เลือกตั้ง+ประชามติ 69: ลงทะเบียนออกเสียงประชามติทำได้เฉพาะ “นอกเขตจังหวัด” ที่มีชื่อในทะเบียนบ้านเท่านั้น
3 มกราคม 2569 ซึ่งเป็นวันแรกของการเปิดลงทะเบียนออกเสียงประชามตินอกเขตและนอกราชอาณาจักร มีประชาชนแจ้งข้อมูลผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียของไอลอว์ว่า ในวันเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ 2569 เขาติดธุระที่เขตอื่นภายในจังหวัดเดียวกับทะเบียนบ้าน จึงพยายามลงทะเบียนออกเสียงประชามตินอกเขต แต่ระบบไม่รองรับ (เช่น ทะเบียนบ้านอยู่เชียงใหม่ เขต 7 แต่จะขอลงคะแนนที่เชียงใหม่ เขต 5) อย่างไรก็ตาม เมื่อเจ้าหน้าที่ไอลอว์ทดลองเข้าระบบ https://boraservices.bora.dopa.go.th/election/outvote/ กลับพบว่าสามารถกดเลือกจังหวัดเดียวกับที่มีชื่อในทะเบียนบ้านได้
ต่อมาเวลาประมาณ 13:18 น. เจ้าหน้าที่ไอลอว์โทรศัพท์สอบถามสายด่วน กกต. 1444 ว่า ประชาชนสามารถลงทะเบียนในจังหวัดที่มีชื่ออยู่ตามทะเบียนบ้านได้หรือไม่ เจ้าหน้าที่ปลายสายยืนยันว่า การลงทะเบียนเพื่อใช้สิทธิออกเสียงประชามตินอกเขตทำได้เฉพาะ “นอกเขตจังหวัด” ที่ตนมีสิทธิเท่านั้น แต่เมื่อแย้งว่าระบบอนุญาตให้เลือกจังหวัดตามทะเบียนบ้านได้ เจ้าหน้าที่ขอให้ถือสายรอสักครู่ ก่อนที่สัญญาณจะตัดไป
เจ้าหน้าที่ไอลอว์จึงติดต่อสายด่วน 1444 อีกครั้ง ได้รับคำชี้แจงว่า สาเหตุที่ผู้ลงทะเบียนสามารถเลือกจังหวัดที่ตนมีชื่อตามทะเบียนบ้านได้ เป็นเพราะระบบขัดข้องในช่วงเช้าของวันที่ 3 มกราคม 2569 จึงเกิดช่องว่างดังกล่าวขึ้น จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงให้เบอร์ติดต่อ กลุ่มงานจัดการเลือกตั้งและการมีส่วนร่วมของ กกต. เพื่อสอบถามแนวทางแก้ไขโดยตรง เจ้าหน้าที่จากกลุ่มงานจัดการเลือกตั้งฯ อธิบายว่า ตามกฎหมายแล้วการลงทะเบียนประชามตินอกเขต ต้องลง “นอกเขตจังหวัด” เท่านั้น
สำหรับผู้ที่ลงทะเบียนออกเสียงประชามตินอกเขตภายในจังหวัดเดียวกับที่มีทะเบียนบ้านสำเร็จในช่วงเช้าที่ระบบขัดข้อง เจ้าหน้าที่กลุ่มงานจัดการเลือกตั้งฯ ให้คำแนะนำว่า ขอให้กลับเข้าไปตรวจสอบสถานะในระบบอีกครั้ง หากพบว่าการลงทะเบียนสมบูรณ์ ก็ถือว่าสามารถใช้สิทธิตามนั้นได้เลย เนื่องจากประชามติใช้เขตประเทศเป็นเขตออกเสียง จึงไม่มีปัญหาในการนับคะแนน ถือเป็นการยกประโยชน์ให้ประชาชนจากความผิดพลาดของระบบข้อมูลที่ไม่เชื่อมต่อกัน แต่หากตรวจสอบแล้วไม่พบชื่อ ต้องรีบลงทะเบียนใหม่ให้ถูกต้องตามเงื่อนไขคือ เลือกนอกเขตจังหวัดทันที
กรณีนี้เป็นไปตาม มาตรา 41 แห่ง พ.ร.บ. ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ. 2564 (พ.ร.บ.ประชามติฯ) ที่บัญญัติว่า “ผู้มีสิทธิออกเสียงซึ่งอยู่นอกเขตจังหวัดที่ตนมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน หรือผู้มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านเป็นเวลาน้อยกว่าเก้าสิบวันนับถึงวันออกเสียง จะไปลงคะแนนออกเสียงในหน่วยออกเสียงที่อยู่นอกเขตออกเสียงในวันออกเสียง” ซึ่งพ.ร.บ.ประชามติฯ ใช้คำแตกต่างจากการเลือกตั้ง สส. ที่ใช้คำว่า “นอกเขตเลือกตั้ง” ดังนั้น กกต.จึงตีความกฎหมายว่า ผู้จะลงทะเบียนประชามตินอกเขตจึงต้องลงทะเบียนคนละจังหวัดกับที่อยู่ตามทะเบียนบ้านเท่านั้น