คนแห่กดไลก์! “บอม โอฬาร” เล่านิทานก่อนเลือกตั้ง “อาณาจักรสีเดียว”
"บอม โอฬาร" เล่านิทาน ชาวอาณาจักรตั้งคำถามกลับ ทหารมีไว้ทำไม แต่เจอกระบวนการฟ้องปิดปาก
ผู้สื่อข่าวโตโจ้นิวส์รายงานว่า นายโอฬาร วีระนนท์ หรือ บอมโอฬาร นักธุรกิจคนรุ่นใหม่ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า
นิทานก่อนเลือกตั้ง : “อาณาจักรสีเดียว”
กาลครั้งหนึ่ง…
มีอาณาจักรหนึ่งที่เชื่อมั่นอย่างแรงกล้าว่า
ตนเองคือ ผู้ครอบครองความหมายของคำว่า “ประชาธิปไตย”
ในอาณาจักรนี้
ประชาธิปไตยถูกย้อมด้วยสีเดียว
ใครคิดเหมือน…คือผู้ตื่นรู้
ใครคิดต่าง…คือซากอดีต
คืออำนาจเดิม
คือเผด็จการในคราบประชาชน
ทั้งที่ความจริง
ทุกคนต่างยืนอยู่บนสนามเดียวกัน
แข่งภายใต้กติกาเดียวกัน
แต่สิทธิในการตัดสินว่า
“ใครดี ใครเลว ใครเป็นประชาธิปไตย”
กลับถูกผูกขาดโดยคนกลุ่มเดียว
ชาวอาณาจักรสีเดียว
มักตั้งคำถามเสียงดังว่า
“ทหารมีไว้ทำไม”
คำถามนี้ไม่ได้ถามเพื่อหาคำตอบ
แต่ถามเพื่อลดค่า
เพื่อลบความหมายของการเสียสละ
เพื่อลดศักดิ์ศรีของสถาบันชาติ
ทั้งที่กองทัพไม่ได้มีไว้เพื่อโอ้อวดชัยชนะ
แต่มีไว้เพื่อ ไม่ให้ต้องรบ
และเพื่อค้ำจุนอธิปไตย
ในวันที่โลกไม่เป็นธรรม
ยิ่งไปกว่านั้น
เมื่อใครก็ตามรู้ทัน
กล้าตั้งคำถามกลับ
อาณาจักรสีเดียวก็หยิบอาวุธอีกชิ้นหนึ่งขึ้นมา
เรียกว่า “กระบวนการฟ้องปิดปาก”
แปลกดี…
คนกลุ่มเดียวกันนี้
เรียกร้องให้ยกเลิกกฎหมาย
ที่ปกป้องศักดิ์ศรีผู้นำประเทศ
อ้างเสรีภาพในการวิพากษ์
อ้างสิทธิในการพูดทุกอย่าง
แต่เมื่อคำพูดนั้น
ย้อนกลับมาถึงตนเอง
กลับเดือดร้อนยิ่งใหญ่
กลับรับไม่ได้
และต้องการกฎหมาย
มาปกป้องตัวเองทันที
เสรีภาพจึงถูกใช้แบบมีสองมาตรฐาน
แรงกับคนอื่น
แต่อ่อนกับตัวเอง
กาลเวลาผ่านไป
อาณาจักรสีเดียวเก่งยิ่งขึ้น
ไม่ใช่แค่ชนะในสนามการเมือง
แต่ชนะในสนามความคิดของเด็กรุ่นใหม่
การยิ้ม — ถูกมองว่าเสแสร้ง
การไหว้ — ถูกมองว่าล้าหลัง
สัมมาคารวะ — ถูกตีความว่าอ่อนน้อมเกินจำเป็น
การเคารพผู้อาวุโส — ถูกเหยียดว่าเป็นวัฒนธรรมกดทับ
ทั้งที่สิ่งเหล่านี้
ไม่เคยมีไว้เพื่อกดใคร
แต่มีไว้เพื่อ ถ่วงอารมณ์มนุษย์ และสร้างสังคมที่ดี
ไม่ให้ความเห็นต่าง
ลุกลามเป็นความรุนแรง
ทั้งหมดนี้
คือทุนทางวัฒนธรรม
ที่ทำให้สังคมอยู่ร่วมกันได้
โดยไม่ต้องใช้กำลัง
แต่สิ่งที่น่าประหลาดยิ่งกว่า
คือในวันที่รากเหง้าของตนเองถูกดูแคลน
อาณาจักรสีเดียวกลับศรัทธา
ใน “ต่างชาติ”
ในฐานะต้นแบบทางความคิด
อย่างไม่ตั้งคำถาม
ทั้งที่โลกปัจจุบันได้พิสูจน์แล้วว่า
ประเทศมหาอำนาจเหล่านั้น
กลับใช้อำนาจทางทหาร
รุกรานผู้อื่นไปทั่ว
โดยไม่สนกติกาโลก
ไม่สนกฎหมายระหว่างประเทศ
และไม่สนชีวิตของผู้บริสุทธิ์
อาณาจักรสีเดียวจึงย้อนแย้งอย่างยิ่ง
เมื่อดูถูกชาติของตนเอง
แต่กลับก้มศีรษะ
ให้กับนักเลงโลก
เพียงเพราะเขาพูดภาษาเดียวกัน
และคิดเหมือนกัน
ที่สุดแล้ว
ประชาธิปไตยของอาณาจักรสีเดียว
ไม่ใช่ประชาธิปไตยที่เปิด
แต่คืออำนาจที่ต้องการผูกขาดความคิด
และนิยามความดี
ไว้เพียงฝ่ายเดียว
อาณาจักรสีเดียวอาจยังไม่พัง
แต่มันเริ่มร้าว
เพราะประชาธิปไตยที่แท้จริง
ไม่เคยต้องเหยียบอดีต
เพื่อสร้างอนาคต
และไม่เคยต้องลบศักดิ์ศรีของใคร
เพื่อยืนให้สูงกว่า
“ชาติไม่พังเพราะคนคิดต่าง
แต่จะพังทันที
หากใครบางคน
ผูกขาดความดี ความจริง
และประชาธิปไตยไว้เพียงฝ่ายเดียว”
สามัคคีไม่ใช่การเหมือนกัน
แต่คือการเคารพกัน แม้เห็นต่าง
เท่าทันเกมอำนาจ
คือการปกป้องชาติที่เข้มแข็งที่สุด
บันทึกเรื่องเล่านิทานการเมือง
บอม โอฬาร วีระนนท์
#เพื่อไม่พลาดข่าวสารดีๆ อย่าลืมกดติดตามพวกเรา TOJO NEWS