หุ้นการบินไทย ครบไซเรนต์ พีเรียต วันที่ 3 ก.พ. 69 จำนวน 6,600.86 ล้านหุ้น สัดส่วน 23 %
การบินไทย เผยจะมีหุ้นครบกำหนดไซเรนต์ พีเรียต 6 เดือนจำนวน 6,600.86 ล้านหุ้น สัดส่วน 23 % ในวันที่ 3 ก.พ. 2569
บมจ. การบินไทย จำกัด (มหาชน) (THAI) แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า ตามที่บริษัทฯได้ดำเนินการแปลงหนี้เป็นทุนและเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนตามแผนฟื้นฟูกิจการจนเสร็จสมบูรณ์ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยศาลล้มละลายกลางได้มีคำสั่งยกเลิกการฟื้นฟูกิจการเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2568 และตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้อนุมัติให้หลักทรัพย์ของบริษัทฯ พ้นเหตุอาจถูกเพิกถอน และให้หลักทรัพย์ของบริษัทฯ กลับเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ได้ตั้งแต่วันที่ 4 สิงหาคม 2568 นั้น
เพื่อความสำเร็จของการปรับโครงสร้างทุนภายใต้แผนฟื้นฟูกิจการ รวมถึงการรักษาเสถียรภาพด้านราคาหุ้นของบริษัทฯ ภายหลังที่หุ้นของบริษัทฯ กลับมาซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์
ผู้บริหารแผนได้กำหนดห้ามเจ้าหนี้ที่ได้รับการจัดสรรหุ้นจากการแปลงหนี้เป็นทุน (รวมถึงผู้รับโอนหุ้นดังกล่าวในทุกทอดในช่วงระยะเวลาที่ผู้บริหารแผนกำหนดไว้ก่อนที่หุ้นของบริษัทฯ จะกลับเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์) ขายหุ้นที่ได้รับจัดสรรจากการแปลงหนี้เป็นทุนภายใต้แผนฟื้นฟูกิจการ ซึ่งหุ้นดังกล่าวอยู่ในรูปแบบใบหุ้น (Scrip)โดยแบ่งออกเป็น
- ใบหุ้นฉบับที่ 1 สำหรับหุ้นจำนวนร้อยละ 25 ของจำนวนหุ้นทั้งหมดที่ได้รับการจัดสรรจากแปลงหนี้เป็นทุน
- ใบหุ้นฉบับที่ 2 สำหรับหุ้นจำนวนร้อยละ 75 ของจำนวนหุ้นทั้งหมดที่ได้รับการจัดสรรจากแปลงหนี้เป็นทุน จนกว่าจะครบระยะเวลา 1 ปีนับจากวันที่หุ้นของบริษัทฯ กลับเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์
โดยหลังจากวันที่ครบกำหนดระยะเวลา 6 เดือนนับแต่วันที่หุ้นของบริษัทฯ กลับเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ ให้บุคคลดังกล่าวแต่ละรายสามารถขายหุ้นในส่วนดังกล่าวของตนได้จำนวนไม่เกินร้อยละ 25 ของจำนวนหุ้นที่ตนถูกห้ามขายทั้งหมด โดยในระหว่างระยะเวลาห้ามขายหุ้นนั้น ใบหุ้นดังกล่าวทั้งหมดจะถูกเก็บรักษาไว้ที่ผู้ดูแลรับฝากทรัพย์สิน(Custodian) ที่บริษัทฯ กำหนด (ข้อกำหนด Creditors' Lock-up)
นอกจากนี้ เพื่อปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์ฯ ในการนำหุ้นของการบินไทย กลับเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ การบินไทยได้ดำเนินการห้ามผู้มีส่วนร่วมในการบริหาร (Strategic Shareholders) ขายหุ้นคิดเป็นจำนวนหุ้นที่อยู่ภายใต้ข้อกำหนดห้ามขายทั้งหมด 15,566,810,362 หุ้น หรือคิดเป็นร้อยละ 55 ของทุนชำระแล้วของบริษัทฯ จนกว่าจะครบระยะเวลา 1 ปีนับจากวันที่หุ้นของบริษัทฯ กลับเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์โดยหลังจากวันที่ครบกำหนดระยะเวลา 6 เดือนนับแต่วันที่หุ้นของบริษัทฯ กลับเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ให้บุคคลดังกล่าวแต่ละรายสามารถขายหุ้นในส่วนดังกล่าวของตนได้ไม่เกินร้อยละ 25 ของจำนวนหุ้นที่ตนถูกห้ามขายทั้งหมด
โดยในระหว่างระยะเวลาห้ามขายหุ้นนั้น หุ้นของผู้มีส่วนร่วมในการบริหาร (Strategic Shareholders)ทั้งหมดที่อยู่ภายใต้ข้อกำหนดห้ามขายภายในระยะเวลาที่กำหนด (Silent Period) หรือไซเรนต์ พีเรียต ดังกล่าวซึ่งอยู่ในรูปแบบไร้ใบหุ้น (Scripless) ได้ถูกฝากไว้ในบัญชีบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ (Issuer Account) หรือบัญชี 600 กับบริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด (TSD) โดยเมื่อรวมจำนวนหุ้นที่ถูกห้ามขายภายใต้ข้อกำหนด Creditors’ Lock-up และตามหลักเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์แล้ว จำนวนหุ้นที่อยู่ภายใต้ข้อกำหนดห้ามขายทั้งหมด 26,403,433,451 หุ้น หรือคิดเป็นร้อยละ 93 ของทุนชำระแล้วของบริษัทฯ
การบินไทยแจ้งว่า เนื่องจากหุ้นของบริษัทฯ กลับเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ตั้งแต่วันที่ 4 สิงหาคม 2568 ระยะเวลาห้ามขายหุ้นที่ได้รับจัดสรรจากการแปลงหนี้เป็นทุนภายใต้แผนฟื้นฟูกิจการ และระยะเวลาห้ามผู้มีส่วนร่วมในการบริหารขายหุ้นภายในระยะเวลาที่กำหนด สำหรับระยะเวลา 6 เดือนนับแต่วันที่หุ้นกลับเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ จะครบกำหนดในวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 (วันที่ครบกำหนดระยะเวลาห้ามขายหุ้นในคราวแรก) และสำหรับระยะเวลา 1 ปีนับแต่วันที่หุ้นของบริษัทฯ กลับเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ จะครบกำหนดในวันที่ 3 สิงหาคม 2569 ตามลำดับ
"โดยเมื่อครบระยะเวลา 6 เดือนดังกล่าว จะมีหุ้นรวมทั้งสิ้น 6,600,859,237 หุ้น หรือคิดเป็นร้อยละ 23 ของหุ้นที่ออกจำหน่ายแล้วทั้งหมดของบริษัทฯ ซึ่งหลุดพ้นจากข้อกำหนดห้ามขายหุ้นข้างต้น และเมื่อครบระยะเวลา 1 ปีดังกล่าว จะมีหุ้นรวมทั้งสิ้นอีก 19,802,574,214 หุ้น หรือคิดเป็นร้อยละ 70 ของหุ้นที่ออกจำหน่ายแล้วทั้งหมดของบริษัทฯ ซึ่งหลุดพ้นจากข้อกำหนดห้ามขายหุ้นข้างต้น"
อนึ่งสำหรับหุ้นสามัญจำนวนร้อยละ 25 ของจำนวนหุ้นสามัญที่ได้รับจัดสรรจากการแปลงหนี้เป็นทุนตามแผนฟื้นฟูกิจการซึ่งอยู่ภายใต้ข้อกำหนด Creditors’ Lock-up ซึ่งจะครบกำหนดระยะเวลาห้ามขายหุ้นสำหรับช่วงเวลา 6 เดือนนับแต่วันที่หุ้นของบริษัทฯ กลับเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์เมื่อพ้นวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 นั้น คณะกรรมการบริษัทฯ ในการประชุม ครั้งที่ 7/2568 เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2568 ได้มีมติกำหนดทางเลือกวิธีการรับคืนใบหุ้นสำหรับหุ้นในส่วนดังกล่าว รวมถึงรายละเอียดและเงื่อนไขต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง
โดยมีวิธีการรับคืนใบหุ้น 2 วิธีการ กล่าวคือ วิธีที่ 1 รับใบหุ้นผ่านทางไปรษณีย์แบบด่วนพิเศษ (EMS) ของบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด หรือวิธีที่ 2 รับหุ้นในรูปแบบ Scripless ผ่านการฝากหุ้นเข้าไว้ในบัญชีบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ (Issuer Account หรือ บัญชี 600 ที่บริษัทฯ เปิดไว้กับ TSD)