UN ชี้ความพยายามลดความยากจนเด็กทั่วโลกสะดุด หลังหลายประเทศตัดงบช่วยเหลือต่างประเทศ
UN เตือนเด็กกว่า 412 ล้านคนยังอยู่ในภาวะยากจนขั้นรุนแรง ขณะที่หลายชาติลดงบช่วยเหลือภายนอกเสี่ยงทำลายความคืบหน้า 20 ปี
วันที่ 21 พฤศจิกายน 2568 เวลา04.10 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า องค์การสหประชาชาติเผยแพร่รายงานระบุว่าความพยายามลดความยากจนของเด็กทั่วโลกกำลังชะงักงัน ท่ามกลางวิกฤตเงินทุนสำหรับโครงการสำคัญ
รายงานดังกล่าวเผยแพร่ในช่วงที่หลายประเทศ รวมถึงสหรัฐอเมริกา กำลังลดงบประมาณความช่วยเหลือต่างประเทศลงอย่างมาก ซึ่งเสี่ยงทำให้แรงผลักดันที่ช่วยลดความยากจนของเด็กในช่วง 20 ปีที่ผ่านมาเกิดภาวะถดถอย
ยูนิเซฟระบุว่าปัจจุบันเด็กเกือบ 1 ใน 5 ทั่วโลกยังคงอยู่ในภาวะความยากจนขั้นรุนแรง รวมจำนวนกว่า 412 ล้านคน โดยเกือบ 90% อาศัยอยู่ในภูมิภาคซับซาฮาราแอฟริกาและเอเชียใต้
แคทเธอรีน รัสเซลล์ ผู้อำนวยการยูนิเซฟ กล่าวว่า “มีเด็กจำนวนมากอยู่แล้วที่ขาดแคลนพื้นฐาน แม้ก่อนที่วิกฤตเงินทุนระดับโลกจะทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงก็ตาม ขณะนี้ไม่ใช่เวลาที่จะถอยหลัง แต่เป็นเวลาที่ต้องต่อยอดความก้าวหน้าที่ได้มาอย่างยากลำบากตลอดหลายปีที่ผ่านมา”
ทั้งนี้โลกได้เห็นความคืบหน้าบางส่วน โดยประเทศที่ให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาความยากจนของเด็กเป็นอันดับแรก มีพัฒนาการชัดเจน ระหว่างปี 2543 ถึง 2566 จำนวนเด็กในประเทศรายได้ต่ำและปานกลางที่ประสบภาวะขาดแคลนขั้นรุนแรงลดลงประมาณ 20% ตามรายงาน
สหประชาชาติระบุว่าความสำเร็จดังกล่าวเกิดจากการดำเนินการเชิงยุทธศาสตร์และเด็ดขาดของประชาคมนานาชาติ ในแทนซาเนีย ซึ่งความยากจนลดลง 46% ในช่วง 23 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลให้เงินช่วยเหลือรายครัวเรือนและสนับสนุนให้ประชาชนบริหารการเงินด้วยตนเอง ขณะเดียวกัน บังกลาเทศเห็นความยากจนลดลง 32% ในช่วงเวลาเดียวกัน หลังจากลงทุนในโครงการด้านน้ำและสุขอนามัย รวมถึงมาตรการสำคัญอื่น ๆ
อ้างอิง : bloomberg.com