การเล่นบำบัด (Play Therapy) : Lego MRI Scanner ที่ช่วยลดความกลัวของเด็กในโรงพยาบาล
Mood of the Motherhood
อัพเดต 03 พ.ย. 2568 เวลา 03.41 น. • เผยแพร่ 03 พ.ย. 2568 เวลา 03.29 น. • Featuresในโลกของเด็ก การเล่นไม่ใช่แค่เรื่องของความสนุก แต่เด็กๆ ยังใช้การเล่นเป็นเหมือนภาษาที่ใช้ในการสื่อสารเพื่อสร้างความเข้าใจ และจัดการกับอารมณ์ของตัวเองการเล่นบำบัด (Play Therapy) จึงถูกใช้เป็นเครื่องมือสำคัญในการดูแลและปลอบโยนจิตใจเด็กๆ โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ต้องเผชิญกับความเศร้า ความเครียด ความกลัว หรือเหตุการณ์ที่ยากเกินจะอธิบายด้วยคำพูด การเล่นทำให้เด็กๆ ได้เรียนรู้ที่จะควบคุมสถานการณ์ เข้าใจตัวเอง และค่อยๆ ฟื้นฟูหัวใจให้กลับมาแข็งแรงอีกครั้งแนวคิดเกี่ยวกับ การเล่นบำบัด กลายเป็นแรงบันดาลใจให้หลายโรงพยาบาลทั่วโลกนำการเล่นมาใช้เป็นส่วนหนึ่งของการดูแลผู้ป่วยเด็ก หนึ่งในตัวอย่างที่น่าสนใจคือโครงการของ บริษัทเลโก้ (LEGO) ที่ออกแบบชุดของเล่นจำลองเป็นเครื่องสแกน MRI (Magnetic Resonance Imaging) หรือการตรวจวินิจฉัยภายในร่างกายโดยใช้คลื่นสนามแม่เหล็กความเข้มสูงและคลื่นวิทยุเพื่อให้เด็กๆ ที่จำเป็นต้องเข้ารับการตรวจด้วยวิธี MRI ได้ทำความคุ้นเคยกับเครื่องมือแพทย์ผ่านการเล่น โดยเลโก้ชุดนี้ไม่ได้วางจำหน่ายทั่วไป แต่บริษัทเลโก้ได้มอบให้โรงพยาบาลกว่า 10,000 แห่งทั่วโลก เพื่อใช้เป็นเครื่องมือช่วยลดความวิตกกังวลและความกลัวของเด็กๆ ก่อนเข้ารับการตรวจที่โรงพยาบาลเด็กบอสตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา มีเรื่องราวเล็กๆ แต่ทรงพลังเกิดขึ้น เมื่อ Sam Lane เด็กชายวัย 14 ปีที่กำลังรักษาตัวจากโรคมะเร็งสมองและไขสันหลัง ได้ช่วยพยาบาลประกอบชุดเลโก้เครื่องสแกน MRI เพื่อให้เด็กคนอื่นๆ ที่ต้องตรวจเหมือนเขาได้ใช้เล่นและเรียนรู้ก่อนเข้ารับการตรวจจริง สิ่งที่ดูเหมือนเป็นแค่ของเล่นเล็กๆ ชิ้นนี้ ได้ทำหน้าที่เป็นเครื่องมือบำบัดใจที่มีพลังมหาศาลการเล่นกลายเป็นสะพานเชื่อมระหว่าง ‘ความกลัว’ และ ‘ความเข้าใจ’
ข้อมูลจากเลโก้ระบุว่า เด็กกว่า 1 ล้านคนทั่วโลก เคยใช้ชุดเลโก้ MRI เพื่อเตรียมตัวก่อนตรวจจริง และกว่า 96 เปอร์เซ็นต์ ของบุคลากรทางการแพทย์ ยืนยันว่าของเล่นชุดนี้ช่วยลดความวิตกกังวลได้อย่างเห็นผลบางโรงพยาบาลพบว่า หลังจากเด็กได้เล่นเลโก้ชุดนี้ ความจำเป็นในการใช้ยากล่อมประสาทลดลงเกือบครึ่งหนึ่ง สิ่งที่น่าสนใจคือ การเล่นเลโก้นี้ไม่ได้เพียงช่วยให้เด็กเข้าใจเข้าใจขั้นตอน แต่ยังช่วยให้รู้สึกว่าตัวเองมีอำนาจในการควบคุมสถานการณ์ได้ ได้จับ ได้ขยับโต๊ะ MRI เล็กๆ ด้วยมือของตัวเอง เห็นเจ้าหน้าที่จำลองในชุดเลโก้ ดูคนไข้จำลอง ทำให้โลกทางการแพทย์ที่ดูน่ากลัว กลายเป็นสิ่งที่จับต้องได้และเป็นมิตรการเล่นช่วยเยียวยาใจตัวเองได้
อยากให้คุณพ่อคุณแม่ลองจินตนาการดูว่าถ้าพาลูกเข้าห้องตรวจ MRI ที่เต็มไปด้วยแสงไฟจ้า เสียงเครื่องดังครืนๆ และคำสั่งให้นอนนิ่งๆ โดยห้ามขยับเลยแม้แต่นิดเดียว ลูกจะรู้สึกกลัวและประหม่ามากแค่ไหนยกตัวอย่างกรณีของแซม เด็กชายที่ต้องต่อสู้กับมะเร็ง ชุดเลโก้ MRI ไม่ได้ช่วยแค่คนอื่น แต่ยังช่วยตัวเขาเองด้วย เขาเคยกลัวเครื่อง MRI มากจนรู้สึกอึดอัดและเกร็งไปหมด แต่เมื่อได้ใช้เวลาเล่นกับชุดนี้ สร้าง และมอบให้เด็กคนอื่น ความกลัวของเขาก็ค่อยๆ ลดลงเพราะสำหรับเด็กๆ แล้วการเล่นไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมเพื่อความสนุก แต่คือพื้นที่ปลอดภัยที่ช่วยให้พวกเขาได้เรียนรู้ ทำความเข้าใจโลก และเยียวยาใจของตัวเองไปพร้อมๆ กันอีกด้วยสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่สามารถทำได้
สุดท้าย คุณพ่อคุณแม่อาจไม่จำเป็นต้องมีเลโก้ MRI เพื่อช่วยลูกผ่านช่วงเวลายากๆ แต่สามารถใช้แนวคิดเดียวกันนี้ได้ในชีวิตประจำวัน เช่น ให้ลูกได้เล่นจำลองสถานการณ์ก่อนต้องเจอสิ่งใหม่ เช่น เล่นเป็นหมอกับคนไข้ก่อนพาไปฉีดวัคซีน หรือเปิดโอกาสให้ลูกได้ตั้งคำถาม พูดถึงสิ่งที่รู้สึกในแบบของเขา โดยที่เราเพียงรับฟังอย่างเข้าใจโดยไม่รีบแก้หรือขัดนอกจากนี้ ของเล่นยังสามารถกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการพูดคุยกับลูกได้อย่างอ่อนโยน เช่น ใช้ตุ๊กตาเป็นตัวแทนของความกลัว แล้วค่อยๆ ชวนลูกคุยถึงสิ่งที่ลูกกลัวอย่างไม่เร่งรัด เพื่อให้ลูกได้เรียนรู้ที่จะเผชิญและเข้าใจอารมณ์ของตัวเองมากขึ้นอ่านบทความ: INTERVIEW: นักเล่นบำบัดที่บอกเราว่า ‘การเล่นเป็นภาษาของเด็ก’อ้างอิงcnbcgoodnewsnetworkmanarom