โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

อัปเดตข้าวต้ม ลูกช้างป่าอาการดีขึ้นต่อเนื่อง ร่าเริงมีแรง กินนมได้มากขึ้น ทีมสัตวแพทย์ดูแลตลอด 24 ชั่วโมง

สวพ.FM91

อัพเดต 30 พ.ย. 2568 เวลา 21.02 น. • เผยแพร่ 30 พ.ย. 2568 เวลา 20.50 น.

อัปเดตข้าวต้ม ลูกช้างป่าอาการดีขึ้นต่อเนื่อง ร่าเริงมีแรง กินนมได้มากขึ้น ทีมสัตวแพทย์ดูแลตลอด 24 ชั่วโมง

"ข้าวต้ม" ลูกช้างป่าอาการดีขึ้นต่อเนื่อง ร่าเริงมีแรง กินนมได้มากขึ้น ทีมสัตวแพทย์ สัตวบาล และเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า ทุ่มเทดูแล "น้องข้าวต้ม" ลูกช้างป่าเพศเมียตัวน้อยอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง พบว่าสุขภาพมีแนวโน้มดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

สัตวแพทย์หญิงณฐนน ปานเพ็ชร หัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าบึงฉวากและศูนย์พัฒนาการจัดการสัตว์ป่าบึงฉวาก พร้อมด้วยนายสัตวแพทย์วิศรุต ปิยะศิริศิลป์ จากกลุ่มงานจัดการสุขภาพสัตว์ป่า สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า ได้รายงานความคืบหน้าเมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2568 ว่า น้องข้าวต้มกินนมและน้ำข้าวต้มได้เพิ่มมากขึ้น แม้ว่าจะยังคงน้อยกว่าปริมาณที่คำนวณไว้ ปัสสาวะเป็นปกติ ส่วนอุจจาระยังคงเหลวปนเนื้อครีมเล็กน้อย

ที่น่ายินดีคือไม่พบภาวะน้ำตาลต่ำในทุกช่วงเวลาที่ตรวจ และที่สำคัญน้องข้าวต้มมีพฤติกรรมร่าเริงกว่าเดิม มีกำลังเพิ่มขึ้น และแสดงความสนใจต่อพี่เลี้ยงและสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ทีมสัตวแพทย์ได้ให้การรักษาอย่างรอบด้าน ประกอบด้วย การให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำเพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำและพยุงระดับน้ำตาลในเลือด การให้วิตามินบำรุงร่างกาย ยาบำรุงตับ รวมถึงยาลดปวดเกร็งท้องเมื่อมีอาการ นอกจากนี้ ยังมีการรักษาแผลและแผลกดทับบริเวณผิวหนังอย่างต่อเนื่อง โดยทำความสะอาดแผล พ่นยาและทายา รวมทั้งใช้เทคโนโลยีเลเซอร์ช่วยรักษาแผลกดทับ

สัตวแพทย์หญิงนฤพร กิตติศิริกุล สัตวแพทย์ประจำสถาบันคชบาลแห่งชาติในพระอุปถัมภ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนศาสตร์ในลูกช้าง ได้เข้าร่วมตรวจรักษาระหว่างวันที่ 26-28 พฤศจิกายน 2568 เพื่อให้คำแนะนำเฉพาะทางในการดูแลสุขภาพและโภชนาการของน้องข้าวต้ม ทั้งนี้ ทีมงานยังคงต้องติดตามประเมินอาการวันต่อวัน โดยมีทีมสัตวแพทย์ สัตวบาล และเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าเฝ้าระวังและดูแลน้องข้าวต้มอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมงอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อให้มั่นใจว่าลูกช้างป่าน้อยจะหายเป็นปกติและเติบโตอย่างแข็งแรงต่อไป

ที่มา : กรมอุทยานแห่งชาติฯ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...