โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

คลัง-ธปท. งัด 3 มาตรการคุมเข้ม เทรดทอง ชี้ปี 68 วอลุ่มพุ่งแตะ 2.5 แสนล้าน แซงตลาดหุ้น ดันบาทแข็ง 9.4%

การเงินธนาคาร

อัพเดต 23 ธ.ค. 2568 เวลา 16.39 น. • เผยแพร่ 23 ธ.ค. 2568 เวลา 09.38 น.

คลัง-ธปท.-ก.ล.ต. ประกาศ 3 มาตรการสกัดเก็งกำไรเทรดทอง สั่งส่งข้อมูลสรรพากร เล็งเก็บภาษีเทรดบนแอปฯ คุมเพดานเทรด เผยปี 68 เทรดทองพุ่งสูงสุด 2.55 แสนล้านบาท/วัน แซงวอลุ่มหุ้นไทยหลายเท่าตัว ดันเงินบาทแข็งค่าแล้ว 9.4% นำโด่งภูมิภาค ยันไม่กระทบรายย่อย

23 ธ.ค. 2568 นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ด้วยสถานการณ์ค่าเงินบาทมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่อง นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้มอบหมายให้ปลัดกระทรวงการคลังหารือร่วมกับผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย และเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ เพื่อติดตามสถานการณ์ค่าเงินบาทในปัจจุบันและกำหนดแนวทางรองรับสถานการณ์ค่าเงินบาท

นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า สถานการณ์ค่าเงินบาทมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งแต่ต้นปี 2568 เงินบาทแข็งค่าขึ้น 9.4% เทียบเงินดอลลาร์สหรัฐฯ และแข็งค่าขึ้นประมาณ 4.2% ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา โดยมีสาเหตุจากการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐฯ หลังนักลงทุนปรับคาดการณ์แนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ รวมถึงปัจจัยเฉพาะของไทย โดยเฉพาะการขายเงินตราต่างประเทศของกลุ่มบริษัททองคำหลังราคาทองคำปรับสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ รวมทั้งการเข้าซื้อตราสารหนี้ ของนักลงทุนต่างชาติในบางจังหวะ

“หนึ่งในปัจจัยที่เราเห็นว่าเข้ามากระทบต่อค่าเงินบาทในวันนี้คือธุรกรรมทองคำ โดยผู้ค้าทองรายใหญ่ที่มีแพลตฟอร์ม 15 รายในไทยมีการซื้อขายทองรวมกันมีขนาดธุรกรรมมากว่า 50% ของ GDP นอกจากนี้ปริมาณการซื้อขายทองเฉลี่ยรายวันเมื่อเทียบกับหุ้นยังสูงกว่าอย่างเห็นได้ชัด”

“โดยในปี 2568 พบว่ามูลค่าซื้อขายทองเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 65,937 ล้านบาท และสูงสุดถึง 255,566 ล้านบาท ขณะที่หุ้นมีมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันสูงสุดอยู่ที่ 42,417 ล้านบาท และสูงสุดที่ 74,437 ล้านบาท”

โดยปัจจุบัน ปริมาณการซื้อขายทองคำในแต่ละวันมีมูลค่ารวมสูงเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จนในบางช่วงเวลามีปริมาณการซื้อขายสูงในระดับที่ใกล้เคียงกับปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และส่งผลให้กลุ่มบริษัททองคำเข้าซื้อขายเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ในสัดส่วนที่สูงขึ้นมาก จนบางครั้งเกิดการขายเงินดอลลาร์สหรัฐฯ สุทธิมากถึง 40-50 % ของปริมาณการขายเงินดอลลาร์สหรัฐฯ สุทธิของทั้งประเทศในช่วงนั้น ๆ จึงส่งผลกดดันโดยตรงต่อค่าเงินบาทให้แข็งค่าขึ้นเร็ว ส่งผลกดดันให้เงินบาทแข็งค่าเร็วนำสกุลภูมิภาค และผันผวนไม่สอดคล้องกับปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจ

“หากพิจารณาในช่วงที่ค่าเงินบาทแข็งค่าโดยเฉพาะในช่วงวันที่ 11-15 ธ.ค. 2568 ที่เงินบาทแข็งค่าหลุด 31.8 บาทต่อดอลลาร์ฯ มาอยู่ที่ 31.4 บาทต่อดอลลาร์ พบว่า จากปริมาณการขายเงินดอลลาร์ทั้งหมดในทุกประเภท เป็นการขายเงินดอลลาร์ฯ จากธุรกรรมทองถึง 45% และ ในบางช่วง เช่น ต้นเดือน ก.ย. 2568 สัดส่วนนี้สูงขึ้นถึง 62% ดังนั้นจะเห็นได้ว่าปริมาณซื้อขายทองคำมีปริมาณเพิ่มขึ้นไม่ว่าจะเทียบกับ GDP หรือการซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งส่งผลกระทบต่อการซื้อขายดอลลาร์และมีผลมากในวันที่ทองราคาขึ้น”

นอกจากนี้เงินบาทยังเคลื่อนไหวสัมพันธ์กับราคาทองคำมากกว่าสกุลเงินในภูมิภาค โดยในปี 2568 อยู่ที่ 65% ขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านอย่างจีนอยู่ที่ 29% อินโดนีเซียอยู่ที่ 29% อินเดียอยู่ที่ 20% เป็นต้น

ทั้งนี้ที่ผ่านมาธนาคารแห่งประเทศไทยได้ผลักดันให้การซื้อขายทองคำไปอยู่ในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อลดผลกระทบต่อค่าเงินบาท รวมทั้งได้เพิ่มความเข้มงวดในการทำธุรกรรมเงินตราต่างประเทศของกลุ่มบริษัททองคำ และให้กลุ่มผู้ค้าทองคำรายใหญ่รายงานข้อมูลการทำธุรกรรมซื้อขายทองคำโดยละเอียด อย่างไรก็ดี ผลต่อค่าเงินบาทจากธุรกรรมของบริษัททองคำยังคงสูงต่อเนื่อง

3 แนวทางดูแลค่าเงินบาท

กระทรวงการคลัง ธปท. และ ก.ล.ต. ได้กำหนด 3 แนวทางเพื่อดูแลสถานการณ์ค่าเงินบาท ดังนี้

  • ให้กรมสรรพากรพิจารณาแนวทางการกำหนดให้ผู้ให้บริการซื้อขายทองคำในลักษณะการลงทุนผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์นำส่งข้อมูลธุรกรรมการซื้อขายทองคำดังกล่าวให้แก่กรมสรรพากรเช่นเดียวกับแพลตฟอร์มสินค้าหรือบริการออนไลน์ที่มีการนำส่งข้อมูลรายรับที่ได้จากผู้ประกอบการที่ขายสินค้าหรือให้บริการผ่านแพลตฟอร์มให้แก่กรมสรรพากรผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์อยู่แล้วในปัจจุบัน
  • ให้กรมสรรพากรพิจารณาความเหมาะสมในการจัดเก็บภาษีธุรกิจเฉพาะจากกิจการขายทองคำแท่งของร้านทองผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์
  • ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยพิจารณาแนวทางการกำกับปริมาณการทำธุรกรรมทองคำ เช่น การกำหนดเพดานวงเงินการซื้อขายทองคำในแพลตฟอร์มออนไลน์ เป็นต้น

ขอคลังเปิดทาง ธปท. คุมแพลตฟอร์ม

นายวิทัย กล่าวว่า สิ่งที่ดีที่สุดคือต้องมีผู้กำกับธุรกิจทองคำซึ่งตอนนี้ยังไม่มี สิ่งที่เราทำคือการแก้ประกาศของ พ.ร.บ. ซื้อขายแลกเปลี่ยนเงินตราเพื่อให้ธปท. เข้าไปกำกับธุรกรรมซื้อขายทองคำบนแพลตฟอร์มออนไลน์บางธุรกรรมที่มีผลต่อค่าเงิน ไม่เกี่ยวกับการซื้อขายปกติในปริมาณน้อยๆ แต่จะดูในปริมาณที่สูงผิดปกติ ซึ่งตรงนี้ต้องขอเข้าไปดูข้อมูลก่อนแล้วตามไปกำกับ

“ ยืนยันว่าไม่ใช่การเข้าไปกำกับธุรกิจทองคำ แต่เฉพาะธุรกรรมบนแพลตฟอร์มออนไลน์ที่มีอยู่ 15 รายเท่านั้น โดยมีรายใหญ่ 3-4 ราย ไม่เกี่ยวกับร้านค้าทองปกติ เราจะทำด้วยความระมัดระวังไม่ให้กระทบผู้ค้าทองคำ ส่งออกนำเข้า และรายย่อยที่ซื้อตามร้านปกติ ”

ทั้งนี้ประกาศดังกล่าวอยู่ระหว่างการรับฟังความเห็นโดยคาดว่าจะออกประกาศได้ในช่วงต้นเดือน ม.ค.2569 และจะเสร็จเรียบร้อยในสัปดาห์ที่ 2-3 ของเดือน ม.ค. 2569 ขณะที่คาดว่ามาตรการทั้งหมดนี้จะทำให้แรงขายจากธุรกิจทองคำลดลง

นอกเหนือจากเรื่องทองคำ ธปท. จะเพิ่มความเข้มงวดในการนำเงินเข้าประเทศ โดยจะมีการตรวจเอกสารการนำเงินเข้าประเทศสำหรับกรณีที่มีการโอนเงินจำนวนมากแต่ไม่สามารถระบุที่มาหรือวัตถุประสงค์ที่ชัดเจนได้ เพื่อป้องกันการเก็งกำไรค่าเงินบาท อย่างไรก็ตาม มาตรการนี้จะไม่กระทบต่อการลงทุนโดยตรง (FDI) การซื้อขายหุ้น หรือการลงทุนในตราสารหนี้หรือการค้าขายที่เป็นธุรกรรมปกติ

“เรื่องนี้เราให้เสรีมาตลอดหลาย 10 ปี เราจึงจะมีการตรวจสอบเอกสารที่เข้มงวดขึ้นสำหรับการนำเงินเข้ามาที่ผิดปกติ เช่น นำเข้ามาแล้วบอกไม่ได้ว่าเอาเงินไปทำอะไร หรือบอกไม่ได้ว่าเงินมาจากไหน ซึ่งเราก็จะกำหนดเพดานว่าหากมีการนำเงินเข้าประเทศมากเท่าไรจึงจะมีการตรวจเอกสาร”

USDT ไม่กระทบค่าเงิน

ส่วน ประเด็นที่มีข้อสังเกตว่า การซื้อขาย USDT ผ่านผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลส่งผลกระทบต่อค่าเงินบาทแข็งค่า ศาสตราจารย์ ดร.พรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ชี้แจงว่า เป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน เนื่องจากปริมาณธุรกรรมซื้อขาย USDT รวมถึงยอดการแลก USD เป็น THB ของผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล คิดเป็นเพียงร้อยละ 1.22 และร้อยละ 0.17 ของยอด FX inflow ซึ่งมีจำนวน 29.1 ล้านล้านบาท ตามลำดับ จึงไม่มีนัยยะต่อค่าเงิน

พิจารณาภาษี

นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า การพิจารณาอัตราภาษีธุรกิจเฉพาะจะต้องรอพิจารณาถึงข้อมูลและความเหมาะสม ขณะที่คาดว่าการรายงานหรือนำส่งข้อมูลจะสามารถดำเนินการได้เลยผ่านการออกประกาศของกรมสรรพากร ในระยะต่อไป ทั้ง 3 หน่วยงานจะได้มีการติดตามสถานการณ์ค่าเงินบาทอย่างใกล้ชิดเพื่อกำหนดแนวทางการบริหารจัดการค่าเงินบาทที่เหมาะสมต่อไป

เปรียบเทียบค่าเงินดอลลาร์ / ไทยบาท

[caption id="attachment_216185" align="aligncenter" width="750"]

ภาพจาก investing.com[/caption]

ราคาทองคำ Spot

[caption id="attachment_216184" align="aligncenter" width="750"]

ภาพจาก investing.com[/caption]

ราคาทองคำ Spot ย้อนหลังวันที่ 1- 23 ธันวาคม 2568 จากเว็บไซต์ สมาคมค้าทองคำ

อ่านข่าว การเงิน-อัตราแลกเปลี่ยน-ราคาทอง ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...