ขายเหล้าช่วงบ่ายคัมแบ็ก ธุรกิจถนนข้าวสาร ชี้เป็นดีลเหมาะสม ช่วยท่องเที่ยวไทยไม่สะดุด
สมาคมผู้ประกอบธุรกิจถนนข้าวสาร ชี้ธุรกิจท่องเที่ยวไทยเดินหน้าไม่ได้ หากยังใช้กฎหมายล้าสมัย บังคับใช้ยาก ย้ำควรเปิดให้เอกชนร่วมออกแบบนโยบายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เผยเป็นข้อเรียกร้องหลัก พร้อมเสนอ 3 ประเด็นแก้กฎหมาย รวมถึงยกเลิกปรับลูกค้านั่งดื่มหลังเที่ยงคืน-อนุญาตขายออนไลน์ ระบุกฎหมายเดิมทำธุรกิจอยู่ใต้ดินกว่า 90% แนะปฏิรูประบบใบอนุญาต-โซนนิ่ง เชื่อช่วยรัฐควบคุมได้จริงและสร้างรายได้เข้าคลัง
ภายหลัง นายโสภณ ซารัมย์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยผลประชุมคณะกรรมการนโยบายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (บอร์ดคุมน้ำเมา) เห็นชอบให้ ปลดล็อกเวลาห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ช่วง 14.00-17.00 น. โดยให้เหตุผลว่าช่วยสนับสนุนภาคท่องเที่ยว โดยเฉพาะเทศกาลปีใหม่และสงกรานต์ และจะมีผลบังคับใช้ภายใน 15 วันหลังประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ล่าสุด นายสง่า เรืองวัฒนกุล นายกสมาคมผู้ประกอบธุรกิจถนนข้าวสาร ให้สัมภาษณ์กับ “ประชาชาติธุรกิจ” ถึงมาตรการดังกล่าว โดยระบุว่านี่คือ “เวลาที่เหมาะสมอย่างยิ่ง” ในการแก้ไขกฎหมายที่ไม่สอดคล้องกับพฤติกรรมจริงของประชาชนและรูปแบบการท่องเที่ยวไทย
3 ข้อเสนอหลักจากเอกชน
นายสง่าระบุว่า เมื่อวันที่ 11 พ.ย.ที่ผ่านมา สมาคมเพิ่งยื่นข้อเสนอถึงรัฐบาล 3 ประเด็นสำคัญ ได้แก่
ปลดล็อกเวลาห้ามขาย 14.00-17.00 น.
เป็นกฎหมายที่ควรปรับปรุงมานาน เพราะกระทบผู้ประกอบการรายย่อยโดยไม่จำเป็น และไม่สอดคล้องกับการแข่งขันด้านท่องเที่ยวในเอเชียยกเลิกโทษปรับลูกค้านั่งดื่มหลังเที่ยงคืน 1 นาที
มองว่า “โหดร้ายเกินไป” และทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติหวั่นใจ เนื่องจากมีคำเตือนแพร่ในโซเชียล ส่งผลเชิงลบต่อภาพลักษณ์ประเทศอนุญาตให้ซื้อ-ขายแอลกอฮอล์ผ่านออนไลน์
เพื่อให้ทันกับวิถีการค้าในปัจจุบัน โดยย้ำว่า “มีกฎหมายควบคุมอยู่แล้ว ถ้าผิดก็ตรวจได้ ไม่จำเป็นต้องห้ามทั้งหมด”
ปลดล็อกไม่ใช่กระตุ้นท่องเที่ยว แต่ทำให้ ‘โลกจริง’ ตรงกับกฎหมาย
นายสง่ามองว่า แม้มาตรการปลดล็อกอาจไม่ได้ทำให้นักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นโดยตรง แต่ช่วยให้ร้านค้าดำเนินการได้อย่างถูกต้อง ลดภาระการเลี่ยงกฎหมายของผู้ประกอบการรายย่อย เช่น ร้านอาหารและโชห่วยที่มักต้อง “หาวิธีหลบ” ในช่วงเวลาห้ามขาย
“ที่ผ่านมาร้านค้าเล็ก ๆ เขาไม่มีใครสนใจกฎหมายพวกนี้ เพราะว่าเขาต้องทำมาหากิน ต้องบอกอย่างนี้ดีกว่า ยกเว้นในส่วนของไฮเปอร์มาร์ทเขาปฏิบัติแน่นอน แต่ว่าพวกโชห่วย หรือร้านขายอาหาร ส่วนใหญ่แล้วเขาก็พยายามที่จะหาวิธีหลีกเลี่ยงการคีย์ออร์เดอร์ หรืออะไรทำนองนั้น” นายกสมาคมกล่าว
เขาระบุว่าภาพรวมการท่องเที่ยวปลายปี โดยเฉพาะตลาดยุโรปยังถือว่าแข็งแรง มีไฟลต์ใหม่ทยอยเปิดเพิ่ม ซึ่งสะท้อนดีมานด์จริง ส่วนตลาดจีนยังซบเซาจากผลกระทบความกังวลเรื่องสแกมและการเดินทาง
หนุนทำ ‘โซนนิ่ง’ ตี 4-ปรับกฎหมายให้เจ้าหน้าที่ควบคุมง่าย
ต่อข้อเสนอรัฐบาลเรื่องจัดโซนนิ่งพื้นที่ให้ดื่มได้ถึงตี 4 นายสง่ามองว่าเป็นแนวทางที่ “เหมาะสมและจำเป็น” โดยชี้ว่าโซนนิ่งปัจจุบันถูกกำหนดไว้ตั้งแต่กว่า 20-30 ปีก่อน และไม่เคยปรับให้สอดคล้องกับธุรกิจยุคใหม่
เขาย้ำว่า หากโซนนิ่งชัดเจน เช่น เขตพระนคร เจ้าหน้าที่สามารถตั้งจุดตรวจควบคุมได้ง่าย ร้านอื่นนอกโซนก็ปิดหมด ไม่กระจายตัวเหมือนปัจจุบัน อีกทั้งนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ไม่ได้ใช้รถส่วนตัว ทำให้บริหารความเสี่ยงได้ดีกว่าเดิม
“เราเริ่มจากโซนนิ่งที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว เพราะว่านักท่องเที่ยวเขาไม่ใช้รถ แล้วในความเป็นจริงเด็กวัยรุ่นสมัยนี้มีความรับผิดชอบมากขึ้นนะ จากที่สังเกตเหตุเขาใช้รถไฟฟ้า และรถขนส่ง รถสาธารณะมาเที่ยว ถนนหนทางสะอาดมาก ไม่มีใครทิ้งขยะบนถนนแล้ว เพราะฉะนั้น เราต้องปลูกจิตสำนึกตรงนี้ให้กับคน แทนที่จะเอากฎหมายมากดขี่ผู้ประกอบการ” นายสง่ากล่าว
ปฏิรูป “ใบอนุญาตขายสุรา” แก้ปัญหาใหญ่ทั้งระบบ
นายสง่าเปิดเผยตัวเลขที่น่าตกใจว่า ปัจจุบัน กว่า 80-90% ของสถานประกอบการในไทยผิดกฎหมาย เพราะไม่สามารถออกใบอนุญาตสถานบริการได้มานานแล้ว ส่งผลให้ธุรกิจจำนวนมากต้องดำเนินการแบบเทา ๆ
เขาเสนอว่ารัฐควรปฏิรูประบบใบอนุญาตให้โปร่งใส และเก็บค่าธรรมเนียมตามชั่วโมงเปิด-ปิด เช่น
เปิดถึงตี 2 : เสีย 500,000 บาท
เปิดถึงตี 4 : เสีย 1,000,000 บาท
โดยเชื่อว่ากลไกตลาดจะคัดกรองเอง หากไม่คุ้มทุน ผู้ประกอบการก็จะไม่ต่อใบอนุญาตในปีถัดไป
เอกชนต้องร่วมโต๊ะนโยบาย ไม่ใช่ให้ภาครัฐตัดสินฝ่ายเดียว
ท้ายที่สุด นายสง่าย้ำว่าการออกกฎหมายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไม่ควรถูกกำหนดโดยภาครัฐฝ่ายเดียว โดยเฉพาะคณะกรรมการที่มีแต่บุคลากรสาธารณสุข เพราะจะสะท้อนมุมมองด้านความปลอดภัยเพียงด้านเดียว
“อยากให้ภาคเอกชนมีส่วนร่วมมากขึ้น เพื่อให้กฎหมายเกิดได้จริงในโลกการทำธุรกิจ และสอดคล้องกับการท่องเที่ยวไทยครับ” นายสง่ากล่าวสรุป
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ขายเหล้าช่วงบ่ายคัมแบ็ก ธุรกิจถนนข้าวสาร ชี้เป็นดีลเหมาะสม ช่วยท่องเที่ยวไทยไม่สะดุด
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net