ธปท. ชู AMC เป็นกลไกหลัก แก้หนี้ 8 แสนราย ไฟเขียว ‘JV AMC’ ช่วยจัดการหนี้ส่วนที่เหลือ
ธปท. เดินหน้า แก้หนี้ ครัวเรือนเชิงโครงสร้าง ชู AMC เป็นกลไกหลัก ผ่านโครงการปิดหนี้ไวไปต่อได้ ตั้งเป้าช่วยลูกหนี้หลุดพ้นหนี้เสีย 8 แสนราย พร้อม ไฟเขียวตั้ง JV AMC ให้สถาบันการเงินร่วมจัดการหนี้ที่เหลือต่อยอด
11 พ.ย. 2568 นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยภายหลังการแถลงข่าว โครงการปิดหนี้ไว ไปต่อได้ หรือ โครงการแก้ปัญหาหนี้เสียผ่านกลไกการซื้อหนี้รายย่อยของบริษัทบริหารสินทรัพย์ หรือ AMC) ว่า โครงการดังกล่าวเป็นความพยายามร่วมกันในการแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือนซึ่งเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่สำคัญของประเทศ ซึ่งหากไม่ได้รับการแก้ไขจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและทำให้คุณภาพชีวิตของผู้ที่มีหนี้เสีย (NPLs) แย่ลง
ทั้งนี้โครงการนี้มุ่งเน้นไปที่หนี้เสีย (NPLs) ที่มีมูลค่า ต่ำกว่า 100,000 บาท โดยแม้ว่ามูลค่าหนี้โดยรวมจะไม่มาก แต่มีจำนวนบัญชีรวมกันถึง 4.7 ล้านบัญชี หรือ 3.5 ล้านราย คิดเป็นประมาณ 64% ของจำนวนรายลูกหนี้ NPL ทั้งหมด
“ลูกหนี้ที่เป็นหนี้เสียเหล่าหนี้มีมูลหนี้ไม่มากแต่มีจำนวนมาก ดังนั้นการช่วยให้ลูกหนี้จำนวนมากเหล่านี้หลุดพ้นจากสถานะหนี้เสียและกลับเข้าสู่ระบบปกติจะทำให้เขามีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นและส่งผลดีต่อเศรษฐกิจ”
สำหรับการดำเนินงานในระยะแรก จะมีการโอนหนี้รวมประมาณ 1.6 ล้านบัญชี ที่เป็นหนี้ของธนาคารพาณิชย์ และหนี้ของบริษัท Non-bank ที่เป็นบริษัทลูกของธนาคารพาณิชย์ ให้บริษัทบริหารสินทรัพย์สุขวิทย์ (SAM) โดยเมื่อหนี้ถูกโอนไปยัง SAM แล้ว ลูกหนี้จะได้รับการปรับโครงสร้างหนี้ในลักษณะที่ผ่อนปรนมากเป็นพิเศษ ค่าธรรมเนียมที่ค้างทั้งหมดและดอกเบี้ยค้างทั้งหมดจะถูกยกเว้น เงินต้นจะถูกลดลงในสัดส่วนที่สูงเพื่อให้ลูกหนี้สามารถแก้ไขสถานะ NPL ได้เร็วที่สุด อย่างไรก็ตาม รายละเอียดของสัดส่วนการลดเงินต้นจะไม่สามารถเปิดเผยเป็นตัวเลขที่ชัดเจนได้
นายวิทัย เปิดเผยว่า ลูกหนี้ในกลุ่มนี้โดยเฉลี่ยมีหนี้ ต่ำกว่า 30,000 บาท โดยหากลูกหนี้สามารถชำระหนี้ทั้งหมดในครั้งเดียวด้วยจำนวนที่ไม่มาก และหลุดจากหนี้ได้ทันที จะได้รับรหัสเครดิตบูโรเป็น รหัส 11 ทันที หรือสถานะการปิดหนี้บัญชีเป็นปกติ ซึ่งแตกต่างจากระบบเดิมที่ต้องใช้เวลาถึง 3 ปี จึงจะกลับมามีรหัสปกติได้
ขณะที่ลูกหนี้สามารถเลือกผ่อนชำระได้นานสูงสุด 3 ปี ในระหว่างการผ่อนชำระจะ ไม่มีดอกเบี้ย สถานะรหัสหนี้จะดีขึ้นกว่าการเป็นหนี้เสีย หรือได้รับรหัส 16 และเมื่อผ่อนหมด สถานะก็จะเปลี่ยนเป็นรหัส 11 หรือ ลูกหนี้ปกติ ทันที
ทั้งนี้ลูกหนี้ที่อยู่ในกลุ่มเป้าหมาย ไม่จำเป็นต้องดำเนินการใดๆ โดยการโอนหนี้จะดำเนินการระหว่างสถาบันการเงินกับ SAM ทั้งหมด ซึ่งลูกหนี้จะได้รับแจ้งจากสถาบันการเงินเดิมหรือจาก SAM ว่าหนี้ของตนถูกโอนมาที่ SAM แล้ว
โดยลูกหนี้สามารถติดต่อเพื่อเริ่มชำระหนี้ได้ตั้งแต่ ต้นปี 2569 เป็นต้นไป ซึ่งในช่วงแรกอาจยังต้องชำระหนี้ที่สถาบันการเงินเดิมก่อน และตั้งแต่ประมาณ เดือนกุมภาพันธ์ 2569 เป็นต้นไป เมื่อ SAM เตรียมระบบพร้อม ลูกหนี้สามารถเลือกชำระได้ที่สถาบันการเงินเดิม หรือที่ SAM ได้
ทั้งนี้คาดว่าหากมีการประชาสัมพันธ์ที่ดีและช่วยให้ลูกหนี้เข้าถึงโครงการได้ง่าย คาดหวังว่าจะมีเปอร์เซ็นต์การแก้ไขหนี้สำเร็จ (หายจากการเป็น NPL) ประมาณ 30 - 50% ของ 1.6 ล้านบัญชี หรือการช่วยคนได้ประมาณ 500,000 -800,000 คน
อย่างไรก็ตามหากลูกหนี้ที่เข้าร่วมโครงการแล้วกลับมาติดนัดชำระหนี้อีกครั้ง สถานะก็จะกลับเป็นหนี้เสียปกติเหมือนเดิม และสถานะไม่ได้แย่ไปกว่าเดิม
“กลไกการชำระเงินว่า ราคาที่ SAM ซื้อหนี้จากธนาคารพาณิชย์นั้นเป็น ราคาตลาด แต่กลไกการชำระเงินค่อนข้างซับซ้อน โดยราคาจะขึ้นอยู่กับประเภทของหนี้ จำนวนวันที่ค้างชำระ และมีส่วนหนึ่งที่จ่ายชำระทันที (day one) และอีกส่วนหนึ่งเป็นการแบ่งปันรายได้ (sharing) จากการเรียกเก็บหนี้ (collection) ที่ทำได้ในอนาคต
ทั้งนี้ในระยะต่อไป กระทรวงการคลังจะมีการหารือเพื่อโอนหนี้อีกส่วนหนึ่งประมาณ 300,000 บัญชี จากธนาคารของรัฐ และจะมีการพิจารณาหาจุดที่จะดำเนินการต่อไปในส่วนของหนี้ที่เหลือ”
นายวิทัย เปิดเผยว่า ธปท. ประกาศอนุญาตให้มีการตั้ง JV AMC ขึ้นมาอีกครั้งหลังการอนุญาตเดิมจะหมดอายุไปตั้งแต่วันที่ 31 ธันวาคม 2567 โดยมีธนาคารอย่างน้อย 2-3 แห่งให้ความสนใจที่จะตั้ง JV AMC เพื่อโอนหนี้ส่วนที่เหลือเข้าไป อย่างไรก็ตาม โครงการแก้หนี้ผ่าน JV AMC อาจจะไม่ได้มีการผ่อนปรนในเชิงลึกเท่ากับโครงการที่ SAM ดำเนินการ (เพิ่มเติม…)