โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สรุปงาน Thailand Pink Economy Report 2025 : From Movement to Market

BT Beartai

อัพเดต 28 พ.ย. 2568 เวลา 05.17 น. • เผยแพร่ 28 พ.ย. 2568 เวลา 05.17 น.
สรุปงาน Thailand Pink Economy Report 2025 : From Movement to Market

การเปิดตัวรายงานฉบับที่ 2 ของ Canvas Ventures International ที่ยกระดับมุมมองจากเดิมที่มองกลุ่ม LGBTQ+ เป็นเพียงผู้มีกำลังซื้อ (Pink Money) ไปสู่การเป็นผู้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจผ่านเทคโนโลยีและนวัตกรรม (Pink Tech) โดยเน้นย้ำแนวคิด ‘From Movement to Market’ คือการเปลี่ยนพลังของการเคลื่อนไหวทางสังคมให้กลายเป็นพลังทางเศรษฐกิจที่จับต้องได้

Key Concept : วิวัฒนาการของ Pink Economy

ดร. พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ ประธาน Canvas Ventures International ได้ฉายภาพวิวัฒนาการของเศรษฐกิจสีชมพู ดังนี้

  • Beyond Consumption : เลิกมอง LGBTQ+ เป็นแค่ผู้บริโภคที่ไม่มีลูกหลานจึงใช้เงินเก่ง แต่ให้มองในฐานะ ‘ผู้ประกอบการและผู้สร้างนวัตกรรม’ อีกทั้งยังมีข้อมูลพบว่ากว่า 53% ของผู้ก่อตั้งสตาร์ตอัปและธุรกิจร่วมลงทุน (Venture Capital) ในเครือข่ายระบุว่าเป็นกลุ่มความหลากหลาย
  • Pink Tech Ecosystem : การสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจที่ขับเคลื่อนโดยคนรุ่นใหม่ที่มีความหลากหลาย ไม่ใช่แค่เรื่องสิทธิมนุษยชน แต่เป็นเรื่องโอกาสทางธุรกิจระดับโลก

โดยในรายงาน Thailand Economy Pink Report ได้ทำการวิเคราะห์และเปรียบเทียบ 8 เมืองทั่วโลกที่มีศักยภาพ อย่างกรุงเทพฯ ปารีส เทลอาวีฟ โตเกียว โฮซากา โซล เฉิงตู เซี่ยงไฮ้ ได้ผลสรุปออกมาว่า กรุงเทพฯ และปารีส ถูกจัดอยู่ในกลุ่มผู้นำที่มีความพร้อมสูงสุดทั้งในด้าน Volume ของเศรษฐกิจ และความแข็งแกร่งของระบบกฎหมายและการยอมรับทางสังคม

อีกทั้งกรุงเทพฯ มีความโดดเด่นในฐานะ ‘Policy Acceletor’ หรือเมืองที่ขับเคลื่อนเชิงนโยบายที่รวดเร็ว (พ.ร.บ. สมรสเท่าเทียม) และมีวัฒนธรรมที่เปิดกว้าง ซึ่งนี่ก็เป็นจุดแข็งที่ช่วยดึงดูดศักยภาพการลงทุนได้เป็นอย่างดี

ส่วนของโอกาสทางธุรกิจ รายงานได้ระบุถึงภาคอุตสาหกรรมศักยภาพ (Pink Tech Sectors) ในไทยที่น่าจับตามอง เช่น นวัตกรรมสุขภาพเพื่อคนข้ามเพศ, สื่อและความบันเทิง, เศรษฐกิจผู้สูงวัยกลุ่ม LGBTQ+ (Silver Pink) และที่โดดเด่นอย่างยิ่งคือ ‘G-Economy’ ซึ่งเป็นเศรษฐกิจภาคการผลิตและบริการที่ขับเคลื่อนโดยกลุ่มสาวประเภทสองที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของไทย โดยมีการประเมินมูลค่าเศรษฐกิจสีชมพูเบื้องต้นไว้ที่ประมาณ 1.2 แสนล้านบาท และมีศักยภาพที่จะเติบโตแตะระดับ 3-7 แสนล้านบาทในอนาคต หากผนวกรวมภาคการท่องเที่ยวและบริการที่เกี่ยวข้องเข้าไปด้วย

ทางด้านมิติสังคมและการศึกษา ดร. ภูมิพร ธรรมสภิตย์เดช ได้เน้นย้ำว่า ‘ความคุ้นเคย’ ต่อความหลากหลายทางเพศในชีวิตประจำวัน คือทุนทางวัฒนธรรมที่แข็งแกร่งของไทยที่ทำให้ต่างชาติรู้สึกปลอดภัยและได้รับการยอมรับ

อย่างไรก็ตาม ความท้าทายต่อไปคือการเตรียมความพร้อมด้านทรัพยากรมนุษย์ โดยสถาบันการศึกษาจำเป็นต้องปรับตัวเพื่อสร้าง ‘ผู้ประกอบการที่มีความหลากหลาย’ (Entrepreneurial Diversity) เชื่อมโยงทักษะด้านเทคโนโลยีเข้ากับความคิดสร้างสรรค์ เพื่อรองรับเทรนด์ของคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะ Gen Z ที่กว่า 40% นิยามตนเองว่ามีความลื่นไหลทางเพศ (Gender Fluid) ซึ่งจะกลายเป็นกำลังสำคัญในตลาดแรงงานและการขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุคใหม่

เมื่อกฎหมายสมรสเท่าเทียมเป็นแค่จุดเริ่มต้น ไทยปูพรมแดงสู่ World Pride 2030

นอกจากนี้ยังมี Panel Discussion เป็นการสรุปวิสัยทัศน์จากเวทีเสวนา Pink Economy ไทยพร้อมแค่ไหนในการเป็นศูนย์กลาง LGBTQ+ ของโลก เจาะลึกโอกาสจากอุตสาหกรรม MICE, การผลักดันงบประมาณภาครัฐ และยุทธศาสตร์คว้าเจ้าภาพ World Pride 2030 โดยมีผู้ร่วมสัมมนาหลักคือ คุณพรชัย วิทยเลิศพันธุ์ (สว.) พร้อมกับ ดร. ศุภวรรณ ตีระรัตน์ ผอ. TCEB

การผ่านกฎหมายสมรสเท่าเทียมของไทยไม่ได้เป็นเพียงชัยชนะด้านสิทธิมนุษยชน แต่คือกุญแจสำคัญสู่การปลดล็อกขุมทรัพย์ทางเศรษฐกิจ หรือ Pink Economy ที่มีมูลค่าตลาดโลกสูงถึง 4.7 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ คุณพรชัย เน้นย้ำว่ากฎหมายนี้มอบ ‘สิทธิในการสร้างความมั่งคั่ง’ ที่เปลี่ยนจากการเฉลิมฉลองไปสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มทางธุรกิจอย่างจริงจัง ในขณะที่ ดร. ศุภวรรณ ชี้ว่ากลุ่ม LGBTQ+ เป็นตลาดคุณภาพที่มีกำลังซื้อสูงและเติบโตต่อเนื่อง โดยพวกเขามองหาประสบการณ์ที่จริงใจ ซึ่งไทยมีความพร้อมในการตอบโจทย์นี้ ทั้งในฐานะเมืองท่องเที่ยวและศูนย์กลางสุขภาพ (Wellness & Medical Hub)

อย่างไรก็ตาม เพื่อรักษาความเป็นผู้นำในเอเชียและก้าวไปสู่เป้าหมายใหญ่ในการเป็นเจ้าภาพ World Pride 2030 ที่คาดว่าจะสร้างเม็ดเงินสะพัดกว่า 2.4 หมื่นล้านบาท ไทยจำเป็นต้องเร่งเติมเต็มวัฒนธรรมและความคิดสร้างสรรค์ลงไปในโครงสร้างพื้นฐานเดิมที่มีอยู่แล้ว โดยขยายรูปแบบอิเวนต์ให้ครอบคลุมความหลากหลายมากขึ้น เช่น เทศกาลดนตรีเลสเบี้ยน, งาน Pet Pride หรือ Drag Convention ระดับโลก ที่สำคัญคือภาครัฐต้องมีบทบาทในการสนับสนุนงบประมาณอย่างเป็นรูปธรรม ควบคู่ไปกับการปูพื้นฐานเรื่องการศึกษาและกฎหมายขจัดการเลือกปฏิบัติ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้นักเดินทางทั่วโลกเห็นว่าไทยคือพื้นที่ปลอดภัยและพร้อมต้อนรับทุกคนอย่างยั่งยืน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...