‘ชาโด้’ เล็งฝ่าด่าน ‘เอนโซ’ ก้าวไปท้าชิงบัลลังก์ ‘ตะวันฉาย’
ชาโด้ สิงห์มาวิน เจ้าของตำแหน่งผู้ท้าชิงอันดับ 3 ของแรงกิง ONE มวยไทย รุ่นเฟเธอร์เวต (145-155 ป.) เตรียมเปิดฉากบู๊ เอนโซ คาร์ทูม ตัวแทนฝรั่งเศส-แอลจีเรีย เพื่อทำฟอร์มสู่เป้าหมายชิงเข็มขัดมวยไทยจาก ตะวันฉาย พีเค.แสนชัย
โดยทั้งคู่เตรียมสู้กันภายใต้กติกามวยไทย รุ่นเฟเธอร์เวต ในศึก ONE Fight Night 38 ที่จะถ่ายทอดสดจากสนามมวยเวทีลุมพินี (รามอินทรา) ในช่วงไพรม์ไทม์อเมริกา ซึ่งตรงกับช่วงเช้าเวลา 09.00 น. ในวันเสาร์ที่ 6 ธันวาคมนี้
ไฟต์ล่าสุดในศึก ONE ลุมพินี 126 เมื่อเดือนกันยายน ชาโด้ เปิดรับความท้าทายครั้งใหญ่ด้วยการข้ามสายมาชกในกติกาคิกบ็อกซิ่ง รุ่นเฟเธอร์เวต ครั้งแรกในชีวิต พบกับ หลิว เมิงหยาง ที่เคยโชว์ฟอร์มหักปากกาเซียนเอาชนะคะแนนเอกฉันท์ อดีตแชมป์โลก ONE คิกบ็อกซิ่ง รุ่นเฟเธอร์เวต เฉพาะกาล อย่าง มาซาอากิ โนอิริ มาแล้วในไฟต์เปิดตัว
เกมการชกในวันนั้น ชาโด้ สามารถออกอาวุธต่อกรกับ หลิว เมิงหยาง ได้อย่างสนุกตั้งแต่เสียงระฆังยกแรกดัง แต่เพราะชั่วโมงบินในกติกาคิกบ็อกซิ่ง น้อยกว่า ส่งผลให้พลาดโดนหมัด เสียนับ 8 ในยกสุดท้าย กลายเป็นฝ่ายต้องพ่ายคะแนนเอกฉันท์ ไปอย่างน่าเสียดาย
ไฟต์นี้ ชาโด้ จะหวนกลับมาชกในกติกามวยไทย อีกครั้ง โดยต้องพบกับ เอนโซ คู่ชกดีกรีแชมป์โลก ISKA รุ่น 154 ป. ที่จะมาเปิดตัวครั้งแรกบนเวทีแห่งนี้ในฐานะมวยแทนของ โมฮาเหม็ด ยูเนส ราบาห์ จาก แอลจีเรีย ที่ขอถอนตัวไปในช่วงโค้งสุดท้ายเนื่องจากป่วย
“เอนโซ คล้ายกับ โมฮาเหม็ด ตรงที่ออกหมัดได้ไวเหมือนกัน แต่ เอนโซ จะมีลูกเตะขากับก้านคอเพิ่มเข้ามาด้วย การเตรียมรับมือมวยหมัดแบบนี้จึงไม่แตกต่างกันเท่าไหร่ แค่ต้องบล็อกหมัดแล้วหาจังหวะสวนให้ดี รวมถึงระวังลูกเตะให้มากขึ้น ถึงจะต้องเจอมวยแทนกะทันหันแต่ไม่เป็นปัญหาสำหรับผมแน่นอน”
“ในส่วนของรูปเกมผมคิดว่าน่าจะออกมาเดือดมาก ๆ เพราะว่าเขาชนะน็อกมาใน 5 ไฟต์หลังสุด ผมจะประมาทไม่ได้เลย ในไฟต์นี้ แฟน ๆ จะได้เห็นผมในเวอร์ชันที่รัดกุมและเลือกจังหวะออกอาวุธให้แม่นยำมากกว่าเดิม”
“ไฟต์ส่งท้ายปีครั้งนี้ผมอยากคว้าชัยชนะให้ได้ เพื่อจะได้เป็นของขวัญปีใหม่ให้กับตัวเองและได้พาแม่ไปเที่ยวปีใหม่ด้วยกัน ถ้าได้โบนัสก็ยิ่งเป็นเหมือนเป็นของขวัญชิ้นใหญ่สำหรับผมเลย แต่เหนือสิ่งอื่นใด ผมต้องการชัยชนะในไฟต์นี้จริง ๆ เพราะจะเป็นก้าวสำคัญที่จะพาผมขยับเข้าใกล้โอกาสชิงแชมป์โลกมวยไทย กับ ตะวันฉาย ในปีหน้า”