โกลเบล็ก ให้เป้าหุ้นไทย ส่งท้ายปีกรอบ 1,250-1,280 จุด
บล. โกลเบล็ก ประเมินหุ้นไทยโค้งสุดท้ายปี 2568 เคลื่อนไหวในกรอบ 1,250-1,280 จุด เคาะหุ้นเด่น ADVICE, COM7, SYNEX, SIS, GULF, BGRIM และ GPSC
29 ธ.ค. 2568 - นางสาววิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด หรือ GBS ประเมินทิศทางตลาดหุ้นไทยในช่วงโค้งสุดท้ายของปี 2568 ยังคงเคลื่อนไหวจำกัด โดยคาดว่า ดัชนี SET แกว่งตัวผันผวนในลักษณะ Sideway ออกข้างในกรอบ 1,250–1,280 จุด ท่ามกลางบรรยากาศการซื้อขายที่เบาบาง เนื่องจากตลาดยังขาดปัจจัยใหม่หนุน ประกอบกับนักลงทุนจำนวนมากเข้าสู่ช่วงหยุดยาวเทศกาลปีใหม่
ขณะที่มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยได้รายงานผลสำรวจพฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภคในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 ว่า จะมีเงินสะพัด 111,609.37 ล้านบาท ขยายตัว 2.1% นับเป็นมูลค่าการใช้จ่ายในช่วงเทศกาลสูงสุดในรอบ 6 ปีนับตั้งแต่ปี 2564 ด้านกระทรวงการคลังเปิดตัวเลขการจัดเก็บรายได้รัฐบาลสุทธิในช่วง 2 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2569 ตั้งแต่เดือน ต.ค.-พ.ย.2568 มีรายได้รวม 492,177 ล้านบาท สูงกว่าประมาณการ 12,288 ล้านบาท หรือ 2.6% และสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน 5.4%
ด้านเศรษฐกิจสหรัฐฯ โตเหนือความคาดหมายสะท้อนความแข็งแกร่งของการบริโภคและการลงทุนภายในประเทศ โดยตัวเลข GDP ในไตรมาส 3/2568 มีการขยายตัวถึง 4.3% ซึ่งถือเป็นอัตราการเติบโตที่โดดเด่นและสูงกว่าการขยายตัวของเศรษฐกิจ สหราชอาณาจักร สหภาพยุโรป และญี่ปุ่น ในช่วงเวลาเดียวกัน
ส่วนปัจจัยลบที่อาจส่งผลกระทบต่อบรรยากาศการลงทุนและเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะปัญหาทางการเมืองในประเทศของสหรัฐฯ ล่าสุด ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยืนยันว่า สหรัฐฯ เตรียมเปิดฉากโจมตีภาคพื้นดินเพื่อถล่มเป้าหมายขบวนการค้ายาเสพติดในลาตินอเมริกา โดยกล่าวระหว่างส่งคำอวยพรคริสต์มาสแก่เหล่าทัพ ประกอบกับตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรก ลดลง 10,000 ราย สู่ระดับ 214,000 ราย ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 232,000 ราย สะท้อนตลาดแรงงานยังคงแข็งแกร่ง
ขณะเดียวกันทางคิม จองอึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ เข้าควบคุมการทดสอบยิงขีปนาวุธพิสัยไกลพื้นสู่อากาศ ณ ฐานยิงชายฝั่งตะวันออก พร้อมตรวจงานก่อสร้างเรือดำน้ำนิวเคลียร์ขนาด 8,700 ตัน ที่สามารถติดตั้งขีปนาวุธได้
นอกจากนี้เศรษฐกิจไทยยังประสบปัญหา NPL ที่อยู่ในระดับสูงมานานต่อเนื่อง โดยทางศูนย์วิจัยกสิกรไทยระบุว่าจากข้อมูลเครดิตบูโรมีหนี้ค้างชำระเกินกว่า 90 วันของบัญชีสินเชื่อธุรกิจ (NPL) ขยับขึ้นจาก 3.72% ในไตรมาส 1 ปี 2568 เป็น 3.94% ในไตรมาส 2 ปี 2568 ซึ่งยังถือว่าเป็นระดับที่แย่กว่าจุดที่ดีที่สุดในรอบ 1 ปีหลังโควิด-19
อีกทั้งยังคงต้องเฝ้าระวังปัจจัยในประเทศที่อาจจะส่งผลต่อการลงทุนได้เช่นกัน อาทิ
- สัปดาห์ที่ 4 สศค. รายงานภาวะเศรษฐกิจการคลัง ภาวะเศรษฐกิจภูมิภาค ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาค สศอ. แถลงดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรม
- วันที่ 29 ธ.ค. กระทรวงการคลัง รายงานภาวะเศรษฐกิจการคลัง
- วันที่ 30 ธ.ค. ธปท. รายงานภาวะเศรษฐกิจและการเงินไทย
ส่วนปัจจัยต่างประเทศ
- วันที่ 29 ธ.ค. ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) เปิดเผยรายงาน Summary of Opinions สหรัฐ รายงานยอดทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขาย (Pending Home Sales) เดือนพ.ย. และสต็อกน้ำมันรายสัปดาห์
- วันที่ 30 ธ.ค. สหรัฐ รายงานราคาบ้านเดือนต.ค.
- เช้าวันที่ 31 ธ.ค. คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FOMC) เปิดเผยรายงานการประชุม วันที่ 9-10 ธ.ค.
- วันที่ 31 ธ.ค. จีน รายงานดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตและบริการเดือนธ.ค. สหรัฐ รายงานจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ และสต็อกน้ำมันรายสัปดาห์
นายวัชเรนทร์ จงยรรยง ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.โกลเบล็ก แนะนำกลยุทธ์การลงทุนในหุ้นที่ได้ประโยชน์จากเงินบาทแข็งค่าส่งท้ายปี 2568 โดยหุ้นที่ถูกจับตามอง ได้แก่ ADVICE, COM7, SYNEX, SIS, GULF, BGRIM และ GPSC