คลัง-ธปท. งัด 3 มาตรการคุมเข้ม เทรดทอง ชี้ปี 68 วอลุ่มพุ่งแตะ 2.5 แสนล้าน แซงตลาดหุ้น ดันบาทแข็ง 9.4%
คลัง-ธปท.-ก.ล.ต. ประกาศ 3 มาตรการสกัดเก็งกำไรเทรดทอง สั่งส่งข้อมูลสรรพากร เล็งเก็บภาษีเทรดบนแอปฯ คุมเพดานเทรด เผยปี 68 เทรดทองพุ่งสูงสุด 2.55 แสนล้านบาท/วัน แซงวอลุ่มหุ้นไทยหลายเท่าตัว ดันเงินบาทแข็งค่าแล้ว 9.4% นำโด่งภูมิภาค ยันไม่กระทบรายย่อย
23 ธ.ค. 2568 นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ด้วยสถานการณ์ค่าเงินบาทมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่อง นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้มอบหมายให้ปลัดกระทรวงการคลังหารือร่วมกับผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย และเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ เพื่อติดตามสถานการณ์ค่าเงินบาทในปัจจุบันและกำหนดแนวทางรองรับสถานการณ์ค่าเงินบาท
นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า สถานการณ์ค่าเงินบาทมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งแต่ต้นปี 2568 เงินบาทแข็งค่าขึ้น 9.4% เทียบเงินดอลลาร์สหรัฐฯ และแข็งค่าขึ้นประมาณ 4.2% ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา โดยมีสาเหตุจากการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐฯ หลังนักลงทุนปรับคาดการณ์แนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ รวมถึงปัจจัยเฉพาะของไทย โดยเฉพาะการขายเงินตราต่างประเทศของกลุ่มบริษัททองคำหลังราคาทองคำปรับสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ รวมทั้งการเข้าซื้อตราสารหนี้ ของนักลงทุนต่างชาติในบางจังหวะ
“หนึ่งในปัจจัยที่เราเห็นว่าเข้ามากระทบต่อค่าเงินบาทในวันนี้คือธุรกรรมทองคำ โดยผู้ค้าทองรายใหญ่ที่มีแพลตฟอร์ม 15 รายในไทยมีการซื้อขายทองรวมกันมีขนาดธุรกรรมมากว่า 50% ของ GDP นอกจากนี้ปริมาณการซื้อขายทองเฉลี่ยรายวันเมื่อเทียบกับหุ้นยังสูงกว่าอย่างเห็นได้ชัด”
“โดยในปี 2568 พบว่ามูลค่าซื้อขายทองเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 65,937 ล้านบาท และสูงสุดถึง 255,566 ล้านบาท ขณะที่หุ้นมีมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันสูงสุดอยู่ที่ 42,417 ล้านบาท และสูงสุดที่ 74,437 ล้านบาท”
โดยปัจจุบัน ปริมาณการซื้อขายทองคำในแต่ละวันมีมูลค่ารวมสูงเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จนในบางช่วงเวลามีปริมาณการซื้อขายสูงในระดับที่ใกล้เคียงกับปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และส่งผลให้กลุ่มบริษัททองคำเข้าซื้อขายเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ในสัดส่วนที่สูงขึ้นมาก จนบางครั้งเกิดการขายเงินดอลลาร์สหรัฐฯ สุทธิมากถึง 40-50 % ของปริมาณการขายเงินดอลลาร์สหรัฐฯ สุทธิของทั้งประเทศในช่วงนั้น ๆ จึงส่งผลกดดันโดยตรงต่อค่าเงินบาทให้แข็งค่าขึ้นเร็ว ส่งผลกดดันให้เงินบาทแข็งค่าเร็วนำสกุลภูมิภาค และผันผวนไม่สอดคล้องกับปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจ
“หากพิจารณาในช่วงที่ค่าเงินบาทแข็งค่าโดยเฉพาะในช่วงวันที่ 11-15 ธ.ค. 2568 ที่เงินบาทแข็งค่าหลุด 31.8 บาทต่อดอลลาร์ฯ มาอยู่ที่ 31.4 บาทต่อดอลลาร์ พบว่า จากปริมาณการขายเงินดอลลาร์ทั้งหมดในทุกประเภท เป็นการขายเงินดอลลาร์ฯ จากธุรกรรมทองถึง 45% และ ในบางช่วง เช่น ต้นเดือน ก.ย. 2568 สัดส่วนนี้สูงขึ้นถึง 62% ดังนั้นจะเห็นได้ว่าปริมาณซื้อขายทองคำมีปริมาณเพิ่มขึ้นไม่ว่าจะเทียบกับ GDP หรือการซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งส่งผลกระทบต่อการซื้อขายดอลลาร์และมีผลมากในวันที่ทองราคาขึ้น”
นอกจากนี้เงินบาทยังเคลื่อนไหวสัมพันธ์กับราคาทองคำมากกว่าสกุลเงินในภูมิภาค โดยในปี 2568 อยู่ที่ 65% ขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านอย่างจีนอยู่ที่ 29% อินโดนีเซียอยู่ที่ 29% อินเดียอยู่ที่ 20% เป็นต้น
ทั้งนี้ที่ผ่านมาธนาคารแห่งประเทศไทยได้ผลักดันให้การซื้อขายทองคำไปอยู่ในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อลดผลกระทบต่อค่าเงินบาท รวมทั้งได้เพิ่มความเข้มงวดในการทำธุรกรรมเงินตราต่างประเทศของกลุ่มบริษัททองคำ และให้กลุ่มผู้ค้าทองคำรายใหญ่รายงานข้อมูลการทำธุรกรรมซื้อขายทองคำโดยละเอียด อย่างไรก็ดี ผลต่อค่าเงินบาทจากธุรกรรมของบริษัททองคำยังคงสูงต่อเนื่อง
3 แนวทางดูแลค่าเงินบาท
กระทรวงการคลัง ธปท. และ ก.ล.ต. ได้กำหนด 3 แนวทางเพื่อดูแลสถานการณ์ค่าเงินบาท ดังนี้
- ให้กรมสรรพากรพิจารณาแนวทางการกำหนดให้ผู้ให้บริการซื้อขายทองคำในลักษณะการลงทุนผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์นำส่งข้อมูลธุรกรรมการซื้อขายทองคำดังกล่าวให้แก่กรมสรรพากรเช่นเดียวกับแพลตฟอร์มสินค้าหรือบริการออนไลน์ที่มีการนำส่งข้อมูลรายรับที่ได้จากผู้ประกอบการที่ขายสินค้าหรือให้บริการผ่านแพลตฟอร์มให้แก่กรมสรรพากรผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์อยู่แล้วในปัจจุบัน
- ให้กรมสรรพากรพิจารณาความเหมาะสมในการจัดเก็บภาษีธุรกิจเฉพาะจากกิจการขายทองคำแท่งของร้านทองผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์
- ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยพิจารณาแนวทางการกำกับปริมาณการทำธุรกรรมทองคำ เช่น การกำหนดเพดานวงเงินการซื้อขายทองคำในแพลตฟอร์มออนไลน์ เป็นต้น
ขอคลังเปิดทาง ธปท. คุมแพลตฟอร์ม
นายวิทัย กล่าวว่า สิ่งที่ดีที่สุดคือต้องมีผู้กำกับธุรกิจทองคำซึ่งตอนนี้ยังไม่มี สิ่งที่เราทำคือการแก้ประกาศของ พ.ร.บ. ซื้อขายแลกเปลี่ยนเงินตราเพื่อให้ธปท. เข้าไปกำกับธุรกรรมซื้อขายทองคำบนแพลตฟอร์มออนไลน์บางธุรกรรมที่มีผลต่อค่าเงิน ไม่เกี่ยวกับการซื้อขายปกติในปริมาณน้อยๆ แต่จะดูในปริมาณที่สูงผิดปกติ ซึ่งตรงนี้ต้องขอเข้าไปดูข้อมูลก่อนแล้วตามไปกำกับ
“ ยืนยันว่าไม่ใช่การเข้าไปกำกับธุรกิจทองคำ แต่เฉพาะธุรกรรมบนแพลตฟอร์มออนไลน์ที่มีอยู่ 15 รายเท่านั้น โดยมีรายใหญ่ 3-4 ราย ไม่เกี่ยวกับร้านค้าทองปกติ เราจะทำด้วยความระมัดระวังไม่ให้กระทบผู้ค้าทองคำ ส่งออกนำเข้า และรายย่อยที่ซื้อตามร้านปกติ ”
ทั้งนี้ประกาศดังกล่าวอยู่ระหว่างการรับฟังความเห็นโดยคาดว่าจะออกประกาศได้ในช่วงต้นเดือน ม.ค.2569 และจะเสร็จเรียบร้อยในสัปดาห์ที่ 2-3 ของเดือน ม.ค. 2569 ขณะที่คาดว่ามาตรการทั้งหมดนี้จะทำให้แรงขายจากธุรกิจทองคำลดลง
นอกเหนือจากเรื่องทองคำ ธปท. จะเพิ่มความเข้มงวดในการนำเงินเข้าประเทศ โดยจะมีการตรวจเอกสารการนำเงินเข้าประเทศสำหรับกรณีที่มีการโอนเงินจำนวนมากแต่ไม่สามารถระบุที่มาหรือวัตถุประสงค์ที่ชัดเจนได้ เพื่อป้องกันการเก็งกำไรค่าเงินบาท อย่างไรก็ตาม มาตรการนี้จะไม่กระทบต่อการลงทุนโดยตรง (FDI) การซื้อขายหุ้น หรือการลงทุนในตราสารหนี้หรือการค้าขายที่เป็นธุรกรรมปกติ
“เรื่องนี้เราให้เสรีมาตลอดหลาย 10 ปี เราจึงจะมีการตรวจสอบเอกสารที่เข้มงวดขึ้นสำหรับการนำเงินเข้ามาที่ผิดปกติ เช่น นำเข้ามาแล้วบอกไม่ได้ว่าเอาเงินไปทำอะไร หรือบอกไม่ได้ว่าเงินมาจากไหน ซึ่งเราก็จะกำหนดเพดานว่าหากมีการนำเงินเข้าประเทศมากเท่าไรจึงจะมีการตรวจเอกสาร”
USDT ไม่กระทบค่าเงิน
ส่วน ประเด็นที่มีข้อสังเกตว่า การซื้อขาย USDT ผ่านผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลส่งผลกระทบต่อค่าเงินบาทแข็งค่า ศาสตราจารย์ ดร.พรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ชี้แจงว่า เป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน เนื่องจากปริมาณธุรกรรมซื้อขาย USDT รวมถึงยอดการแลก USD เป็น THB ของผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล คิดเป็นเพียงร้อยละ 1.22 และร้อยละ 0.17 ของยอด FX inflow ซึ่งมีจำนวน 29.1 ล้านล้านบาท ตามลำดับ จึงไม่มีนัยยะต่อค่าเงิน
พิจารณาภาษี
นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า การพิจารณาอัตราภาษีธุรกิจเฉพาะจะต้องรอพิจารณาถึงข้อมูลและความเหมาะสม ขณะที่คาดว่าการรายงานหรือนำส่งข้อมูลจะสามารถดำเนินการได้เลยผ่านการออกประกาศของกรมสรรพากร ในระยะต่อไป ทั้ง 3 หน่วยงานจะได้มีการติดตามสถานการณ์ค่าเงินบาทอย่างใกล้ชิดเพื่อกำหนดแนวทางการบริหารจัดการค่าเงินบาทที่เหมาะสมต่อไป
เปรียบเทียบค่าเงินดอลลาร์ / ไทยบาท
[caption id="attachment_216185" align="aligncenter" width="750"]
ภาพจาก investing.com[/caption]
ราคาทองคำ Spot
[caption id="attachment_216184" align="aligncenter" width="750"]
ภาพจาก investing.com[/caption]
ราคาทองคำ Spot ย้อนหลังวันที่ 1- 23 ธันวาคม 2568 จากเว็บไซต์ สมาคมค้าทองคำ