โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

AOT ไฟเขียวแก้สัญญา ‘คิง เพาเวอร์’ ยืดสัมปทานดิวตี้ฟรีอีก 2 ปี

การเงินธนาคาร

อัพเดต 03 ธ.ค. 2568 เวลา 12.44 น. • เผยแพร่ 03 ธ.ค. 2568 เวลา 05.44 น.

บอร์ด AOT มีมติแก้ไขสัญญา "คิง เพาเวอร์" ขยายสัมปทานดิวตี้ฟรี สนามบินสุวรรณภูมิ-ดอนเมือง ต่ออีก 2 ปี พร้อมปรับเงื่อนไขส่วนแบ่งรายได้ ชี้เป็นแนวทางเหมาะสมที่สุด ดีกว่าเปิดประมูลใหม่ ย้ำยังรับค่าผลประโยชน์ได้ต่อเนื่อง

วันที่ 3 ธ.ค.2568 บมจ.ท่าอากาศยานไทย (AOT) หรือ ทอท. แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เรื่องการแก้ไขปัญหาการประกอบกิจการจำหน่ายสินค้าปลอดอากร หรือ "ดิวตี้ ฟรี" (Duty Free) ท่าอากาศยานที่อยู่ในความรับผิดชอบของบริษัทว่า ตามที่ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2568 มีมติให้ความเห็นชอบแนวทางการแก้ไขปัญหาการประกอบกิจการจำหน่ายสินค้าปลอดอากร ณ ท่าอากาศยานที่อยู่ในความรับผิดชอบของ ทอท. ตามรายงานผลการศึกษาของที่ปรึกษาเพื่อพิจารณาทางเลือกในการแก้ไขปัญหา จากกรณีที่บริษัท คิง เพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี จำกัด (KPD) ทำหนังสือถึง ทอท.เพื่อหารือแนวทางการแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยให้ฝ่ายบริหาร ทอท.ใช้ผลการศึกษาดังกล่าวเป็นกรอบในการเจรจากับ KPD เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อ ทอท. และเป็นธรรมต่อคู่สัญญา พร้อมเสนอผลการเจรจาให้คณะกรรมการ ทอท.พิจารณาต่อไป ทั้งนี้ รายละเอียดได้รับทราบแล้ว

ในการประชุมคณะบอร์ด AOT เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2568ที่ประชุมมีมติเห็นชอบผลการเจรจาหาข้อตกลงในการแก้ไขปัญหาการประกอบกิจการจำหน่ายสินค้าปลอดอากร ณ ท่าอากาศยานที่อยู่ในความรับผิดชอบของ ทอท. ได้แก่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) ท่าอากาศยานดอนเมือง (ทดม.) ท่าอากาศยานภูเก็ต (ทภก.) ท่าอากาศยานเชียงใหม่ (ทชม.) และท่าอากาศยานหาดใหญ่ (ทหญ.) ตามผลการเจรจาของคณะทำงานเจรจาฯ และอนุมัติให้ ทอท.ดำเนินการแก้ไขสัญญาอนุญาตให้ประกอบกิจการจำหน่ายสินค้าปลอดอากรของทั้ง 5 ท่าอากาศยานตามผลการเจรจาดังกล่าว โดยมีสาระสำคัญดังนี้

ทอท.พิจารณาทางเลือกหลัก 2 แนวทาง คือ การแก้ไขสัญญาเทียบกับการยกเลิกสัญญาเพื่อเปิดประมูลใหม่ ซึ่งสรุปว่าทางเลือกที่เหมาะสมที่สุดคือ การแก้ไขสัญญา เพื่อปรับเงื่อนไขให้สอดคล้องกับข้อเท็จจริงในการบริหารสัญญา ทำให้ ทอท.สามารถให้บริการผู้โดยสารได้ต่อเนื่อง คงไว้ซึ่งผลประโยชน์ระยะยาว และเกิดประโยชน์สูงสุด โดยคำนึงถึงปัจจัยสำคัญ ได้แก่

  • ความต่อเนื่องของธุรกิจ ทอท.ยังให้บริการผู้โดยสารได้อย่างต่อเนื่อง โดยบริการจำหน่ายสินค้าปลอดอากรเป็นบริการสำคัญ ลดความจำเป็นในการหาผู้ประกอบการรายใหม่ซึ่งใช้เวลาและมีความไม่แน่นอน (คาดใช้เวลาไม่น้อยกว่า 14 เดือน)
  • รายได้มั่นคงกว่า ทอท.ยังคงได้รับค่าผลประโยชน์ตอบแทนอย่างต่อเนื่อง ไม่มีช่วงขาดรายได้ระหว่างการประมูลใหม่
  • ผลตอบแทนคุ้มค่ากว่า จากผลการศึกษาพบว่าแนวทางการแก้ไขสัญญาให้ผลตอบแทนสูงกว่าผลตอบแทนขั้นต่ำจากผู้ประกอบการรายใหม่ในสถานการณ์ปัจจุบัน และไม่ต่ำกว่าข้อเสนอของผู้ยื่นประมูลอันดับสอง
  • ลดผลกระทบต่อเศรษฐกิจ การยกเลิกสัญญาจะทำให้ ทอท.ขาดรายได้ ลดระดับการให้บริการ และกระทบการจ้างงานของธุรกิจเกี่ยวเนื่อง ซึ่งส่งผลต่อเศรษฐกิจโดยรวม

AOT สรุปว่าแนวทางการแก้ไขสัญญามีประโยชน์มากกว่าการยกเลิกสัญญาแล้วเปิดประมูลใหม่ เนื่องจากหากยกเลิกสัญญา AOT จะขาดรายได้ค่าผลประโยชน์ตอบแทนจนกว่าจะมีผู้ประกอบการรายใหม่ ซึ่งคาดใช้เวลาไม่น้อยกว่า 14 เดือน และผู้ประกอบการรายใหม่อาจไม่สามารถให้ผลประโยชน์ตอบแทนในระดับที่เทียบเท่าหรือสูงกว่า จากภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน ทั้งนี้ แต่ละสัญญายังคงเงื่อนไข ได้แก่

  • 1.การเก็บค่าผลประโยชน์ตอบแทนขั้นต่ำ (Minimum Guarantee) ซึ่งมีอัตราเติบโตปีละ 5% สอดคล้องกับการเติบโตเฉลี่ยของ GDP ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
  • 2. ส่วนแบ่งรายได้ 20%
  • 3. ค่าผลประโยชน์ตอบแทนส่วนเพิ่ม (Upside) หากเข้าเงื่อนไข

รายละเอียดแนวทางการแก้ไขรายท่าอากาศยาน

  • ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) AOT ยังคงเรียกเก็บ MG ต่อหัวตามจำนวนผู้โดยสาร เรียกเก็บรายปี (เทียบเท่า 232.90 บาทต่อคน เติบโตปีละ 5%) และเจรจาเพิ่มส่วนแบ่งรายได้อีก 35% ของ Spending per Head ส่วนเกิน ซึ่งมากกว่าสัญญาเดิมที่เก็บเพียง 20%ขยายสัญญาเพิ่ม 2 ปี เพื่อรองรับช่วงก่อสร้าง South Terminal ซึ่งคาดแล้วเสร็จปี 2575 และช่วงปิดซ่อมแซมอาคารผู้โดยสารปัจจุบันในปี 2575–2578 เพื่อให้การให้บริการปลอดอากรดำเนินต่อเนื่อง
  • ท่าอากาศยานดอนเมือง (ทดม.) คงการเรียกเก็บ MG ต่อตารางเมตร (39,187.76 บาท/ตร.ม./เดือน) และส่วนแบ่งรายได้ 20% ตามเดิม หากจำนวนผู้โดยสารฟื้นเกิน 100% จะกลับไปใช้อัตรา MG เดิมขยายอายุสัญญาเพื่อให้ผู้ประกอบการย้ายไปอาคารผู้โดยสาร 3 โดยผลการศึกษาระบุว่า การลงทุนใหม่ต้องมีอายุสัญญาเหมาะสมราว 5 ปี ดังนั้น หากสัญญาเดิมเหลือ 3 ปี จะขยายเพิ่มอีก 2 ปี ทั้งนี้ หากการก่อสร้างอาคารผู้โดยสาร 3 ล่าช้า จนทำให้สัญญาเหลือไม่ถึง 1 ปี ณ วันเปิดใช้งาน ทอท.ขอสงวนสิทธิ์ยกเลิกสัญญาเพื่อเปิดประมูลใหม่
  • ท่าอากาศยานภูเก็ต ,ท่าอากาศยานเชียงใหม่ ,ท่าอากาศยานหาดใหญ่ คงการเรียกเก็บ MG ต่อหัวตามจำนวนผู้โดยสาร เรียกเก็บรายปี (เทียบเท่า 129.67 บาทต่อคน เติบโตปีละ 5% ตั้งแต่ปี พ.ศ.2573 หรือเฉลี่ยสัญญาที่ 134.70 บาทต่อคน) และเจรจาเพิ่มส่วนแบ่งรายได้ 35% ของ Spending per Head ส่วนเกิน เช่นเดียวกับท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ซึ่งมากกว่าสัญญาเดิมที่เก็บ 20% หลังการแก้ไขสัญญา หากธุรกิจฟื้นตัวตาม Proposal ของคิง เพาเวอร์ AOT ขอสงวนสิทธิ์เรียกเก็บผลประโยชน์ตอบแทนตามข้อเสนอเดิมใน Proposal

ด้านความเห็นนักวิเคราะห์บล.กรุงศรี มองเป็นบวกต่อ AOT จากมติบอร์ดเกี่ยวกับการเจรจากับคิง เพาเวอร์ ที่ออกมาดีกว่าคาด เบื้องต้นประเมินคิดเป็น Upside ต่อราคาเป้าหมาย (ทั้งกรณี Base case และ Best case) ราว 3-4 บาท อย่างไรก็ดีรอ Update กับ AOT อีกครั้งว่าคิง เพาเวอร์ เห็นด้วยกับการแก้สัญญาข้างต้นหรือไม่ ให้น้ำหนัก Neutral ราคาเป้าหมาย 30 บาท และราคาเป้าหมายกรณีดีสุด Best case 45.75 บาท

อ่านข่าว แวดวงธุรกิจ ที่น่าสนใจ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...