โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ธปท. ชู AMC เป็นกลไกหลัก แก้หนี้ 8 แสนราย ไฟเขียว ‘JV AMC’ ช่วยจัดการหนี้ส่วนที่เหลือ

การเงินธนาคาร

อัพเดต 11 พ.ย. 2568 เวลา 20.47 น. • เผยแพร่ 11 พ.ย. 2568 เวลา 13.47 น.

ธปท. เดินหน้า แก้หนี้ ครัวเรือนเชิงโครงสร้าง ชู AMC เป็นกลไกหลัก ผ่านโครงการปิดหนี้ไวไปต่อได้ ตั้งเป้าช่วยลูกหนี้หลุดพ้นหนี้เสีย 8 แสนราย พร้อม ไฟเขียวตั้ง JV AMC ให้สถาบันการเงินร่วมจัดการหนี้ที่เหลือต่อยอด

11 พ.ย. 2568 นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยภายหลังการแถลงข่าว โครงการปิดหนี้ไว ไปต่อได้ หรือ โครงการแก้ปัญหาหนี้เสียผ่านกลไกการซื้อหนี้รายย่อยของบริษัทบริหารสินทรัพย์ หรือ AMC) ว่า โครงการดังกล่าวเป็นความพยายามร่วมกันในการแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือนซึ่งเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่สำคัญของประเทศ ซึ่งหากไม่ได้รับการแก้ไขจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและทำให้คุณภาพชีวิตของผู้ที่มีหนี้เสีย (NPLs) แย่ลง

ทั้งนี้โครงการนี้มุ่งเน้นไปที่หนี้เสีย (NPLs) ที่มีมูลค่า ต่ำกว่า 100,000 บาท โดยแม้ว่ามูลค่าหนี้โดยรวมจะไม่มาก แต่มีจำนวนบัญชีรวมกันถึง 4.7 ล้านบัญชี หรือ 3.5 ล้านราย คิดเป็นประมาณ 64% ของจำนวนรายลูกหนี้ NPL ทั้งหมด

“ลูกหนี้ที่เป็นหนี้เสียเหล่าหนี้มีมูลหนี้ไม่มากแต่มีจำนวนมาก ดังนั้นการช่วยให้ลูกหนี้จำนวนมากเหล่านี้หลุดพ้นจากสถานะหนี้เสียและกลับเข้าสู่ระบบปกติจะทำให้เขามีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นและส่งผลดีต่อเศรษฐกิจ”

สำหรับการดำเนินงานในระยะแรก จะมีการโอนหนี้รวมประมาณ 1.6 ล้านบัญชี ที่เป็นหนี้ของธนาคารพาณิชย์ และหนี้ของบริษัท Non-bank ที่เป็นบริษัทลูกของธนาคารพาณิชย์ ให้บริษัทบริหารสินทรัพย์สุขวิทย์ (SAM) โดยเมื่อหนี้ถูกโอนไปยัง SAM แล้ว ลูกหนี้จะได้รับการปรับโครงสร้างหนี้ในลักษณะที่ผ่อนปรนมากเป็นพิเศษ ค่าธรรมเนียมที่ค้างทั้งหมดและดอกเบี้ยค้างทั้งหมดจะถูกยกเว้น เงินต้นจะถูกลดลงในสัดส่วนที่สูงเพื่อให้ลูกหนี้สามารถแก้ไขสถานะ NPL ได้เร็วที่สุด อย่างไรก็ตาม รายละเอียดของสัดส่วนการลดเงินต้นจะไม่สามารถเปิดเผยเป็นตัวเลขที่ชัดเจนได้

นายวิทัย เปิดเผยว่า ลูกหนี้ในกลุ่มนี้โดยเฉลี่ยมีหนี้ ต่ำกว่า 30,000 บาท โดยหากลูกหนี้สามารถชำระหนี้ทั้งหมดในครั้งเดียวด้วยจำนวนที่ไม่มาก และหลุดจากหนี้ได้ทันที จะได้รับรหัสเครดิตบูโรเป็น รหัส 11 ทันที หรือสถานะการปิดหนี้บัญชีเป็นปกติ ซึ่งแตกต่างจากระบบเดิมที่ต้องใช้เวลาถึง 3 ปี จึงจะกลับมามีรหัสปกติได้

ขณะที่ลูกหนี้สามารถเลือกผ่อนชำระได้นานสูงสุด 3 ปี ในระหว่างการผ่อนชำระจะ ไม่มีดอกเบี้ย สถานะรหัสหนี้จะดีขึ้นกว่าการเป็นหนี้เสีย หรือได้รับรหัส 16 และเมื่อผ่อนหมด สถานะก็จะเปลี่ยนเป็นรหัส 11 หรือ ลูกหนี้ปกติ ทันที

ทั้งนี้ลูกหนี้ที่อยู่ในกลุ่มเป้าหมาย ไม่จำเป็นต้องดำเนินการใดๆ โดยการโอนหนี้จะดำเนินการระหว่างสถาบันการเงินกับ SAM ทั้งหมด ซึ่งลูกหนี้จะได้รับแจ้งจากสถาบันการเงินเดิมหรือจาก SAM ว่าหนี้ของตนถูกโอนมาที่ SAM แล้ว

โดยลูกหนี้สามารถติดต่อเพื่อเริ่มชำระหนี้ได้ตั้งแต่ ต้นปี 2569 เป็นต้นไป ซึ่งในช่วงแรกอาจยังต้องชำระหนี้ที่สถาบันการเงินเดิมก่อน และตั้งแต่ประมาณ เดือนกุมภาพันธ์ 2569 เป็นต้นไป เมื่อ SAM เตรียมระบบพร้อม ลูกหนี้สามารถเลือกชำระได้ที่สถาบันการเงินเดิม หรือที่ SAM ได้

ทั้งนี้คาดว่าหากมีการประชาสัมพันธ์ที่ดีและช่วยให้ลูกหนี้เข้าถึงโครงการได้ง่าย คาดหวังว่าจะมีเปอร์เซ็นต์การแก้ไขหนี้สำเร็จ (หายจากการเป็น NPL) ประมาณ 30 - 50% ของ 1.6 ล้านบัญชี หรือการช่วยคนได้ประมาณ 500,000 -800,000 คน

อย่างไรก็ตามหากลูกหนี้ที่เข้าร่วมโครงการแล้วกลับมาติดนัดชำระหนี้อีกครั้ง สถานะก็จะกลับเป็นหนี้เสียปกติเหมือนเดิม และสถานะไม่ได้แย่ไปกว่าเดิม

“กลไกการชำระเงินว่า ราคาที่ SAM ซื้อหนี้จากธนาคารพาณิชย์นั้นเป็น ราคาตลาด แต่กลไกการชำระเงินค่อนข้างซับซ้อน โดยราคาจะขึ้นอยู่กับประเภทของหนี้ จำนวนวันที่ค้างชำระ และมีส่วนหนึ่งที่จ่ายชำระทันที (day one) และอีกส่วนหนึ่งเป็นการแบ่งปันรายได้ (sharing) จากการเรียกเก็บหนี้ (collection) ที่ทำได้ในอนาคต

ทั้งนี้ในระยะต่อไป กระทรวงการคลังจะมีการหารือเพื่อโอนหนี้อีกส่วนหนึ่งประมาณ 300,000 บัญชี จากธนาคารของรัฐ และจะมีการพิจารณาหาจุดที่จะดำเนินการต่อไปในส่วนของหนี้ที่เหลือ”

นายวิทัย เปิดเผยว่า ธปท. ประกาศอนุญาตให้มีการตั้ง JV AMC ขึ้นมาอีกครั้งหลังการอนุญาตเดิมจะหมดอายุไปตั้งแต่วันที่ 31 ธันวาคม 2567 โดยมีธนาคารอย่างน้อย 2-3 แห่งให้ความสนใจที่จะตั้ง JV AMC เพื่อโอนหนี้ส่วนที่เหลือเข้าไป อย่างไรก็ตาม โครงการแก้หนี้ผ่าน JV AMC อาจจะไม่ได้มีการผ่อนปรนในเชิงลึกเท่ากับโครงการที่ SAM ดำเนินการ (เพิ่มเติม…)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...