“เงินหยวน” ในเกมการเงินโลก จากทางเลือกต้นทุนต่ำสู่ระบบนอกดอลลาร์
การปล่อยกู้-ออกตราสารหนี้สกุลเงินหยวนในต่างประเทศที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว สะท้อนการจัดระเบียบระบบการเงินโลกใหม่ ที่จีนกำลังค่อย ๆ วางหมากอย่างเป็นระบบ
วันที่ 19 ธันวาคม 2568 เวลา 15.15 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า นักลงทุนทั่วโลกกำลังหันมาให้ความสนใจกับสินเชื่อและตราสารหนี้สกุลเงินหยวนมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ท่ามกลางต้นทุนการระดมทุนที่ต่ำกว่าเงินดอลลาร์ และความพยายามอย่างต่อเนื่องของรัฐบาลจีนในการผลักดันเงินหยวนขึ้นสู่เวทีการเงินโลก การปล่อยกู้เงินหยวนของธนาคารจีนในต่างประเทศที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว กำลังเข้าใกล้จุดที่อาจแซงหน้าสินเชื่อสกุลดอลลาร์เป็นครั้งแรก
ข้อมูลล่าสุดชี้ว่าในช่วงเวลาเพียง 4 ปี มูลค่าการปล่อยกู้ของธนาคารจีนในต่างประเทศเพิ่มขึ้นถึง 3 เท่า แตะระดับ 2.52 ล้านล้านหยวน ขณะที่การออกตราสารหนี้สกุลเงินหยวน ทั้งในตลาดภายในประเทศจีนและตลาดนอกประเทศ (offshore) อยู่ในระดับสูงเป็นประวัติการณ์ต่อเนื่องเป็นปีที่สอง สะท้อนความต้องการใช้เงินหยวนในระบบการเงินระหว่างประเทศที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน
แรงขับเคลื่อนสำคัญของกระแสดังกล่าวมาจากต้นทุนทางการเงินที่ได้เปรียบ อัตราดอกเบี้ยเงินหยวนยังคงอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์ หลังจากสหรัฐปรับขึ้นดอกเบี้ยอย่างรุนแรงตั้งแต่ปี 2565 เพื่อสกัดเงินเฟ้อ ขณะที่จีนกลับใช้นโยบายการเงินผ่อนคลายเพื่อรับมือแรงกดดันเงินฝืด อย่างไรก็ดีนักการเงินหลายรายมองว่าตลาดเงินหยวนกำลังก้าวพ้นช่วงแรงจูงใจจากต้นทุน และเริ่มสร้างแรงส่งจากความต้องการเชิงโครงสร้างของนักลงทุนเอง
ซามูเอล ฟิสเชอร์ หัวหน้าฝ่ายตลาดตราสารหนี้ในประเทศจีนของธนาคารดอยช์แบงก์ ระบุว่า นักลงทุนต่างชาติจำนวนมากเริ่มจัดสรรเงินหยวนเป็นส่วนหนึ่งของพอร์ตการลงทุนระยะยาว ไม่ได้มองเพียงเป็นเครื่องมือเก็งกำไรจากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยอีกต่อไป โดยมีคำสั่งซื้อขนาดใหญ่จากนักลงทุนสถาบันนอกจีนเข้ามาอย่างต่อเนื่อง เขามองว่าเงินดอลลาร์กำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ และกระบวนการกระจายความเสี่ยงออกจากดอลลาร์กำลังเกิดขึ้นจริง
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา จีนพยายามผลักดันให้เงินหยวนถูกใช้มากขึ้นในการค้าและการจัดหาเงินทุนระหว่างประเทศ แม้ยังคงจำกัดการเปิดเสรีบัญชีเงินทุนอยู่ก็ตาม ข้อมูลจากธนาคารเพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศ (BIS) ระบุว่า สัดส่วนของเงินหยวนในตลาดซื้อขายเงินตราต่างประเทศทั่วโลกเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จนแตะระดับราว 8.5% ในเดือนเมษายนที่ผ่านมา แม้ยังห่างไกลจากเงินดอลลาร์ที่ครองสัดส่วนถึง 89% แต่ก็สะท้อนทิศทางการยอมรับที่ค่อยเป็นค่อยไป
ในปีนี้ ผู้ออกตราสารที่ไม่ใช่ชาวจีนสามารถระดมทุนในตลาดภายในประเทศจีนได้ราว 1.697 แสนล้านหยวน ขณะที่ตลาดเงินหยวนนอกประเทศมีมูลค่าการออกตราสารสูงเป็นประวัติการณ์ที่กว่า 8.019 แสนล้านหยวน แม้ตัวเลขดังกล่าวจะยังเล็กมากเมื่อเทียบกับมูลค่าการระดมทุนทั่วโลกกว่า 9.57 ล้านล้านดอลลาร์ แต่ข้อมูลจากธนาคารกลางจีนชี้ว่า มูลค่าการออกตราสารหนี้เงินหยวนของนักลงทุนต่างชาติในช่วงสามปีที่ผ่านมาเพิ่มขึ้นมากกว่า 2 เท่า
ในฝั่งตลาดสินเชื่อ ภาพการเปลี่ยนผ่านยิ่งชัดเจนขึ้น มูลค่าการปล่อยกู้สกุลเงินต่างประเทศของธนาคารจีน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นดอลลาร์ ลดลงจากจุดสูงสุดในปี 2565 เหลือราว 3.75 แสนล้านดอลลาร์ ณ สิ้นเดือนพฤศจิกายน ขณะที่การปล่อยกู้สกุลเงินหยวนเพิ่มขึ้นจนแตะระดับใกล้เคียงกันที่ 3.57 แสนล้านดอลลาร์
ต้นทุนการระดมทุนที่ต่ำกว่าดอลลาร์เป็นปัจจัยดึงดูดสำคัญ ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนระหว่างพันธบัตรรัฐบาลจีนอายุ 10 ปี กับพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐเคยกว้างถึงเกือบ 3.15% เมื่อต้นปีนี้ และแม้แต่พันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นก็ยังให้ผลตอบแทนสูงกว่าของจีน ข้อมูลจาก S&P Global ระบุว่า พันธบัตรแพนด้าอายุ 3 ปี ที่ออกในปีนี้ให้ผลตอบแทนเพียง 1.7–2.7% ต่ำกว่าพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุเดียวกันอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่เสถียรภาพของค่าเงินหยวนช่วยลดความจำเป็นในการป้องกันความเสี่ยงค่าเงินสำหรับผู้ออกตราสารต่างชาติ
นอกเหนือจากปัจจัยด้านต้นทุน ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และมาตรการกีดกันทางการค้ายังเร่งกระบวนการแบ่งภูมิภาคทางเศรษฐกิจ และเพิ่มบทบาทของเงินหยวนในบางเครือข่ายการค้าและการลงทุน โดยเฉพาะในโครงการหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง (One Belt One Road) ที่กระแสเงินทุนมักหมุนเวียนกลับสู่บริษัทจีนและชำระเป็นเงินหยวน ประเทศอย่างอินโดนีเซีย คาซัคสถาน เคนยา และเอธิโอเปีย ต่างเริ่มใช้เงินหยวนมากขึ้นทั้งในรูปแบบพันธบัตรและสินเชื่อโครงสร้างพื้นฐาน
สำหรับนักลงทุน เงินหยวนกลายเป็นทางเลือกในการพักเงินทุนท่ามกลางตลาดตราสารหนี้เอเชียที่หดตัว หลังภาคอสังหาริมทรัพย์จีนซบเซา ความสนใจจากนักลงทุนตราสารหนี้ทั่วโลก โดยเฉพาะนอกเอเชีย เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ดีลพันธบัตร CNH ล่าสุดมีคำสั่งซื้อหนาแน่น และช่วยเปิดทางให้เงินหยวนกลายเป็นช่องทางระดมทุนที่จริงจังมากขึ้น
อย่างไรก็ดีตลาดตราสารหนี้เงินหยวนในระดับนานาชาติยังมีขนาดเล็ก คิดเป็นเพียงราว 0.2% ของตลาดตราสารหนี้ภายในประเทศจีน และยังไม่อาจเทียบกับตลาดดอลลาร์หรือยูโรได้โดยตรง ขณะเดียวกัน เงินหยวนที่แข็งค่าขึ้นราว 3.6% ตั้งแต่ต้นปีอาจเพิ่มภาระให้ผู้กู้ อย่างไรก็ตาม ทางการจีนยังคงบริหารค่าเงินอย่างระมัดระวังเพื่อหลีกเลี่ยงความผันผวนรุนแรง
นักวิเคราะห์มองว่าจีนไม่ได้มีเป้าหมายโค่นล้มบทบาทของดอลลาร์โดยตรง หากแต่กำลังสร้าง “ระบบทางเลือก” ทางการเงินที่ไม่พึ่งพาดอลลาร์เพียงสกุลเดียว กระบวนการนี้ไม่ได้เกิดจากคำประกาศเชิงสัญลักษณ์ แต่ค่อย ๆ ขับเคลื่อนผ่านการตัดสินใจด้านการจัดซื้อ การให้สินเชื่อ และการชำระเงินนับพันรายการทั่วโลก ซึ่งในระยะยาวอาจทำให้ระบบการเงินโลกมีความหลากหลายและกระจายความเสี่ยงมากขึ้น
อ้างอิง : reuters.com