‘กัมพูชา’ ปฏิเสธรายงานสื่อญี่ปุ่น ปม ‘วางทุ่นระเบิดใหม่’
The Bangkok Insight
อัพเดต 03 ธ.ค. 2568 เวลา 08.33 น. • เผยแพร่ 03 ธ.ค. 2568 เวลา 08.33 น. • The Bangkok Insight"กัมพูชา" ปฏิเสธรายงานสื่อญี่ปุ่น กรณีวางทุ่นระเบิดใหม่บริเวณชายแดมติดไทย ชี้เป็นข้ออ้างหวังผลการเมือง-ดินแดน บอกไทยเก็บกู้ระเบิด-ปฏิบัติการทางเทคนิคโดยไม่ประสานกัมพูชา บั่นทอนความพยายามร่วมกัน
จากกรณีทีนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไทย ให้สัมภาษณ์สำนักข่าวนิกเคอิ เอเชีย ซึ่งในช่วงหนึ่งมีการระบุว่า กัมพูชาวางทุ่นระเบิดใหม่ตามแนวชายแดน และเรียกร้องให้มีการดำเนินการตามมาตรา 8 ของอนุสัญญาออตตาวา
ล่าสุด องค์การปฏิบัติการทุ่นระเบิดและช่วยเหลือผู้ประสบภัยเหยื่อแห่งชาติกัมพูชา (CMAA) ได้ออกแถลงการณ์ในวันนี้ (3 ธ.ค.) ปฏิเสธข้อกล่าวหาของนายสีหศักดิ์ โดยระบุว่า ไม่มีมูลความจริง เป็นการกล่าวอ้างฝ่ายเดียว และไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง ที่ได้รับการตรวจสอบ
แถลงการณ์ย้ำว่า กัมพูชาได้ปฏิบัติตามพันธกรณีระหว่างประเทศอย่างครบถ้วน และไม่ได้มีการวางทุ่นระเบิดสังหารบุคคล นับตั้งแต่เข้าร่วมเป็นภาคีอนุสัญญาออตตาวา
กัมพูชาไม่ได้ใช้ทุ่นระเบิดมานานกว่า 30 ปีแล้ว และกองทัพก็ปฏิบัติตามกฎระเบียบระดับชาติ และนานาชาติอย่างเคร่งครัด ไม่มีการออกคำสั่ง หรืออนุญาตให้ใช้ทุ่นระเบิด และความมุ่งมั่นต่อสนธิสัญญานี้ก็พิสูจน์ได้จากความโปร่งใส และความร่วมมือที่มีมาอย่างต่อเนื่อง
แถลงการณ์ระบุว่า ทุ่นระเบิดตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชานั้น เป็นสิ่งที่ตกค้างมาจากความขัดแย้งในอดีต ซึ่งCMAA ชี้ว่าปัญหายืดเยื้อนี้ไม่ควรนำไปสับสนกับการวางทุ่นระเบิดใหม่
กัมพูชายังชี้ว่า ฝ่ายไทยมักดำเนินการเก็บกู้ระเบิด และปฏิบัติการทางเทคนิคเพียงฝ่ายเดียวโดยไม่มีการประสานงานกับกัมพูชา ซึ่ง CMAA มองว่าการกระทำดังกล่าวบั่นทอนความพยายามร่วมกัน และละเมิดกลไกที่มีอยู่ภายใต้อนุสัญญาออตตาวา
CMAA ยืนยันว่าปฏิบัติการเก็บกู้ทุ่นระเบิด ควรดำเนินการด้วยความเป็นมืออาชีพ ความเป็นกลาง และความเคารพซึ่งกันและกัน ไม่ใช่ด้วยแรงจูงใจทางการเมือง
ฝ่ายกัมพูชายืนยันว่า ตนเองมีชื่อเสียงระดับโลกในฐานะผู้นำด้านปฏิบัติการทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรม โดยสามารถกวาดล้างพื้นที่ปนเปื้อนได้แล้วกว่า 3,000 ตารางกิโลเมตร ทำลายทุ่นระเบิดสังหารบุคคลไปกว่า 1.2 ล้านลูก และกำจัดอาวุธระเบิดที่ตกค้างจากสงครามได้กว่า 3 ล้านชิ้น
อย่างไรก็ดี ประเด็นด้านมนุษยธรรมเหล่านี้ กำลังถูกทำให้เป็นเรื่องการเมือง เพื่อสนับสนุนเรื่องราวทางการเมืองมากกว่าสะท้อนข้อเท็จจริง เสี่ยงที่จะทำลายความไว้วางใจระหว่างพันธมิตรในภูมิภาค และบั่นทอนความก้าวหน้าที่มีมาหลายทศวรรษ
CMAA ยืนยันว่า กัมพูชาจะไม่ถูกดึงเข้าไปสู่วาทกรรม หรือเรื่องเล่าฝ่ายเดียว แนวทางของเรายังคงตั้งอยู่บนพื้นฐานของหลักฐาน ความร่วมมือ และกลไกที่มีอยู่
นอกจากนี้ กัมพูชายังกล่าวหาว่า ไทยใช้เหตุการณ์ทุ่นระเบิดเป็นยุทธศาสตร์บั่นทอนความสำเร็จ และการมีส่วนร่วมด้านปฏิบัติการทุ่นระเบิดของกัมพูชา ซึ่งเป็นการทำลายชื่อเสียงในฐานะผู้สนับสนุนที่ทุ่มเท และรัฐภาคีที่มุ่งมั่นต่ออนุสัญญาออตตาวา
การกระทำดังกล่าวถือเป็นการละเมิดเจตนารมณ์ของอนุสัญญาฯ และมุ่งสร้างความขัดแย้งระหว่างรัฐภาคีและประชาคมระหว่างประเทศ
ไทยใช้เหตุการณ์ทุ่นระเบิดเป็นข้ออ้างสู่ความขัดแย้งด้วยอาวุธกับกัมพูชา เพื่อผลักดันการอ้างสิทธิ์เหนือดินแดนโดยอิงจากแผนที่ที่จัดทำขึ้นฝ่ายเดียว
ไทยฉวยโอกาสจากเหตุทุ่นระเบิด เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของสาธารณชน และประชาคมโลก จากการทำลายล้าง และความเสียหายมหาศาลที่เกิดจากการใช้กำลัง และอาวุธเกินกว่าเหตุในช่วงความขัดแย้งด้วยอาวุธ 5 วัน รวมถึงการละเมิดข้อตกลงกัวลาลัมเปอร์และปฏิญญาร่วมอย่างต่อเนื่อง
สุดท้ายนี้ กัมพูชาเรียกร้องให้ไทยมีความเป็นมืออาชีพ ความเป็นกลาง และการประเมินโดยใช้หลักฐานเป็นฐาน โดยเรียกร้องให้พันธมิตร และรัฐภาคีทั้งหมดสนับสนุนหลักฐานทางเทคนิค
ขั้นตอนที่ได้รับการตรวจสอบ ความเชี่ยวชาญที่เป็นกลาง ความร่วมมือร่วมกัน และการเคารพกลไกที่มีอยู่ แทนที่จะพึ่งพาข้อกล่าวหาฝ่ายเดียวที่ทำให้ตัวอนุสัญญาอ่อนแอลง
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- 'กัมพูชา' ปัดข้อกล่าวหาไทย ยันไม่ได้ลอบวาง 'ทุ่นระเบิดใหม่' ตามแนวชายแดน
- หลักฐานมัด! ทบ.แถลงทหารเหยียบทุ่นระเบิด ชี้ชัดเป็นการ 'ลักลอบวางใหม่'
- 'อนุทิน' สั่งระงับข้อตกลง-ยกเลิกปล่อยเชลยศึก 12 พ.ย. หลังทหารเหยียบทุ่นระเบิด
ติดตามเราได้ที่
เว็บไซต์: https://www.thebangkokinsight.com/
Facebook: https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
X:https://twitter.com/BangkokInsight
Instagram: https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
Youtube:https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg