ITD เปิดรายงาน UNCTAD ไทย ครองแชมป์ความหลากหลายสินค้ากลุ่ม Global South รับพายุภาษีโลก
ITD เผยดัชนีความหลากหลายผลิตภัณฑ์ ไทย รั้งอันดับ 1 ของประเทศกำลังพัฒนา เป็นกันชนรับผลกระทบสงครามการค้า UNCTAD คาดการณ์ GDP กลุ่มประเทศกำลังพัฒนาปี 68 ขยายตัว 4.3% สวนทางเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวเหลือ 2.6% เตือนภาวะ Financialization ผสมโรงราคาเกษตรผันผวน แนะรัฐรุกเศรษฐกิจสีเขียวและบริการดิจิทัลเป็นเครื่องยนต์ใหม่
26 ธันวาคม 2568 - สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (องค์การมหาชน) หรือ ITD เปิดเผยสาระสำคัญจากรายงานการค้าและการพัฒนาแห่งสหประชาชาติประจำปี 2568 (UNCTAD Trade and Development Report 2025) ระบุว่า เศรษฐกิจโลกกำลังเข้าสู่ระยะชะลอตัวจากแรงกดดันด้านนโยบายการค้าและความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ อย่างไรก็ตาม ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังคงเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่มีอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจสูงกว่าค่าเฉลี่ยโลก
โดยเฉพาะประเทศไทย รายงานฉบับดังกล่าวระบุว่าไทยมีความได้เปรียบเชิงโครงสร้างจากการเป็นประเทศที่มี "ความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ส่งออก" (Trade Product Diversity Index) สูงที่สุดเป็นอันดับ 1 ในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา (Global South) ด้วยคะแนน 1.02 ครอบคลุมทั้งภาคเกษตร อุตสาหกรรม และสินค้าแปรรูปมูลค่าสูง ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการบริหารความเสี่ยงจากนโยบายภาษีศุลกากรใหม่ โดยเฉพาะจากสหรัฐฯ ซึ่งไทยคาดว่าจะได้รับผลกระทบเพิ่มขึ้นในอัตราร้อยละ 10 ซึ่งถือว่าต่ำที่สุดเมื่อเทียบกับประเทศคู่ค้าอื่นๆ
"ความหลากหลายของฐานสินค้าและคู่ค้าจะเป็นเกราะป้องกันสำคัญที่ช่วยให้ไทยปรับตัวและสลับไปใช้ตลาดทดแทนได้ทันทีเมื่อเกิดความผันผวน รองรับแรงกดดันจากการเปลี่ยนแปลงของนโยบายการค้าโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ" - นายสุภกิจ เจริญกุล ผู้อำนวยการ ITD
สัญญาณเตือนภาวะ Financialization ในตลาดสินค้าเกษตร
รายงาน TDR 2025 ยังได้ส่งสัญญาณเฝ้าติดตามปรากฏการณ์ Financialization หรือการที่ภาคการเงินเข้ามามีบทบาทเหนือภาคการผลิตจริง โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมอาหารและสินค้าเกษตร ซึ่งพบว่าร้อยละ 75 ของรายได้บริษัทค้าอาหารรายใหญ่ระดับโลกมาจากการเป็นตัวกลางทางการเงินมากกว่าการขายสินค้าจริง ภาวะดังกล่าวส่งผลโดยตรงต่อเสถียรภาพราคาและรายได้ของเกษตรกรต้นน้ำ ซึ่งเป็นฐานรากสำคัญของเศรษฐกิจไทย
นอกจากนี้ การเร่งส่งออกล่วงหน้า (Frontloading) เพื่อหลีกเลี่ยงภาระภาษีในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 มีแนวโน้มที่จะสิ้นสุดลง ซึ่งจะนำไปสู่สภาวะการค้าชะลอตัวที่แท้จริงในช่วงครึ่งปีหลังและต่อเนื่องถึงปี 2569
เศรษฐกิจดิจิทัลและนวัตกรรมสีเขียว : เครื่องยนต์ใหม่ขับเคลื่อน GDP
เพื่อรักษาขีดความสามารถในการแข่งขัน ITD เน้นย้ำว่าไทยต้องเร่งปรับตัวสู่ "เศรษฐกิจสีเขียว" และ "การค้าบริการดิจิทัล" (Digitally Deliverable Services) เนื่องจากข้อมูลสถิติชี้ชัดว่าภาคบริการมีการเติบโตที่รวดเร็วกว่าการค้าสินค้าแบบดั้งเดิม โดยในปี 2569 ที่ไทยจะเป็นเจ้าภาพการประชุม IMF-World Bank Annual Meetings จะเป็นเวทีสำคัญในการแสดงความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและห่วงโซ่คุณค่าอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เช่น ยานยนต์ไฟฟ้า (EV)
"การค้าบริการกำลังเติบโตเร็วกว่าการค้าสินค้าแบบดั้งเดิม ไทยจึงต้องเร่งยกระดับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลเพื่อคว้าโอกาสในกลุ่มบริการออนไลน์ ซึ่งจะเป็นเครื่องยนต์ใหม่ในการสร้างความมั่งคั่ง"
ในระยะถัดไป ITD เตรียมขยายผลจากข้อมูลเชิงลึกของ UNCTAD เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) โดยมุ่งเน้นการเข้าถึงข้อมูลการตลาดเชิงลึกและการพัฒนาบุคลากรทางการค้าให้ก้าวทันกระแสการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีและกฎระเบียบการค้าโลกใหม่ เพื่อให้ไทยเป็นแกนหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของภูมิภาคอย่างยั่งยืน ท่ามกลางบริบทโลกที่กำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญของโครงสร้างทางการเงินและการค้า