โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

PROPTLANE สตาร์ทอัปโมเดลใหม่ ปฏิวัติการซื้อขายอสังหาฯ แบบ Win Win เพื่อตลาดที่อยู่อาศัย

TERRABKK

เผยแพร่ 25 ธ.ค. 2568 เวลา 03.48 น. • TERRABKK
PROPTLANE สตาร์ทอัปโมเดลใหม่ ปฏิวัติการซื้อขายอสังหาฯ แบบ Win Win เพื่อตลาดที่อยู่อาศัย

ต้องยอมรับว่า 2-3 ปีที่ผ่านมา อสังหาริมทรัพย์ไทยกำลังเผชิญหน้ากับความท้าทายครั้งใหญ่

ไม่ใช่แค่ภาวะเศรษฐกิจ แต่ส่วนหนึ่งคือระบบสินเชื่อที่ไม่ตอบโจทย์เทรนด์การทำงานยุคใหม่โดยเฉพาะใน

กลุ่มคนรุ่นใหม่และผู้ประกอบอาชีพอิสระ

จากข้อมูลหลายแห่งชี้ไปในทางเดียวกันว่า อัตราการถูกปฏิเสธสินเชื่อบ้านมูลค่าต่ำกว่า 3 ล้านบาท

ของธนาคารสูงกว่า 70% โดยในจำนวนเหล่านี้มีกำลังซื้อสูง และมีศักยภาพในการผ่อนชำระ แต่ด้วยเทรนด์การทำงานของคนยุคใหม่ที่หันไปทำงานอิสระ ที่ไม่ใช่พนักงานประจำ (เช่น ฟรีแลนซ์, เจ้าของกิจการ, อินฟลูเอนเซอร์, แม่ค้าออนไลน์ และอีกมากมาย) ซึ่งไม่เข้าเกณฑ์ระบบสินเชื่อแบบดั้งเดิม ทำให้พวกเขาไม่สามารถเป็นเจ้าของสินทรัพย์หรือบ้านได้

ในทางกลับกันปรากฏการณ์ดังกล่าว ในมุมผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ทำให้เกิดการสูญเสียโอกาสเนื่องจากไม่สามารถส่งมอบบ้านหรืออสังหาฯ ที่สร้างเสร็จไปสู่มือผู้ซื้อที่มีกำลังซื้อจริงเหล่านี้ได้

จาก Pain Point ดังกล่าว นำมาสู่โมเดลธุรกิจรูปแบบใหม่ภายใต้ชื่อ PROPTLANE(พร็อพท์เลน) สตาร์ทอัปที่มา‘เติมเต็มช่องว่าง’ นี้ ด้วยการออกแบบ Ecosystem ผ่านบริการเช่าเพื่อจะซื้อรูปแบบใหม่ที่มาเป็น “สะพานเชื่อมโอกาส”เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ทั้งผู้ที่ต้องการมีที่อยู่อาศัย, นักลงทุน, ดีเวลลอปเปอร์, และนายหน้าอสังหาฯ นำมาซึ่งการยกระดับวงการอสังหาฯ ไทย ให้เข้าสู่มาตรฐานใหม่ เพื่อให้บ้านได้รับการส่งต่อถึงมือผู้บริโภคที่แท้จริง

ปลดล็อกศักยภาพ ด้วยระบบนิเวศแห่งโอกาส

บริการเช่าเพื่อจะซื้ออสังหาฯ ของ PROPTLANE เกิดมาจากไอเดียของคุณชยางกูร หล่อสกุลสินธ์ Chief Executive Officer แห่ง PROPTLANE ที่มีประสบการณ์มาตั้งแต่สมัยทำงานในสถาบันการเงินและเป็นนักลงทุนเอง

“จุดเริ่มต้นของเรามาจาก Pain Point ใหญที่่ สุด นั่นคือกลุ่มลูกค้าที่มีศักยภาพสูง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนรุ่นใหม่ที่ประกอบอาชีพและฟรีแลนซ์ เช่น ยูทูบเบอร์, TikToker หรือเจ้าของกิจการ ที่มีรายได้และกำลังในการผ่อนชำระสูง แต่กลับไม่สามารถเข้าถึงเงื่อนไขของสินเชื่อแบบเดิม ๆ ได้ ซึ่งด้วยเทรนด์การทำงานยุคใหม่ คนกลุ่มนี้ก็ขยายวงกว้างไปเรื่อย ๆ” คุณชยางกูรเล่าถึงช่องว่างตรงนี้ที่มาจากประสบการณ์ตรง

จนมาแลกเปลี่ยนแนวคิดกับคุณพีระพัฒน์ ขันธ์นภา (COO, PROPTLANE) ซึ่งเคยทำงานด้านการเงินมาเช่นกัน ทั้งสองจึงเกิดไอเดียหยิบยกบริการเช่าเพื่อจะซื้อบ้านที่มีมาแต่เดิมอยู่แล้ว ในรูปแบบ

บุคคลต่อบุคคล มายกระดับเป็น PROPTLANE ให้เข้าสู่รูปแบบบริษัทที่มีความน่าเชื่อถือ สร้างระบบคัดกรอง และการดูแลลูกค้าอย่างมืออาชีพ มาเติมเต็มช่องว่างของตลาดนี้
Ecosystem ที่เชื่อมทุกภาคส่วน

การพัฒนา PROPTLANE ไม่ได้สร้างแค่โมเดลธุรกิจ แต่สร้างระบบนิเวศ (Ecosystem)ที่เชื่อมโยงความต้องการของ 4 ส่วนหลักเข้าด้วยกัน ทำให้เกิด Win-Win Situationอย่างแท้จริง ตั้งแต่

  • ผู้เช่าเพื่อจะซื้อ (Buyer) ได้บ้านที่ต้องการ โดยมีทีมงาน PROPTLANE ช่วยให้คำปรึกษาตลอดอายุสัญญา เพื่อให้คนกลุ่มนี้ได้เป็นเจ้าของบ้านได้จริง
  • นักลงทุน (Investor) ไม่ว่าจะเป็นพนักงานประจำ หรือเจ้าของธุรกิจ จะมีหรือไม่มีประสบการณ์ในธุรกิจเช่าเพื่อจะซื้อก็ได้ แต่คุณมีความต้องการที่ความชัดเจน (ผลตอบแทนเริ่มต้นที่ 6-7.5% ต่อปี) จากการลงทุนในอสังหาฯ โดยไม่ต้องยุ่งยากกับการบริหารจัดการทรัพย์สินเอง ซึ่งการลงทุนรูปแบบใหม่นี้ จะต่างจากการลงทุนในอสังหาฯ รูปแบบเดิมๆ
  • ผู้พัฒนาอสังหาฯ (Developer) สามารถแปลงลูกค้าที่ถูก Reject สินเชื่อ ให้กลายเป็นยอดขายจริงได้ทันที เป็นการกู้โอกาสที่สูญเสียไปถึง 70% กลับคืนมา
  • นายหน้าอสังหาฯ (Agent)มีทางเลือกใหม่ในการนำเสนอโซลูชั่นให้กับลูกค้าที่ไม่ตรงเงื่อนไขการยื่นขอสินเชื่อแบบเดิม ๆ เพื่อเปิดโอกาสให้กับลูกค้ากลุ่มนี้ให้เป็นเจ้าของบ้านหรือสินทรัพย์ได้

“ความท้าทายใหญ่สุด ของเราคือการทำให้คนไทยเข้าใจและวางใจในโมเดลที่ค่อนข้างใหม่นี้ ทั้ง

ฝั่ง Buyer ที่มีความกังวลว่าจะได้บ้านจริงไหม และ Investor ที่อยากรู้ว่าจะลงทุนกับอะไรและได้ผล

ตอบแทนอย่างไร เราจึงต้องให้ความชัดเจนและโปร่งใสในทุกขั้นตอน” คุณชยางกูรกล่าวถึงประเด็น

สำคัญที่สดุ ที่ทุกคนกลุ่มใน Ecosystem ต้องการ นั่นคือ “ความเชื่อมั่นที่ต้อง ชัดเจน โปร่งใส

โมเดลสร้างโอกาส จุดเด่นที่แตกต่างของ PROPTLANE

นั่นจึงเป็นที่มาของการสร้างจุดแข็งของ PROPTLANE ที่ทำให้แตกต่างจากการเช่าเพื่อจะซื้อรูป

แบบเดิมอย่างสิ้นเชิง นอกจากเป็นสะพานเชื่อม Ecosystemทั้งหมดแล้ว นั่นคือ การเป็น "ตัวกลางสร้างความเชื่อมั่น"และเป็นแพลตฟอร์มที่ดูแลลูกค้าแบบองค์รวม ชูจุดเด่นดังนี้

1. การคัดกรองที่เข้มข้นแต่ยืดหยุ่น: PROPTLANE มีระบบหลังบ้านที่แข็งแกร่งในการคัดกรองทั้งตัวลูกค้า (Buyer) และตัวทรัพย์สิน (Asset) ที่จะเข้าสู่พอร์ต โดยเน้นศักยภาพในการชำระได้

จริง ไม่ใช่แค่เอกสารการทำงานประจำ
2. ทีมงานประกบดูแล: นี่คือหัวใจสำคัญของบริการ PROPTLANE มีทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญคอยประกบและให้คำแนะนำลูกค้าตั้งแต่แรกเริ่ม เพื่อช่วยลูกค้าเตรียมความพร้อม ให้สามารถปิดจบเป็นเจ้าของบ้านได้จริงภายใน 3 ปี

3. ความชัดเจนและความเชื่อมั่น: ทุกขั้นตอนการทำสัญญาเช่าเพื่อจะซื้อกับ PROPTLANE มี

ความชัดเจน โปร่งใส และมีสัญญาที่รัดกุม ต่างจากรูปแบบบุคคลต่อบุคคลในอดีตที่ทั้งผู้ซื้อและ

นักลงทุนอาจขาดความเชื่อมั่นว่าจะได้เป็นเจ้าของทรัพย์ หรือได้ผลตอบแทนจริงหรือไม่?

โมเดลที่ใช่ สู่การเติบโตแบบก้าวกระโดด

ด้วยโมเดลที่ตอบโจทย์ความต้องการของทุกฝ่าย ทำให้เกิดผลลัพธ์ที่น่าทึ่ง ส่งผลช่วงปีกว่าที่ผ่านมา PROPTLANE ได้ส่งมอบโอกาสให้กว่า 268 ครอบครัวได้เป็นเจ้าของบ้านรวมมูลค่าทรัพย์สินที่ส่งมอบกว่า 1,087 ล้านบาทซึ่งเกินกว่าความคาดหมายแรกเมื่อก่อตั้งธุรกิจไปมาก ที่ตั้งเป้าเพียง 60 ครอบครัวเท่านั้น

“เราเห็นเคสที่น่าสนใจอย่าง Buyer อายุ 28 ปี ซื้อบ้าน 19 ล้านบาท และสามารถปิดจบได้ภายใน 1 ปีเท่านั้น ซึ่งยืนยันความเชื่อมั่นของเราว่าคนกลุ่มนี้มีศักยภาพจริง ๆ และลูกค้าที่เข้ามาในพอร์ตก็มีการ

ผ่อนชำ ระตรงงวดสูงมาก แสดงให้เห็นว่าคนกลุ่มนี้มีดีมานด์จริง มีความสามารถผ่อนชำ ระสูงจริง”

PROPTLANE มีเป้าหมายสูงสุด คือ การทำให้คนไทยมีโอกาสเข้าถึงและเป็นเจ้าของบ้านได้อย่างเท่าเทียม และโดย CEO คนเดิม ชี้ว่าทิศทางในอีก 3-5 ปีข้างหน้า จะเน้นการเติบโตเชิงคุณภาพควบคู่กับการขยายโอกาส โดยตั้งเป้าหมายจะส่งมอบสินทรัพย์ให้ได้ 400 ครอบครัว(ภายในปี พ.ศ.2569) รวมถึงขยายพันธมิตร เดินหน้าทำ MOU กับผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำ

"เป้าหมายไม่ใช่แค่การเติบโต แต่คือการเป็นผู้สร้างมาตรฐานใหม่ของการเข้าถึงที่อยู่อาศัยในประเทศไทย โดยยังคงยึดหลักการส่งมอบทรัพย์สินให้กับ Real Demand หรือผู้ที่ต้องการอยู่อาศัยจริง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นสูงสุดให้ทุกคนใน Ecosystem นี้”

‘คน’ กุญแจหลักของการสร้างความเชื่อใจ

เมื่อกุญแจสำคัญของโมเดลธุรกิจนี้ คือ การสร้างความเชื่อมั่นให้คน ‘พนักงาน’ จึงเป็นด่านหน้าที่มาสร้างความไว้วางใจ ประกอบกับธุรกิจมีความเป็นสตาร์ทอัป การพัฒนาคนและองค์กร ซึ่งเป็นงานหลังบ้านของ PROPTLANE จึงเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนโมเดลธุรกิจที่มีความซับซ้อน

"ผมมี Mindset ตั้งแต่เริ่มธุรกิจเลยว่า อยากดูแลพนักงานเป็นเรื่องต้น ๆ เพราะถ้าพวกเขามีความสุข งานก็จะออกมาดี รวมไปถึงงานบริการลูกค้าก็จะออกมาดีด้วย" คุณพีระพัฒน์ ขันธ์นภา Chief Operations Officer แห่ง PROPTLANE เกริ่นถึงการติดกระดุมเม็ดแรก ในการดูแลองค์กรและพนักงานเมื่อแรกตั้งบริษัท

ในฐานะ COO คุณพีระพัฒน์มีแนวทางในการให้อิสระกับพนักงานในการทำงาน (Flexible) แต่เน้นที่ผลลัพธ์ (Performance) เป็นหลัก

“เราไม่ได้ Base on Process การทำงานเป็นหลัก แต่ Based on Performance เราจะให้ภาพ

รวมของงานที่ต้องการ และให้พวกเขาไปออกแบบวิธีการทำงานเองว่าจะทำอย่างไร เพื่อให้ได้ผลตามเป้าหมาย แนวคิดการทำงานต้องสร้างความรู้สึกการเป็น Ownership ให้กับพนักงาน เริ่มจากการให้แต่ละทีม Back Office มีอิสระในการบริหารจัดการเวลาเข้างานเองตามความเหมาะสม เพื่อให้งานมีประสิทธิภาพสูงสุด ยกเว้นทีม Operation และ Customer Service ที่ต้องมีเวลาตอบลูกค้าที่ชัดเจน”

สร้าง Mindset ส่งต่อความเชื่อมั่นจากภายใน

ก่อนส่งต่อความเชื่อมั่นไปยังลูกค้า พนักงานทุกคนต้อง "Believe" ในโมเดลธุรกิจของ

PROPTLANE ก่อน คุณพีระพัฒน์จึงมีการ Talk กันทุกไตรมาส เพื่อทบทวนว่าธุรกิจเข้าไปช่วยลูกค้ากลุ่มไหน, เข้าไปสำรวจตลาดอสังหาฯ และย้ำภารกิจกับพนักงานอยู่เสมอ

“ถ้าพนักงานของเราไม่เชื่อในผลิตภัณฑ์หรือโมเดลธุรกิจของเรา เวลาไปขายงาน หรือบริการ พวกเขาจะมีความกังวลและขายไม่ได้ แต่ถ้าเขาเชื่อจะส่งต่องานออกไปให้ลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

นอกจากนี้ PROPTLANE ยังให้ความสำคัญกับ ‘ความชัดเจนในทุกขั้นตอน’ ซึ่งเป็นปัจจัยหลัก

ในการสร้างความไว้วางใจให้กับทั้ง Buyer และ Investor โดยแบ่งหลักกว้าง ๆ ออกเป็น

  • การคัดเลือกบุคลากร: ด้วยความเป็นสตาร์ทอัปที่มีการเติบโตสูงและเร็ว PROPTLANE จึงเน้นคัดเลือกคนที่มีความสามารถ (Talent) โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ (ส่วนใหญ่อายุราว 20 ปลาย ๆ ถึง 30 กลาง ๆ) ที่มีเคมีตรงกันในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ และยอมรับการทำงานที่มีความยืดหยุ่นสูง
  • การบริหารจัดการลูกค้า: ใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการทำงาน พร้อมทีมงานที่ให้ข้อมูลที่ชัดเจนและตรงไปตรงมา ในทุกขั้นตอนของสัญญา และมีการดูแลลูกค้าอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ Buyer สามารถปรับปรุงสถานะทางการเงินให้พร้อม “เป็นเจ้าของบ้านได้จริง” เมื่อครบกำหนดสัญญาจริง ๆ โดยมีสัดส่วนการใช้เทคโนโลยี VS คน อยู่ที่ 30-70%

"แม้ว่าเราจะเป็นสตาร์ทอัป แต่ยังให้ความสำคัญกับพนักงานควบคู่กับการใช้เทคโนโลยี เพราะโมเดลธุรกิจเช่าเพื่อจะซื้อของเราไม่ได้ขายแค่ทรัพย์สิน แต่เรากำลังขาย 'ความเชื่อมั่น' และ 'โอกาส' ให้กับกลุ่มลูกค้าที่มีความกังวลสูง เราจึงใช้เทคโนโลยี AI และ Data Analytics มาช่วยคัดกรองข้อมูลและลดขั้นตอนที่ซ้ำซ้อน โดยทำงานร่วมกับบุคลากรที่จะเข้าไป 'ให้คำปรึกษา' อย่างละเอียด เพราะความซับซ้อนของเครดิต หรือความไม่เข้าใจในสัญญา ต้องอาศัยการสื่อสารจากมนุษย์ที่มีความชำนาญสูง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในการสร้างความไว้วางใจ และนำพาลูกค้าไปสู่การเป็นเจ้าของบ้านได้จริงในที่สุด"

วัฒนธรรมองค์กรและทีมงาน: รากฐานสู่ความยั่งยืน

เพราะคุณพีระพัฒน์มองว่า "ความสุขของพนักงาน" คือการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสูงที่สุดในการสร้างความยั่งยืนขององค์กร จึงโฟกัสไปที่การทำให้พนักงานมีความสุขกับการทำงาน องค์กรของPROPTLANE จึงมีการจัดสรรงบประมาณเพื่อการอบรมเฉพาะทางให้เหมาะกับแต่ละบุคคลอย่างเต็มที่ นอกเหนือจากงบอบรมทั่วไป รวมถึงการให้ความสำคัญกับ Employee Well-being อย่างจริงจัง โดยมีการจัดสรรงบประมาณสันทนาการให้กับทุกทีมอย่างสม่ำเสมอ นอกเหนือจากเงินเดือนและโบนัสที่อิงจากผลงาน

“ตัวอย่างที่ชัดเจนเรามีงบประมาณสันทนาการครอบคลุมหลากหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็น การจัดทริปเอาท์ติ้งประจำปีของบริษัท หรือแม้แต่งบสันทนาการเฉพาะบุคคล ที่เปิดโอกาสให้พนักงานเลือกใช้ดูแลตัวเองและเติมพลัง อย่างเช่น บางคนอาจจะเลือกสมัครฟิตเนส หรือบางคนเลือกใช้ในการนวด หรือดูแลผิวหน้า เพื่อให้รู้สึกดีกับตัวเองและพร้อมนำความมั่นใจไปเจอลูกค้า”

ความยืดหยุ่นในการใช้งบส่วนนี้ เป็นการบอกพนักงานของเราว่า 'องค์กรให้ความสำคัญกับความสุขและสุขภาพของคุณอย่างแท้จริง' และเมื่อพวกเขามีพลังงานที่ดี ก็จะสามารถส่งมอบความเชื่อมั่นและบริการที่เป็นเลิศกลับคืนสู่ลูกค้าได้ COO ปิดท้าย

จากตัวเลขการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของ PROPTLANE พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า โมเดลธุรกิจรูปแบบใหม่นี้ไม่ได้เป็นแค่ทางเลือก แต่คือ Game Changer ของตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย ที่กำลังสร้างโอกาสและยกระดับมาตรฐานใหม่ ที่จะพาไปสู่การสร้างมูลค่าแบบ Win-Win ให้กับทุกภาคส่วนอย่างยั่งยืน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...