โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

โตโจมาเยือนไทย (1)

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 25 ธ.ค. 2568 เวลา 02.00 น. • เผยแพร่ 25 ธ.ค. 2568 เวลา 02.00 น.

My Country Thailand | ณัฐพล ใจจริง

โตโจมาเยือนไทย (1)

ความสัมพันธ์ไทย-ญี่ปุ่นในช่วงสงครามมหาเอเชียบูรพา สามารถแบ่งออกเป็น 4 ช่วง ดังนี้ ช่วงแรกตั้งแต่ความตกลงกติกาสัญญาพันธไมตรี (ธันวาคม 2484) จนถึงกลางปี 2485 เป็นช่วงที่ไทยหวังจะได้สิ่งตอบแทนจากการเป็นพันธมิตรกับญี่ปุ่น เช่น ดินแดนและการเป็นมหาอำนาจของไทยในภูมิภาค ช่วงที่สอง กลางปี 2485-มิถุนายน 2486 เป็นช่วงที่ผู้นำไทยผิดหวัง ไม่ได้เป็นมหาอำนาจในภูมิภาค ซ้ำยังเผชิญหน้ากับการขยายอำนาจของญี่ปุ่นภายในประเทศ

ช่วงที่สาม ตั้งแต่มิถุนายน 2486-กรกฎาคม 2487 อันเป็นช่วงที่ฝ่ายอักษะเสียเปรียบในแนวรบเอเชียและยุโรป ตั้งแต่มิถุนายน 2486 เป็นต้นไป ทำให้จอมพล ป.พิบูลสงคราม เริ่มวางแผนป้องกันไทยจากอำนาจของญี่ปุ่น ในต้นเดือนกรกฎาคม พล.อ.โตโจ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นและคณะมาเยือนไทย พร้อมมอบดินแดน “สหรัฐไทยเดิม” ซึ่งเป็นดินแดนในรัฐฉานและดินแดนทางใต้ กลันตัน ตรังกานู ไทรบุรี และปะลิส หรือ “4 รัฐมาลายู” ให้ไทย แต่การมอบดินแดนให้ไทยมีความล่าช้าเกินความคาดหวังของไทย ในขณะที่ฝ่ายอักษะเริ่มเสียเปรียบในการรบและไทยเริ่มถูกโจมตีทางอากาศจากสัมพันธมิตรอย่างหนัก พร้อมกับเกิดความไม่ร่วมมือจากจอมพล ป.เริ่มประจักษ์ชัด และช่วงที่สี่ เริ่มตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2487 จนถึงสิ้นสุดสงครามเมื่อสิงหาคม 2488 (เออิจิ มูราชิมา, 2544, 33-34)

ภายหลังที่ไทยเข้าเป็นพันธมิตรร่วมรบกับญี่ปุ่น ในระหว่างเดือนเมษายน-พฤษภาคม 2485 พระยาพหลพลพยุหเสนา อดีตนายกรัฐมนตรีของไทยเป็นหัวหน้าคณะทูตสันถวไมตรีเดินทางไปเยือนญี่ปุ่น และต่อมาในเดือนกรกฎาคม ศกเดียวกัน นายโกกิ ฮิโรโต อดีตนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ก็ได้เดินทางมาพระนครในฐานะหัวหน้าคณะทูตสันถวไมตรีมาเยี่ยมเยือนเช่นกัน และต่อมาในเดือนมีนาคม 2486 นายคาซูใน อาโอกิ รัฐมนตรีกระทรวงกิจการมหาเอเชียบูรพา ก็มาเยือนกรุงเทพฯ

ภาพจอมพล ป. และโตโจ ถ่ายที่ทำเนียบสามัคคีชัย เมื่อ 4 กรกฎาคม 2486

โตโจเยือนไทย

ท่ามกลางสถานการณ์สงครามเริ่มเปลี่ยนแปลง ฝ่ายอักษะทั้งในเอเชียและยุโรปเสียเปรียบในการต่อสู้กับสัมพันธมิตร ต้นเดือนกรกฎาคม 2486 พล.ท.นากามูระได้รับโทรเลขลับจากเลขานุการ พล.อ.ฮิเดกิ โตโจ (Hideki Tojo) นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ว่า โตโจจะเดินทางมาเยือนไทย โดยมาถึงสนามบินดอนเมืองในวันที่ 3 กรกฎาคม เวลา 09.00 น. การเดินทางนี้เป็นความลับ ไม่ต้องมีพิธีรับส่ง ไม่ต้องการการเลี้ยงต้อนรับทั่วไป แต่หวังว่าจะมีการจัดการรับประทานอาหารร่วมกับนากามูระ ผู้บัญชาการกองทัพญี่ปุ่นประจำไทย และหากนายกรัฐมนตรีไทยจัดงานเลี้ยงต้อนรับจะไปร่วมเพียงครั้งเดียว

ด้วยข้อความทางโทรเลขเท่านี้ นากามูระบันทึกว่า เขาไม่ทราบสาเหตุที่โตโจเดินทางมาไทย แต่คาดว่าจะเป็นเรื่องรัฐฉานด้วยมีความขัดแย้งระหว่างกองบัญชาการญี่ปุ่นภาคใต้กับกองบัญชาการทหารญี่ปุ่นประจำไทย โตโจคงถือโอกาสนี้มอบรัฐฉานให้ไทย (นากามูระ, 2546, 87)

สำหรับการประสานงานฝ่ายไทยเป็นหน้าที่ของสถานทูตญี่ปุ่น ทสุโบกามิ เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นแจ้งฝ่ายไทยว่า โตโจจะมาเยือนไทยในวันที่ 3 กรกฎาคม 2486 คณะที่มาเยือนมีจำนวน 13 คน ประกอบด้วย โตโจ นายกรัฐมนตรี คูมาอิจิ ยามาโมโต ปลัดกระทรวงมหาเอเชียบูรพา พล.ต.เคนเรียว ซาโตะ อธิบดีกรมทหาร กระทรวงกลาโหม ชินอิจิ คามิมูระ อธิบดีกรมการเมือง กระทรวงต่างประเทศ เป็นต้น (หจช. (3) กต. 1.6/10 กล่อง 10) พล.อ.ฮิเดกิ โตโจ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น มาเยือนประเทศไทย (3 กรกฎาคม 2486-19 กุมภาพันธ์ 2487)

นากามูระบันทึกว่า การเดินทางมาเยือนไทยของโตโจนั้น จอมพล ป. “รู้สึกว่ามีความเคลือบแคลงใจอยู่มากเกี่ยวกับการเดินทางมาของนายกฯ โตโจในครั้งนี้” โดยจอมพล ป.มีข้อตกลงกับนากามูระ 4 ข้อ คือ 1. ทั้งสองฝ่ายจะรักษาความปลอดภัยให้ดีที่สุด 2. จอมพล ป.จะไปรับโตโจที่ดอนเมืองและนั่งรถคันเดียวกัน ตลอดเส้นทางไม่มีประชาชนยืนต้อนรับ 3. งานเลี้ยงตอนค่ำวันแรกจะจัดที่บ้านพักของผู้บัญชาการกองทัพญี่ปุ่นประจำไทยแบบเป็นกันเอง ครอบครัวผู้นำฝ่ายไทยเข้าร่วมงานทุกคน ฝ่ายญี่ปุ่นจะจำกัดเฉพาะคณะที่มาร่วมกับโตโจและบุคคลสำคัญในกองทัพและสถานทูตเท่านั้น 4. งานเลี้ยงต้อนรับค่ำวันที่สอง จอมพล ป.เป็นเจ้าภาพ (นากามูระ, 2546, 88)

ญี่ปุ่นกังวลจอมพลไม่มาร่วมงานเลี้ยง

นากามูระต้อนรับโตโจที่สนามบินดอนเมือง 3 กรกฎาคม 2486

ในหมู่ทหารญี่ปุ่น แวดวงการทูตและสาธารณชนทราบกันดีว่า จอมพล ป.ระมัดระวังตัวเรื่องความปลอดภัยมากด้วยเขาเคยถูกปองร้ายหลายครั้ง ผู้นำไทยจึงไม่รับประทานอื่นใดนอกจากอาหารที่ทำโดยภริยาของเขาเท่านั้น ดังนั้น ฝ่ายญี่ปุ่นเกรงกันว่าผู้นำไทยจะไม่มาร่วมงานเลี้ยงต้อนรับโตโจผู้นำญี่ปุ่นที่บ้านพักของนากามูระ

เมื่อโตโจมาถึง จอมพล ป.และบุคคลสำคัญทางการเมืองฝ่ายไทยมาให้การต้อนรับอย่างสมเกียรติ “ใบหน้าของนายกฯ โตโจที่ก้าวลงมาจากเครื่องบินนั้นคมเข้มมากกว่าแต่ก่อนและดูมีอารมณ์ดี ผู้นำทั้งสองฝ่ายยกมือขึ้นเกือบพร้อมกันและจับมือกันอย่างแนบแน่น…” หลังจากนั้นจอมพล ป.นำโตโจเตรียมแถวกองทหารเกียรติยศที่ลานจอดเครื่องบินสนามบินดอนเมือง มีการแนะนำบุคคลสำคัญของไทย พร้อมพาผู้นำญี่ปุ่นวางพวงมาลาวีรชนไทยสละชีวิตรักษาประชาธิปไตยที่วัดพระศรีมหาธาตุ บางเขน (นากามูระ, 2546, 89)

งานเลี้ยงต้อนรับที่บ้านพักผู้บัญชาการทหารญี่ปุ่นประจำไทย

พล.ท.นากามูระ และทสุโบกามิ เอกอัครราชทูตญี่ปุ่น

ดังที่ทราบกันทั่วไปว่า ผู้นำของไทยถูกลอบสังหารหลายครั้งทั้งลอบสังหารด้วยปืนและการวางยาพิษ ทำให้เขาระมัดระวังตัวในการกินอาหารมาก เมื่องานเลี้ยงต้อนรับโตโจในเวลาเย็นของวันที่ 3 กรกฎาคมเริ่มขึ้น ฝ่ายญี่ปุ่นเป็นเจ้าภาพงานเลี้ยงต้อนรับโตโจและมีการเชิญผู้นำไทยเข้าร่วมงานด้วย แม้เจ้าภาพจะระมัดระวังสูงสุดในการจัดเลี้ยงแต่ยังคงมีความกังวลการร่วมงานของผู้นำไทยหรือไม่

นากามูระเจ้าภาพงานเลี้ยงบันทึกว่า “พอถึงเวลา 6 โมงตรง รถยนต์ของนายกฯ พิบูลและภริยามาถึงหน้าบ้านพักของข้าพเจ้า ท่านทักทายกับผู้ต้อนรับและยิ้มแย้ม หลังจากท่านไปพักผ่อนอิริยาบถแล้ว ก็เริ่มงานเลี้ยง” เมื่ออาหารถูกเสิร์ฟขึ้นโต๊ะ เขาเล่าว่า เพื่อให้ผู้นำไทยสบายใจในความปลอดภัยของอาหารบนโต๊ะ เขาจึงเป็นผู้ตรวจสอบยาพิษในอาหารแต่ละจานและเครื่องดื่มต่างๆ ให้ผู้นำฝ่ายไทยดูก่อน

อย่างไรก็ตาม ท่านผู้หญิงละเอียด พิบูลสงคราม ได้เอ่ยขึ้นบนโต๊ะอาหารว่า ‘สามีของฉันชอบรับประทานแกงเผ็ดของไทยที่ฉันทำเองทุกมื้อ วันนี้ก็เอามาด้วยนิดหน่อย ถ้าถูกปากก็ขอเชิญรับประทานด้วยกัน’ เมื่อท่านผู้หญิงฯ พูดจบ เลขานุการนายกฯ ได้ยกอาหารที่เตรียมมาวางบนโต๊ะ ล่ามได้แปลข้อความต่างๆ ให้นายกฯ โตโจฟัง โตโจฟังแล้วก็ยิ้มและหัวเราะแล้วตอบว่า ‘ขอบคุณที่นำมาฝาก’ โตโจได้ลองรับประทานหนึ่งคำแล้วกล่าวว่า อร่อยมาก พร้อมเชิญชวนนากามูระ ทสุโบกามิ เอกอัครราชทูตและคนต่างๆ ร่วมลองชิมอาหารไทย (นากามูระ, 2546, 90-91) ดูเหมือนว่างานเลี้ยงในวันนั้นผ่านพ้นไปอย่างราบรื่น

ภาพหมู่โตโจและจอมพล ป. ในงานเลี้ยงต้อนรับที่บ้านพักของนากามูระ เมื่อ 3 กรกฎาคม 2486

ในวันรุ่งขึ้นเป็นเหตุการณ์สำคัญ คือ วันที่ 4 กันยายน โตโจมอบ 2 ดินแดนในรัฐฉาน คือ เมืองเชียงตุงและเมืองพัน หรือ “สหรัฐไทยเดิม” และ 4 รัฐมลายู คือ ปะลิส ไทรบุรี กลันตัน และตรังกานูหรือ “4 รัฐมลายู” คืนให้แก่ไทย และไทยและญี่ปุ่นลงนามในแถลงการณ์ร่วมเมื่อ 5 กรกฎาคม โตโจยืนยันจะเคารพเอกราชและอธิปไตยของไทยและปรารถนาจะเห็นความเจริญรุ่งเรืองของไทย (สมโชค สวัสดิกุล, 2524, 92-93)

กล่าวโดยสรุป ต้นเดือนกรกฎาคม 2486 โตโจเดินทางมาเยือนไทยเพื่อกระชับสัมพันธ์กับไทย ในระหว่างการเดินทางตรวจแนวรบในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยเหตุที่ไทยเป็นพันธมิตรสำคัญในสงครามมหาเอเชียบูรพาจึงอาจวิเคราะห์ได้ว่า ญี่ปุ่นต้องการกระชับความสัมพันธ์กับไทยให้มีความแน่นแฟ้นมากขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ของสงครามที่กำลังเปลี่ยนแปลงไป ด้วยการมอบดินแดนที่ไทยเคยสูญเสียไปในอดีตและดินแดนที่ไทยมีความต้องการกลับคืนให้ไทยเพื่อเอาใจพันธมิตรสำคัญ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : โตโจมาเยือนไทย (1)

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th/weekly

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...