บัตรเดบิตไทย ขยับครั้งใหม่ ผนึกพาร์ตเนอร์สะสมแต้มทุกยอดรูด
ส่องสมรภูมิบัตรเดบิตธนาคารไทย ขยับครั้งใหม่ แม้จำนวนบัตรในตลาดลดลง แท็กทีมแพลตฟอร์มสะสมแต้ม เพิ่มสิทธิประโยชน์ รูดใช้จ่ายได้คะแนน มีธนาคารไหนบ้าง และมีเงื่อนไขอย่างไร
แม้ปัจจุบัน เทรนด์การใช้บัตรเดบิต จะเปลี่ยนแปลงไปจากเทคโนโลยีและพฤติกรรมผู้บริโภค ถูกแทนที่ด้วยการสแกนจ่ายผ่าน QR Code และการถอนเงินสดแบบไม่ใช้บัตร แต่หลาย ๆ คนยังมีการใช้งานบัตรเดบิตอยู่ ไม่ว่าจะเพื่อการกดเงินสด หรือการรูดใช้จ่ายตามร้านค้าต่าง ๆ
สะท้อนได้จากข้อมูลล่าสุดของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ณ เดือนกันยายน 2568 ระบุว่ามีจำนวนบัตรเดบิตอยู่ในตลาด 52,406,253 ใบ ลดลงจากเมื่อเดือนสิงหาคม ที่มีอยู่ในตลาดกว่า 52,441,303 ใบ
ส่วนปริมาณธุรกรรม ณ เดือนกันยายนที่ผ่านมา มีการใช้จ่ายผ่านบัตรเดบิต 16.117 ล้านรายการ คิดเป็นมูลค่ากว่า 1.3 หมื่นล้านบาท (เฉลี่ย 250 บาทต่อบัตรต่อเดือน) และยังมีการใช้เพื่อกดเงินสดจากตู้ ATM ประมาณ 69.75 ล้านรายการ คิดเป็นมูลค่ากว่า 2.49 แสนล้านบาท (เฉลี่ย 4,753 บาทต่อบัตรต่อเดือน)
อย่างไรก็ดี ตลาดบัตรเดบิตในปัจจุบัน เปลี่ยนแปลงไปพอสมควร ตั้งแต่การสร้างการรับรู้ว่าสามารถรูดใช้จ่ายได้ ไม่ใช่แค่การกดเงินสดที่ตู้ ATM จนถึงการให้สิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ทั้งส่วนลดจากร้านค้าและแพลตฟอร์มออนไลน์ และเงินคืน เพื่อดึงดูดลูกค้าให้หันมาใช้จ่ายผ่านบัตรมากขึ้น
และสิ่งหนึ่งที่กำลังเริ่มเกิดขึ้นอีกครั้งในตลาดบัตรเดบิต คือ การให้คะแนนสะสมจากการใช้จ่าย เป็นสิทธิประโยชน์หลักของบัตรด้วย ซึ่งเคยมีมาแล้วเมื่อกว่า 10 ปีก่อนหน้านี้
แบงก์กรุงเทพ Cobrand เครือเดอะมอลล์-เอไอเอส
ธนาคารแรก ๆ ที่เข้ามาอยู่ในสมรภูมิคะแนนสะสมปัจจุบัน คือ ธนาคารกรุงเทพ ซึ่งช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ร่วมพัฒนาผลิตภัณฑ์บัตรเดบิตบีเฟิสต์ เอไอเอส พอยท์ ซึ่งให้คะแนนสะสมเอไอเอส พอยท์ จากการใช้จ่ายออนไลน์ ทุก 200 บาท และนำคะแนนดังกล่าวแลกรับสิทธิพิเศษจากพันธมิตรของ เอไอเอส พอยท์ ได้ ทั้งร้านอาหาร, ช็อปปิ้ง, ดูหนัง จากแบรนด์ชั้นนำและร้านท้องถิ่น
และเมื่อปี 2567 ที่ผ่านมา ธนาคารกรุงเทพ เริ่มให้บริการบัตรเดบิต Bangkok Bank M Visa ซึ่งเป็นความร่วมมือกันระหว่างธนาคาร และเครือเดอะมอลล์ โดยมีเงื่อนไขคือ การใช้จ่ายทุก 25 บาท ได้รับ 1 คะแนนเข้าบัตรสมาชิก M Card ของเครือเดอะมอลล์ ทั้งการใช้จ่ายผ่านหน้าร้านและการใช้จ่ายออนไลน์ (คะแนนเข้า M Card ภายใน 2 วันทำการ) และได้รับคะแนน 2 เท่า รวมถึงส่วนลดเมื่อใช้จ่ายที่เครือเดอะมอลล์ ตามเงื่อนไขที่กำหนด เฉพาะแผนก Department Store, BeTREND และ Gourmet Market
ทั้งนี้ บัตรทั้ง 2 ผลิตภัณฑ์ มีการกำหนดหมวดการใช้จ่ายที่ไม่สามารถสะสมคะแนนได้ คือ หมวดประกัน การลงทุน ค่าน้ำ ค่าไฟ และค่าบริการต่าง ๆ ของหน่วยงานรัฐ ส่วนบัตรเดบิต Bangkok Bank M Visa มีการเพิ่มอีกหนึ่งหมวด คือ รายการใช้จ่าย ณ ร้านค้าที่จดทะเบียนในกลุ่มประเทศเขตเศรษฐกิจยุโรป (EEA) 31 ประเทศ
KBank แจกแต้ม The1 สูงสุด 500 แต้ม
ธนาคารต่อมาที่ร่วมในสมรภูมิแต้มบัตรเดบิต คือ ธนาคารกสิกรไทย โดยร่วมกับ The1 ซึ่งเป็นระบบสมาชิกของเครือเซ็นทรัล มีเงื่อนไขคือ ใช้จ่ายทุก 25 บาท รับ 1 คะแนน The1 และสามารถสะสมคะแนนได้เฉพาะบัตรประเภทที่กำหนด คือ K My, K Max+, JOURNEY, UnionPay โดยจำกัด 600 สิทธิต่อเดือน 7,200 สิทธิ ตลอดรายการ
อย่างไรก็ตาม การสะสมคะแนน The1 ของบัตรเดบิตธนาคารกสิกรไทย ยังมีเงื่อนไขสำคัญ คือ ต้องลงทะเบียนทุกเดือนเพื่อเข้าร่วมรายการ ผ่าน LINE Official ของธนาคาร และลูกค้าที่ได้รับสิทธิจะต้องมียอดใช้จ่ายผ่านบัตรเดบิตตามประเภทที่กำหนด รับ The1 Point จากยอดใช้จ่ายทุก 25 บาทรับ 1 คะแนน สูงสุดไม่เกิน 500 คะแนน/บัตร/เดือน
โดยภายในวันที่ 20 ของเดือนถัดไป ผู้ใช้จะได้รับข้อความผ่าน LINE KBank Live แจ้งได้รับสิทธิ หรือไม่ได้รับสิทธิรับ The1 Point (กรณีวันที่ 20 เป็นวันหยุดราชการ หรือวันหยุดนักขัตฤกษ์ จะขยับเป็นวันทำการถัดไป) และกรณีได้รับสิทธิ คะแนน The1 จะถูกบันทึกเข้าบัญชีบัตร The1 ภายใน 60 วัน นับจากสิ้นเดือนของเดือนที่แจ้งสิทธิรับคะแนน
ทั้งนี้ ธนาคารเคยจัดสิทธิพิเศษในการสะสมคะแนน The1 จากการใช้จ่ายบัตรเดบิตมาแล้วตั้งแต่ปี 2567 โดยให้คะแนนจากการใช้จ่ายทุก 25 บาทเช่นกัน แต่กำหนดว่าต้องใช้จ่ายขั้นต่ำ 1,000 บาทต่อเซลส์สลิป
SCB แท็กทีม POINTX แจกแต้มบัตรเดบิต
และธนาคารล่าสุดที่โดดเข้ามาในสนามนี้ คือ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) ซึ่งย้อนกลับไปเมื่อปี 2564 หรือ 4 ปีที่แล้ว SCB รีแบรนด์บัตรเดบิตเป็น LET’S SCB พร้อมกับการให้สิทธิพิเศษที่ลูกค้าเลือกได้เอง เพื่อตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ และก่อนหน้านี้ เคยออกผลิตภัณฑ์บัตรเดบิต SCB M ซึ่งให้คะแนนสะสม M Card มาแล้ว
ในปีนี้ (ปี 2568) SCB ปรับโฉมบัตรเดบิตใหม่อีกครั้ง และตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2568 เป็นต้นมา ธนาคาร ประกาศเพิ่มสิทธิประโยชน์หลักของบัตรเดบิต SCB ทุกประเภท โดยให้คะแนนสะสมในการใช้จ่าย ทุก 50 บาท ต่อเซลส์สลิป ได้รับ 1 คะแนนสะสมในแพลตฟอร์ม POINTX (พอยท์เอกซ์) ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มรวบรวม สะสม และแลกคะแนนในเครือ SCBX
เงื่อนไขสำคัญ คือ ต้องสมัครใช้บริการ POINTX และคะแนนจะคำนวณจากยอดใช้จ่ายเฉพาะรายการที่ร้านค้าได้มีการเรียกเก็บแล้วเท่านั้น โดยผู้ใช้จะได้รับคะแนน POINTX ภายใน 30 วัน นับจากวันที่ร้านค้าได้มีการเรียกเก็บรายการดังกล่าว (คะแนนไม่มีวันหมดอายุ)
อย่างไรก็ตาม การได้คะแนนจากการใช้จ่ายบัตรเดบิต มีการจำกัดเพดานยอดใช้จ่ายผ่านบัตรสูงสุดไม่เกิน 5,000 บาท/ผู้ถือบัตร/เดือน เฉพาะ 3 หมวดการใช้จ่าย คือ หมวดซูเปอร์มาร์เก็ต/ไฮเปอร์มาร์เก็ต ปั๊มนํ้ามัน และการซื้อสื่อประชาสัมพันธ์ออนไลน์ (Advertising Services) ซึ่งรวมถึงยอดใช้จ่ายผ่านบัตรที่เป็นสกุลเงินบาท ณ ร้านค้าที่จดทะเบียนในต่างประเทศ (DCC) ที่เกิดจากการซื้อสื่อประชาสัมพันธ์ออนไลน์ดังกล่าวด้วย
พร้อมกันนี้ ยังมีการจัดแคมเปญเปิดตัวสิทธิประโยชน์ใหม่ โดยให้ลุ้นรับคะแนนสะสมเพิ่ม เมื่อใช้จ่ายผ่านบัตรเดบิต SCB ตามเงื่อนไข ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2568 ถึง 31 มีนาคม 2569
ทำไมก่อนหน้านี้ ยกเลิกสะสมแต้มบัตรเดบิต ?
ในอดีต ธนาคารจะมีรายได้จากบัตรเดบิต ทั้งจากค่าธรรมเนียมรายปีในการใช้งานบัตร และค่าธรรมเนียมการรูดบัตรเดบิตที่เรียกเก็บจากร้านค้ารับบัตร ซึ่งปกติจะเรียกเก็บจากร้านค้าราว 1-3% ขึ้นกับประเภทของบัตร
และนับตั้งแต่ปี 2559 เป็นต้นมา ภาครัฐมีการดำเนินนโยบายระบบการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ (National E-Payment) หนึ่งในการเปลี่ยนแปลงสำคัญคือ การลดค่าธรรมเนียมการรับบัตรแก่ร้านค้า เหลือเพียง 0.55% เพื่อส่งเสริมให้ร้านค้าหันมารับชำระด้วยบัตรแทนเงินสดมากขึ้น
การเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ทำให้หลายธนาคารที่มีการให้คะแนนสะสมหรือเงินคืนเป็นสิทธิประโยชน์หลัก ต้องตัดสินใจยกเลิกหรือทบทวนการให้สิทธิดังกล่าว เพื่อให้ยังสามารถดำเนินธุรกิจได้สอดคล้องกับสถานการณ์ในเวลานั้น ที่หลายธนาคารมีรายได้จากการรับบัตรลดลง และกระทบต่อไปถึงการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายของบัตรเดบิต
สอดคล้องกับข้อมูลที่ ผู้จัดการออนไลน์ เคยนำเสนอไว้ตั้งแต่ปี 2560 เกี่ยวกับการยกเลิกการสะสมคะแนน-เงินคืน โดยมีการระบุถึงประกาศของธนาคารธนชาต ในการยกเลิกการให้เงินคืน 0.75% จากการใช้จ่ายบัตรเดบิต โดยระบุในช่วงหนึ่งว่า “เพื่อให้สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างสอดคล้องกับนโยบายของธนาคารในสถานการณ์ปัจจุบัน”
เมื่อมองมายังภาพปัจจุบันของตลาดบัตรเดบิต จะเห็นได้ว่ามีการแข่งขันที่หลากหลายขึ้น ทั้งการเพิ่มสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ให้กับบัตร ทั้งส่วนลด-เงินคืน การเดินเกมด้วยการเปิดลายหน้าบัตรพิเศษ ตั้งแต่มาสคอต แคแร็กเตอร์การ์ตูนดัง จนถึงศิลปิน เพื่อดึงดูดลูกค้าใหม่ จนถึงการเพิ่มสิทธิประโยชน์ด้านการใช้จ่ายในต่างประเทศ ซึ่งถือเป็นพฤติกรรมใหม่ที่กำลังเกิดขึ้นในกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวไทย
การกลับมาให้คะแนนสะสมบัตรเดบิตในครั้งนี้ ต้องจับตาดูต่อไปว่า จะสามารถดึงดูดให้ลูกค้าหันมาใช้จ่ายด้วยบัตรเดบิตได้มากขึ้นแค่ไหน ในยุคปัจจุบันที่โลกของการใช้จ่ายเปลี่ยนแปลงไป
ข้อมูลน่าสนใจ
ผู้สื่อข่าวลองค้นหาข้อมูลสถิติเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้งานบัตรเดบิต หนึ่งในข้อมูลน่าสนใจ คือ การใช้จ่ายในต่างประเทศ โดยข้อมูล ณ เดือนกันยายนที่ผ่านมา พบว่ามีการใช้จ่าย ณ ร้านค้า อยู่ที่ 3.14 ล้านรายการ มูลค่ารวม 3,256 ล้านบาท ขณะที่การใช้จ่ายผ่านช่องทางออนไลน์ มีจำนวนอยู่ที่ 1.57 ล้านรายการ มูลค่ารวม 2,293 ล้านบาท
นอกจากนี้ ยังมีการระบุถึงรายได้จากบริการบัตร ATM บัตรเดบิต และบริการธนาคารอิเล็กทรอนิกส์อื่น ๆ ของธนาคารพาณิชย์ทั้งระบบ พบว่าไตรมาส 3/2568 มีรายได้อยู่ที่ 5,987 ล้านบาท ลดลงจากไตรมาส 3/2567 ซึ่งอยู่ที่ 6,510 ล้านบาท (ลดลงราว 523 ล้านบาท)
ข้อมูลจาก ธนาคารแห่งประเทศไทย
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : บัตรเดบิตไทย ขยับครั้งใหม่ ผนึกพาร์ตเนอร์สะสมแต้มทุกยอดรูด
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net