โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ” สยามมกุฎราชกุมารพระองค์แรกใน ร.5 สวรรคตเพราะเหตุใด?

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 17 พ.ย. 2568 เวลา 05.27 น. • เผยแพร่ 14 พ.ย. 2568 เวลา 10.00 น.
สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สยามมกุฎราชกุมาร ฉลองพระองค์เครื่องแบบทหารมหาดเล็ก ทรงสายสะพายมหาวราภรณ์ (มหาวชิรมงกุฎ) คาดสายรัดพระองค์ และสายสะพายสายคันชีพทับสายสะพาย (ภาพ : สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ)

“เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ” สยามมกุฎราชกุมารพระองค์แรกแห่งสยามประเทศ สวรรคตอย่างกระทันหันด้วยพระโรคอะไร?

“สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ” สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมารพระองค์แรกแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ประสูติเมื่อวันที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2421 ทรงเป็นพระราชโอรสพระองค์ที่ 8 และทรงเป็นสมเด็จเจ้าฟ้าพระองค์แรกในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ประสูติแต่สมเด็จพระศรีสวรินทรา บรมราชเทวี

สมเด็จฯ เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ ทรงเจริญพระชนม์เป็นเจ้าชายหนุ่มที่แข็งแรง แต่แล้วกลับสวรรคตอย่างกะทันหัน เมื่อวันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2437 สิริพระชนมายุ 16 พรรษา หลังประชวรเพียงวันเดียวเท่านั้น ทั้งที่ก่อนหน้านั้น 2-3 วัน พระองค์ยังเสด็จไปร่วมพระราชพิธีตรียัมปวาย ตรีปวาย (โล้ชิงช้า) ที่พระยาเทเวศร์ (ม.ล. หลาน กุญชร) พระอภิบาลในพระองค์ เป็นพระยายืนชิงช้า

ในพระราชพิธีโล้ชิงช้าวันแรก (2 มกราคม พ.ศ. 2437) สมเด็จฯ เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ เสด็จขึ้นทรงช้างไปประทับพลับพลา ณ วัดสุทัศน์เทพวราราม ร่วมพิธีตามพระราชประเพณีแล้วเสด็จกลับ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) ทรงรับพระราชโอรสจากกูบช้างเสด็จขึ้นข้างใน ขณะที่วันที่ 2 ไม่มีบันทึกเกี่ยวกับพระราชพิธี

ส่วนวันที่ 3 (4 มกราคม พ.ศ. 2437) พระองค์มีพระอาการประชวรในระยะเวลาอันสั้น พระวรกายร้อนอย่างคนเป็นไข้ ไม่ว่าแพทย์ฝรั่งหรือไทยก็ไม่สามารถเยียวยาพระอาการให้ทุเลาลงได้ จนสวรรคตในวันนั้น วันสุดท้ายของพระราชพิธีโล้ชิงช้าที่เพิ่งสร้างความสำราญพระราชฤทัยให้แก่พระองค์ไป ยังความโศกเศร้าแก่สมเด็จพระบรมชนกนาถและพระราชชนนีเป็นล้นพ้น

สมภพ จันทรประภา เล่าไว้ในหนังสือ สมเด็จพระศรีสวรินทิราฯ ว่า สมเด็จฯ เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศสวรรคตเพราะ โรคไข้รากสาดน้อย หรือไข้ไทฟอยด์ จากข้อมูลที่ว่าทรงมีพระอาการไข้ แต่โรคนี้มักพบในเด็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบ และอาการของโรคก็ไม่ค่อยรุนแรง เพราะผู้ป่วยมักหายได้เองใน 4 สัปดาห์ โดยไม่ต้องใช้ยาปฏิชีวนะใด ๆ

หนังสือ จดหมายเหตุรายวันสมเด็จพระบรมราชปิตุลาธิบดีเจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศบันทึกถึงเหตุการณ์และพระอาการว่า (เน้นคำเพิ่มเติมโดย กอง บก. ศิลปวัฒนธรรม)

“วันที่ ๔ มกราคม พ.ศ. ๒๔๓๗ เวลาบ่ายเป็นวันถีบชิงช้าจริง เจ้าพระยาเทเวศร์วงศ์วิวัฒน์ ไม่มีความสบายใจเพราะงานนี้ขาดสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ทั้งที่ก่อนหน้าวันประชวรได้ ๑-๒ วัน พระองค์ยังทรงสนุกสนานอยู่เลย แต่พอวันรุ่งขึ้นก็เริ่มประชวรมีไข้ เสด็จออกไม่ได้ พระอาการเพียบมาก ให้เหนื่อยหอบเป็นกำลัง แพทย์เห็นว่าพระอวัยวะภายในพระอุระ (อก)พิการ ประกอบพระโอสถถวายพระอาการคลายแล้วกลับทรุดหนักลงอีก”

ด้านหนังสือธิราชเจ้าจอมสยามเขียนถึงสาเหตุการณ์สวรรคตว่า “เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ ประชวรทิวงคตอย่างกะทันหัน เมื่อ ๔ มกราคม พ.ศ. ๒๔๓๗ พระชนมายุเพียง ๑๖ พรรษา เอกสารส่วนใหญ่ระบุว่าสิ้นพระชนม์ด้วยพระโรควักกะพิการ (ไตวาย)แต่จากราชกิจจานุเบกษาระบุว่าสิ้นพระชนม์ด้วยพระโรคเกี่ยวกับพระปุปผาสะ (ปอด)

หนังสือ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาเทวะวงศ์วโรปการเขียนโดย วิมลพรรณ ปีตธวัชชัย เป็นอีกแหล่งที่บอกว่าพระองค์สวรรคตด้วยโรคเกี่ยวกับพระวักกะ คือทรงประชวรด้วย โรคไตอักเสบแต่จริง ๆ แล้วโรคนี้ไม่มีอาการรุนแรง และส่วนใหญ่ก็หายได้เองเช่นกัน อย่างกรณีของสมเด็จฯ เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ พระองค์ก็ไม่ทรงมีพระอาการเกี่ยวกับพระบังคนเบา (ปัสสาวะ) ที่เกี่ยวกับไตเลย ทำให้ตัดเรื่องภาวะไตวายหรือพระโรควักกะพิการออกไปได้ด้วย

สาเหตุการสวรรคตอย่างกะทันหันของ “สยามมกุฎราชกุมาร” พระองค์แรกแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ คืออะไรกันแน่?

รศ. นพ. เอกชัย โควาวิสารัชวิเคราะห์ไว้ในหนังสือ ชันสูตรประวัติศาสตร์ เมื่อคราวสวรรคต(มติชน : 2560) ว่า นอกจากจะสามารถตัดโรคไข้รากสาดน้อย โรคไตอักเสบ และภาวะไตวาย ออกไปจากสาเหตุการสวรรคตด้วยเหตุผลข้างต้นแล้ว เมื่อพิจารณาจากพระอาการไข้และเหนื่อยหอบก่อนสวรรคตภายใน 1-2 วัน โรคระบบทางเดินหายใจ กับ โรคระบบหัวใจและหลอดเลือด น่าจะเป็นไปได้มากที่สุด

“โรคเกี่ยวกับพระปุปผาสะ” ตามราชกิจจานุเบกษาก็คือโรคระบบทางเดินหายใจ ซึ่งพระโรคปัปผาสะอักเสบ หรือปอดอักเสบ (ปอดบวม) มีความเป็นไปได้มากที่สุด ไม่ว่าคนอายุน้อยหรือผู้ใหญ่ที่แข็งแรงก็สามารถเป็นได้ แม้จะสามารถรักษาโดยใช้ยาปฏิชีวนะและใช้ชีวิตได้ตามปกติใน 4-5 วัน แต่อันตรายของผู้ป่วยโรคนี้คือสามารถเสียชีวิตได้จากภาวะแทรกซ้อน ได้แก่ ภาวะหายใจล้มเหลว โรคหัวใจ และโรคติดเชื้อ

อย่างไรก็ตาม หมอเอกชัยให้ข้อสังเกตว่า โรคนี้อาจยังไม่ใช่มัจจุราชที่พรากพระชนม์ชีพสมเด็จฯ เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศอีกอยู่ดี เพราะพระองค์ไม่ทรงมีพระอาการไอเลย ทั้งมีพระพลานามัยแข็งแรงก่อนจะประชวร และทรุดลงในเวลาเพียง 1-2 วัน ซึ่งเป็นระยะเวลาที่เร็วเกินไป

โรคระบบหัวใจและหลอดเลือดจึงเป็นความเป็นไปได้สุดท้าย…

มีความผิดปกติเกี่ยวกับหัวใจในกลุ่มโรคระบบหัวใจและหลอดเลือดซึ่งทำให้เกิดการเสียชีวิตอย่างปัจจุบันทันด่วน (Studden death) ชนิดหนึ่ง ที่หมอเอกชัยให้น้ำหนักความเป็นไปได้มากที่สุด เมื่อวิเคราะห์จากพระชนมายุ ระยะเวลาที่แสดงพระอาการไปจนถึงสวรรคต และหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่าเจ้าฟ้าพระองค์นี้ทรงมีพระพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรงตลอดมา โรคนั้นคือ“พระโรคกล้ามเนื้อพระหทัยอักเสบ” หรือโรคกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ (Myocarditis) นั่นเอง

สาเหตุโรคกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบส่วนใหญ่เกิดจากเชื้อไวรัส โดยเฉพาะ ไวรัสไข้หวัดใหญ่ (Influenza) ที่อาการแสดงผลแปรผันได้มากตั้งแต่ไม่มีอาการใด ๆ เลย ไปจนถึง ภาวะหัวใจล้มเหลวอย่างรุนแรง (Fulminant heart failure) หรืออาการช็อคที่มีสาเหตุจากหัวใจ

หมอเอกชัยวิเคราะห์ว่า “กรณีของสมเด็จเจ้าฟ้าฯ นั้น พระองค์ทรงเสด็จเข้าร่วมในพระราชพิธีตรียัมปวายตั้งแต่วันแรกเสด็จขึ้นทรงช้างและวันที่ 3 ก็เสด็จขึ้นทรงช้างอีกครั้ง และในวันนั้นเองพระองค์ก็ประชวรด้วยพระไข้ เหนื่อยหอบ ซึ่งอาจเป็นอาการแรกเริ่มของการติดเชื้อไวรัสคล้าย ๆ กับไข้หวัดได้ ทำให้ผมคิดว่า พระองค์อาจจะติดเชื้อไวรัสในงานนี้ตั้งแต่วันแรก แล้วเชื้อไวรัสนี้ไปทำให้กล้ามเนื้อพระหทัยอักเสบอย่างรุนแรง ถึงกับทำให้สิ้นพระชนม์ภายในเวลาเพียง 1 วัน หลังจากมีพระอาการประชวรแล้ว”**

นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า โรคกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบมักพบในคนหนุ่มสาว เป็นสาเหตุการตายอย่างกะทันหันและไม่คาดคิดมาก่อนในนักกีฬาอายุน้อย ๆ ทั้งการวินิจฉัยโรคนี้ยังกระทำได้ค่อนข้างยาก

การที่สมเด็จฯ เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศทรงมีพระอาการ“เหนื่อยหอบเป็นกำลัง” ก็เป็นสัญญาณของภาวะพระหทัยล้มเหลว คือหัวใจไม่สามารถบีบตัวเพื่อให้มีเลือดไปเลี้ยงทั่วร่างกายเพียงพอจากภาวะหัวใจขาดเลือด หากไม่ได้แก้ไขให้ทันก็สามารถเสียชีวิตได้ในเวลาไม่นาน

“มีความเป็นไปได้ที่พระโรคกล้ามเนื้อพระหทัยอักเสบจะทำให้พระองค์สิ้นพระชนม์ เพราะว่าเชื้อไวรัสทำให้กล้ามเนื้อพระหทัยอ่อนแอลง โดยเฉพาะพระหทัยห้องซ้ายล่างซึ่งมีหน้าที่สูบฉีดพระโลหิตไปเลี้ยงทั่วพระวรกาย เมื่อพระโลหิตหล่อเลี้ยงพระวรกายไม่พอก็ทำให้เกิดช็อคที่มีสาเหตุมาจากพระหทัยได้ (Cardiogenic shock)” หมอเอกชัยกล่าวทิ้งท้าย

สาเหตุที่ทำให้สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ ทรงพระประชวรกะทันหัน จึงน่าจะเกิดจากเชื้อไวรัสที่ทำให้ “กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบจนเกิด “ภาวะหัวใจล้มเหลว” เป็นเหตุให้พระองค์สวรรคตในที่สุดนั่นเอง

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

เอกชัย โควาวิสารัช, รศ. นพ. (2560). ชันสูตรประวัติศาสตร์ เมื่อคราวสวรรคต. กรุงเทพฯ : มติชน.

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 14 พฤศจิกายน 2568

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ” สยามมกุฎราชกุมารพระองค์แรกใน ร.5 สวรรคตเพราะเหตุใด?

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...