'เอกนัฏ' บอกมีเซอร์ไพรส์ หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ช่วยหาเสียงกทม. จ่อจัดคิว 'สีหศักดิ์-ศุภจี' ร่วมขบวน
“เอกนัฏ” บอกมีเซอร์ไพรส์ หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ช่วยหาเสียงกทม. จ่อจัดคิว “สีหศักดิ์-ศุภจี” ร่วมขบวน ชี้ แม้งานหินแต่ภูมิใจไทยกระแสตอบรับดี ประชาชนเรียกร้องสานต่อคนละครึ่งพลัส-สร้างรั้วชายแดน เชื่อ กทม.ยังเป็นตลาดเปิดรอคนตัดสิน หลังกระแส ปชป. แข่ง ปชน. แค่ 2 พรรค
เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 4 มกราคม ที่ตลาดวังหลัง กรุงเทพฯ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ในฐานะแกนนำหาเสียงพื้นที่กรุงเทพฯ พรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วย น.ส.รัชดา ธนาดิเรก อดีต ส.ส. บางพลัด บางกอกน้อย และหมวดตรี ศุภิกา พัฒน์ธนันภู (หมวดพลอย) ผู้สมัคร ส.ส.เขต 32 นายอรรทิตย์ฌาณ คูหาเรืองรอง (อาร์ท ถึงแก่น) ผู้สมัคร ส.ส.เขต 33 ลงพื้นที่ตลาดวังหลัง หาเสียงกับบรรดาพ่อค้า-แม่ค้า และประชาชนที่มาเดินจับจ่ายซื้อของ
โดยระหว่างการเดินหาเสียงมีบรรดาแม่ค้า ตะโกนบอกว่าอยากได้โครงการคนละครึ่งพลัสกลับมา เพราะทำให้เศรษฐกิจการค้าการขายดีขึ้นมาก ซึ่งโครงการคนละครึ่งพลัส ครั้งที่ผ่านมา ทำให้ขายของได้ หากโครงการคนละครึ่งกลับมา ก็จะทำให้ตลาดกลับมาคึกคัก
ขณะที่แม่ค้าอีกราย บอกว่า อยากให้นายเอกนัฏ ฝากไปถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ว่ายังติดหนี้พี่น้องประชาชนอยู่จำนวน 2,400 บาท จึงอยากให้กลับมาใช้หนี้ เพราะที่ผ่านมาโครงการคนละครึ่ง ทำให้เศรษฐกิจหมุนเวียนได้ดี ตลาดคึกคักอย่างมาก โดยบอกว่าการทำโครงการแบบนี้ ทำให้เศรษฐกิจหมุนเวียน
ด้าน นายเอกนัฏ เปิดเผยว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ พบว่าประชาชนต้องการโครงการคนละครึ่งพลัส และอยากให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กลับมาดำเนินการโครงการนี้ต่อ เพราะเป็นการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงวิกฤต และเป็นการดำเนินการที่มีความรับผิดชอบ ไม่ใช่นโยบายประชานิยมแบบฟรี
เมื่อถามถึงโอกาสที่หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย จะลงพื้นที่หาเสียงในกทม. นายเอกนัฏ ระบุว่า จะมีเซอร์ไพรส์อย่างแน่นอน ไม่ใช่แค่นายอนุทิน เพราะประชาชนเรียกร้องนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว และนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ด้วย โดยทางพรรคได้มีการพูดคุย และจัดคิวในการลงพื้นที่ รัฐมนตรีในช่วงที่ไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่รัฐมนตรี
เมื่อถามว่า ในพื้นที่กทม. มองว่าพรรคไหนน่ากลัว นายเอกนัฏ กล่าวว่า ต้องให้เกียรติทุกพรรค เพราะจากสถานการณ์ ตลาดกทม. เป็นตลาดเปิด หลายพรรคมีโอกาสที่จะช่วงชิง ส.ส.ได้ ดังนั้น ระยะเวลาที่เหลืออีกไม่ถึงเดือน พรรคภูมิใจไทยมั่นใจว่ามีนโยบายที่ดี และมีผู้สมัครที่พร้อมอาสามาทำงานในกทม. ซึ่งเคยประกาศไปแล้วว่าหากเลือกพรรคภูมิใจไทยเข้ามา นอกจากจะได้โครงการคนละครึ่งพลัส และการสร้างรั้วชายแดน ทหารอาสา ก็จะมีมือดี และคนมาทำงานในตำแหน่งรองนายกฯ ในกระทรวงเศรษฐกิจที่สำคัญ ที่คนกทม. เชื่อถือได้เพื่อทำงานกู้วิกฤตเศรษฐกิจ
ส่วนที่มีการมองว่าการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการแข่งขันระหว่างพรรคประชาธิปัตย์กับพรรคประชาชนจะถือว่าเป็นงานยากของภูมิใจไทยในการตีตื้นทำคะแนนในกทม.หรือไม่ นายเอกนัฏ ระบุว่า ส่วนตัวเคยเผชิญกับความท้าทายทุกรูปแบบมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการเลือกตั้งหรือการทำงานที่ผ่านมา ดังนั้น ไม่มีซอยไหนที่จะหยุดเดิน และจะนำทีมผู้สมัครสู้ให้สุดซอยในเวลาที่เหลือ ตนยังพูดไม่ได้ว่าจะกวาดได้กี่ที่นั่ง เพราะพรรคภูมิใจไทยไม่เคยมี ส.ส.ในกทม. แต่จากประสบการณ์ 15 ปีของตน เห็นว่าครั้งนี้พรรคภูมิใจไทยได้เสียงตอบรับที่ดีขึ้น เพราะผู้สมัครทุกคนมีความตั้งใจ และพยายามปรับตัวทำนโยบายให้ดีขึ้น เพื่อให้ถูกใจคนพื้นที่กทม. และยังมีการเฟ้นหามืออาชีพมาช่วยทำงาน เพื่อให้ทุกคนถูกใจ และมีความไว้ใจพรรคภูมิใจไทย ดังนั้น ในวันนี้จะทำให้เต็มที่
เมื่อถามถึงกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์เปิดผลสำรวจภายในพรรคพบว่ามีคะแนนนิยมดีขึ้น พรรคภูมิใจไทยได้มีการทำผลสำรวจในช่วงเริ่มต้นการหาเสียงแล้วหรือไม่ นายเอกนัฏ กล่าวว่า ผลโพลอาจจะเกิดจากการทำกันเอง ก็ไม่เป็นไร แต่ตน และ น.ส.รัชดา ในฐานะที่เคยเป็น ส.ส.กทม. เท่าที่ประเมินคือประชาชน ในกทม. ยังไม่ได้ตัดสินใจจะเลือกพรรคใด พร้อมขอเชิญชวนประชาชนว่าก่อนที่จะตัดสินใจให้ดีต้องคิดไตร่ตรองให้ดีว่าจะเลือกใครโดยเฉพาะเมื่อเลือกไปแล้วจะสามารถเปลี่ยนแปลงประเทศได้หรือไม่ หรือจะได้รัฐบาลที่ไว้ใจเข้ามาแก้ไขปัญหาต่างๆ เพราะวันนี้ประเทศไทยกำลังมีสงครามต่อสู้อยู่ตามแนวชายแดน มีทหารที่ต้องเสียสละ ดังนั้นทุกหนึ่งเสียงมีค่าว่า ทางประเทศไทยเดินไปในทิศทางไหน พร้อมยืนยันว่าพรรคภูมิใจไทยมีนโยบายที่ชัดเจนอย่างมาก
นายเอกนัฏ ยังระบุถึงตัวผู้สมัคร พรรคภูมิใจไทย ว่าทุกคนมาด้วยใจที่สู้ เพราะภูมิใจไทยไม่เคยมี ส.ส.ในกทม. ครั้งนี้ต้องทำให้เห็นเป็นรูปธรรม แม้หลายคนจะหน้าใหม่ แต่มีประสบการณ์ทั้งหมด แม้ที่ผ่านมาจะแพ้ แต่ไม่ใช่ว่าจะยอม ทุกคนมีหัวใจสู้ และพร้อมชนกับทุกปัญหา ดังนั้น ช่วงเวลาที่เหลือทุกคนจะต้องขยันลงพื้นที่ และตนก็ได้กำชับให้ส่งการบ้านในการลงพื้นที่มากกว่าคนอื่น เอาความตั้งใจเข้าแลก ไม่ต้องซับซ้อน ไม่ต้องคิดมาก แต่ต้องเป็นการสื่อสารถึงความจริง เสียสละ เมื่อลงเป็นผู้สมัครของพรรคแล้วก็ต้องปล่อยพลังให้เต็มที่ ให้ประชาชนสัมผัสพลังได้ในเวลาที่เหลือ ซึ่งตนมั่นใจในศักยภาพของผู้สมัคร เพราะเป็นคนคัดมาเองกับมือ
นอกจากนี้ หัวหน้าพรรคได้กำชับตนในฐานะแม่ทัพ กทม. ว่าให้ขยันเป็นพิเศษ เพราะสนามนี้เป็นสนามที่ท้าทายของทุกพรรค หากอยากประสบความสำเร็จคนอื่นเดิน 1 ชม. ผู้สมัครพรรคภูมิใจไทยจะต้องเดิน 3 ชม. พรรคอื่นเดิน 1 วันเราต้องเดิน 3 วัน และในชีวิตตนเคยเดินมาแล้วสูตรสำเร็จคือต้องสู้ให้เต็มที่ ลุยให้เต็มที่ อะไรที่ไม่เคยเกิดขึ้นก็อาจจะเกิดขึ้นได้ในการเลือกตั้งครั้งนี้
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ‘เอกนัฏ’ บอกมีเซอร์ไพรส์ หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ช่วยหาเสียงกทม. จ่อจัดคิว ‘สีหศักดิ์-ศุภจี’ ร่วมขบวน
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th