เงินบาทปรับตัวแข็งค่า ขานรับคาดการณ์เฟดปรับลดดอกเบี้ยสัปดาห์หน้า
ค่าเงินบาทปรับตัวแข็งค่า ขานรับการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยสัปดาห์หน้า
ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพรายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันจันทร์ 24 พฤศจิกายน 2568 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (01/12) ที่ระดับ 32.09/10 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวแข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (28/11) ที่ระดับ 32.19/20 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
โดยเช้าวันนี้ Dollar Index ปรับตัวที่ระดับ 99.33 ซึ่งเป็นการปรับตัวอ่อนค่าสุดในรอบหลายสัปดาห์นับตั้งแต่ช่วงปลายเดือน ก.ค. หลังนักลงทุนเพิ่มน้ำหนักต่อการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมที่จะมีขึ้นในวันที่ 9-10 ธ.ค.
ขณะที่ราคาทองนั้นปรับตัวขึ้นสูงสุดในรอบสองสัปดาห์ เนื่องจากได้แรงหนุนจากได้แรงหนุนจากคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยครั้งถัดไป ส่งผลให้ความต้องการในการถือครองทองคำเพิ่มขึ้น เนื่องจากทองนั้นเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปแบบดอกเบี้ย ทั้งนี้ตลาดจับตาการเปิดเผยตัวเลขสำคัญทางเศรษฐกิจของสหรัฐในสัปดาห์นี้อย่างใกล้ชิด
สำหรับปัจจัยภายในประเทศ วันนี้ (01/12) พิมพ์พันธ์ เจริญขวัญ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายตลาดการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่าค่าเงินบาทในสัปดาห์ที่ผ่านมานั้นแข็งค่าขึ้นมา ราว 1% โดยได้แรงกดดันจากการอ่อนค่าของดัชนีดอลลาร์ตามคาดการณ์ที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย นอกจากนี้ยังได้แรงหนุนจากการขายเงินตราจากผู้ส่งออก รวมถึงการปรับขึ้นของราคาทองคำ
ทั้งนี้ ธปท. เตรียมเสนอแผนการเพื่อเป็นการควบคุมค่าเงินบาท โดยจะเสนอกระทรวงการคลัง ให้ปรับปรุงเกณฑ์ในการขยายวงเงินรายได้ต่างประเทศที่ไม่ต้องนำกลับเข้าประเทศเป็น 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐ/ครั้ง โดยจากเดิมไม่เกิน 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ/ครั้ง ซึ่งคาดว่าจะมีผลบังคับใช้ภายในสิ้นปีนี้ ทั้งนี้เพื่อเป็นการเพิ่มความคล่องตัวในการบริหารจัดการเงินตราต่างประเทศให้แก่ภาคเอกชน และเป็นการลดการกดดันต่อการแข็งค่าของค่าเงินบาท
นอกจากนี้ ธปท. จะเสนอกระทรวงการคลังให้กลุ่มผู้ค้าทองรายใหญ่นั้นรายงานข้อมูลธุรกรรมที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการติดตามธุรกรรมและประเมินผลกระทบต่อค่าเงินบาทได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ น.ส.พิมพ์พันธ์ ระบุว่าตลาดการเงินยังมีความไม่แน่นอนสูง โดย ธปท.พร้อมที่จะเข้าดูแลความผันผวนของค่าเงิน เพื่อให้ภาคธุรกิจนั้นได้รับผลกระทบน้อยที่สุด ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 31.96 – 32.14 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 31,97/99 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้าวันนี้ (01/12) ที่ระดับ 1.1614/16 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ปรับตัวแข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (28/11) ที่ระดับ 1.1566/68 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ตลาดจับตาตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของยูโรที่จะมีการเปิดเผยในวันพรุ่งนี้ เช่น อัตราเงินเฟ้อเดือน พ.ย. (ประมาณการเบื้องต้น) และอัตราว่างงานเดือน ต.ค. ของอียู เพื่อประเมินทิศทางดอกเบี้ยครั้งถัดไปที่จะมีขึ้นในวันที่ 18 ธ.ค.นี้ ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1590 – 1.1621 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1617/20 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเข้าวันนี้ (01/12) ที่ระดับ 155.56/57 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (28/11) ที่ระดับ 156.31/32 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ วันนี้ (01/12) คาซูโอะ อุเอดะ ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น เปิดเผยว่าจะทบทวนข้อดีข้อเสียของการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ในการประชุมนโยบายการเงินครั้งถัดไป อุเอดะกล่าวว่า BOJ กำลังรวบรวมข้อมูลของบริษัทในการปรับขึ้นค่าจ้าง โดย BOJ กล่าวว่าข้อมูลค่าจ้างเป็นส่วนหนึ่งในการตัดสินใจในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย
นอกจากนี้ยังกล่าวว่า การปรับขึ้นดอกเบี้ยของ BOJ นั้นสอดคล้องกับกิจกรรมทางเศรษฐกิจและราคา พร้อมทั้งระบุว่า ความไม่แน่นอนของนโยบายภาษีของสหรัฐ เริ่มลดลงแล้ว และความเป็นไปได้ของภาวะเงินเฟ้อตามที่ได้ประเมินไว้นั้นเพิ่มขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป
สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ส่วนหนึ่งของแรงกดดันภาวะเงินเฟ้อที่จะทำให้ BOJ ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนั้นมาจากการอ่อนค่าของเงินเยน ซึ่งส่งผลให้ต้นทุนการนำเข้าของญี่ปุ่นนั้นปรับตัวสูงขึ้น ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 155.27 – 156.20 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ 155.40/41 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตขั้นสุดท้ายเดือน พ.ย. ของสหรัฐ (01/12), ดุลการค้าเดือน ต.ค.ของฝรั่งเศส (02/12), อัตราเงินเฟ้อเดือน พ.ย. (ประมาณการเบื้องต้น) และอัตราว่างงานเดือน ต.ค. ของอียู (02/12), ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการขั้นสุดท้ายเดือน พ.ย. ของอียูและอังกฤษ (03/12), ตัวเลขจ้างงานภาคเอกชนเดือน พ.ย.จาก ADP ของสหรัฐ (03/12), ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการขั้นสุดท้ายเดือน พ.ย. ของสหรัฐ (03/12),
ดัชนีภาคบริการเดือน พ.ย. จากสถาบันจัดการด้านอุปทาน (ISM) ของสหรัฐ (03/12), ยอดค้าปลีกเดือน ต.ค. ของอียู (04/12), จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ของสหรัฐ (04/12), ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 3/2568 (ประมาณการครั้งที่ 3) ของอียู (05/12), ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) เดือน ก.ย.ของสหรัฐ (05/12), ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคขั้นต้นเดือน ธ.ค.จากมหาวิทยาลัยมิชิแกนของสหรัฐ (05/12)
สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -8/-7.8 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -6.3/-5.7 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เงินบาทปรับตัวแข็งค่า ขานรับคาดการณ์เฟดปรับลดดอกเบี้ยสัปดาห์หน้า
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net