้นต่ำ เพื่อดันราคาขายเฉลี่ยให้สูงขึ้นตามกลไกตลาด นอกจากนี้ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาปรับเพิ่มค่าธรรมเนียมน้ำมัน ให้สอดคล้องกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะเส้นทางระหว่างประเทศที่ไม่มีเพดานกำกับราคา อย่างไรก็ตาม บริษัทจะพิจารณาปรับสมดุลระหว่างราคาตั๋วพื้นฐานและค่าธรรมเนียม เพื่อไม่ให้กระทบผู้โดยสารเกินความจำเป็น แต่หากสงครามยังยืดเยื้อในระยะยาวอาจจะต้องมีการปรับตั๋วเพิ่มขึ้น

“จากที่บริษัทฯ ตั้งเป้าหมายรายได้ปีนี้ไว้ที่ 200,000 ล้านบาท หรือเติบโตประมาณ 5% จากปีก่อน หากสถานการณ์ยืดเยื้อไปอีก 2 เดือน หรือสิ้นเดือนพฤษภาคม 69 จะมีผลกระทบแน่นอน ไม่ใช่แค่การบินไทย แต่จะกระทบไปยังตลาดอุตสาหกรรมการบินทั่วโลก รวมถึงความมั่นใจของผู้บริโภค และเศรษฐกิจ ดังนั้น การบินไทย จึงต้องมีการปรับตัวเป็น “กบจำศีล” คืออยู่นิ่ง ๆ เอาตัวรอด ในช่วงที่เกิดภาวะแบบนี้ เพื่อประคององค์กร ลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น อะไรที่ยังไม่มีความจำเป็นก็ชะลอไปก่อน จนกว่าสถานการณ์จะชัดเจน นอกจากนั้นยังพบว่า จากสถานการณ์ ทำให้มีผลต่อตลาดการเดินทาง โดยเฉพาะผู้โดยสารเริ่มชะลอการตัดสินใจเดินทาง โดยเฉพาะในตลาดระยะไกล เช่น ยุโรปและออสเตรเลีย เนื่องจากผู้โดยสารรอดูสถานการณ์ ยอดการจองที่นั่ง (Booking) ในภาพรวมต่ำกว่าปีที่ผ่านมาถึง 5%”

สำหรับแผนการลงทุนระยะยาว บริษัทฯ จะยังคงเดินหน้าโครงการสำคัญอย่างโครงการศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน (MRO) ที่อู่ตะเภา ยืนยันว่าจะดำเนินการในพื้นที่เดิม แม้จะมีวิกฤตตะวันออกกลางจะไม่มีการชะลอแผนอย่างแน่นอน ส่วนแผนการรับมอบเครื่องบินใหม่ยังคงเป็นไปตามกำหนดเดิม เนื่องจากยังต้องติดตามสถานการณ์ก่อน หากรีบตัดสินใจ จะทำให้เกิดการเสียโอกาส

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า จะมีข้อเสนอต่อรัฐบาลให้เข้ามาช่วยเหลือผลกระทบจากวิกฤตตะวันออกกลางหรือไม่ นายชาย กล่าวว่า ไม่มี ขอแค่ให้ภาครัฐสนับสนุนเชิงนโยบาย เพื่อผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการบิน (Aviation Hub) ของภูมิภาค โดยใช้สายการบินสัญชาติไทยเป็นกลไกหลัก ทั้งนี้ การลดภาษีน้ำมันเครื่องบินในเส้นทางระหว่างประเทศไม่สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากปัจจุบันไม่มีการจัดเก็บภาษีในส่วนดังกล่าวอยู่แล้ว ส่วนสถานการณ์จะถึงขั้นแบบช่วงการแพร่ระบาดโควิด จนทำให้หยุดการเดินทางหรือไม่นั้น ในเรื่องนี้มองว่า ในระยะสั้นจะไม่ถึงขั้นนั้น ก็ต้องประเมินเป็นระยะ แต่อย่างไรก็ตาม จากการพ้นการฟื้นฟู การบินไทยมีสภาพคล่องเงินสดในมือกว่าแสนล้านบาท ดังนั้น การบินไทยจะเดินหน้าไม่ให้เกิดความเสี่ยงเด็ดขาด

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ราคาน้ำมันพุ่ง การบินไทยอั้นต้นทุนไม่อยู่ ลูกค้าชะลอเดินทาง จ่อเก็บค่าธรรมเนียมน้ำมันเพิ่ม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...