โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“การบินไทย” โชว์งบ 9 เดือน มีกำไรสุทธิ 2.63 หมื่นล้านบาท รายได้ขนส่งเพิ่ม-กำไรอัตราแลกเปลี่ยน

Share2Trade

อัพเดต 14 พ.ย. 2568 เวลา 02.08 น. • เผยแพร่ 14 พ.ย. 2568 เวลา 02.08 น. • Share2Trade
“การบินไทย” โชว์งบ 9 เดือน_S2T (เว็บ)_0.jpg

บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI เปิดเผยว่าในไตรมาส 3/2568 บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีรายได้รวม (ไม่รวมรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียว) ทั้งสิ้น 44,398 ล้านบาท ต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน 1,430 ล้านบาท (-3.1%) สาเหตุหลักมาจากรายได้จากกิจการขนส่งลดลง 1,707 ล้านบาท (-4.1%) โดยรายได้จากการขนส่งผู้โดยสารลดลง 1,426 ล้านบาท (-3.8%) และรายได้จากค่าระวางขนส่งและไปรษณียภัณฑ์ลดลง 281 ล้านบาท (-5.9%) จากการแข่งขันด้านราคาที่เพิ่มขึ้น และผลกระทบจากการแข็งค่าของเงินบาท

ส่วนรายได้จากกิจการอื่นเพิ่มขึ้น 116 ล้านบาท (+4.3%) โดยหลักมาจากรายได้หน่วยธุรกิจคลังสินค้า และการให้บริการของฝ่ายช่างที่เพิ่มขึ้น และมีรายได้อื่นๆ เพิ่มขึ้น 161 ล้านบาท (+12.3%) ส่วนค่าใช้จ่ายรวม (ไม่รวมรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียว) ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 2,795 ล้านบาท (-7.2%) โดยหลักมาจากค่าน้ำมันเครื่องบินที่ลดลงตามราคาน้ำมันเฉลี่ยที่ปรับลดลง ถึงแม้ว่าปริมาณการใช้น้ำมันจะเพิ่มขึ้นตามจำนวนเที่ยวบินที่เพิ่มขึ้น

รวมทั้งค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานไม่รวมค่าน้ำมันเครื่องบินลดลงจากปีก่อน เนื่องจากบริษัทฯ สามารถบริหารจัดการต้นทุนให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ส่งผลให้บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีกำไรจากการดำเนินงานก่อนต้นทุนทางการเงิน (ไม่รวมรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียว) เท่ากับ 8,557 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 1,365 ล้านบาท (+19.0%)

โดยบริษัทฯ และบริษัทย่อยรับรู้ต้นทุนทางการเงิน (ซึ่งเป็นการรับรู้ต้นทุนทางการเงินตามมาตรฐานการรายงานทางการเงินฉบับที่ 9 : TFRS 9) จำนวน 3,137 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 1,692 ล้านบาท (-35.0%) และมีรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียวสุทธิเป็นค่าใช้จ่าย 993 ล้านบาท สาเหตุหลักจากผลขาดทุนจากการด้อยค่าสินทรัพย์ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศสุทธิ ผลขาดทุนจากการวัดมูลค่าจากตราสารอนุพันธ์ และผลขาดทุนจากการด้อยค่าซึ่งเป็นไปตามมาตรฐาน TFRS 9

ในขณะที่ปีก่อนมีรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียวสุทธิเป็นรายได้ 10,119ล้านบาท จากกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศสุทธิ กำไรจากการปรับโครงสร้างหนี้ ถึงแม้จะมีปรับปรุงสินค้าคงเหลือในกลุ่มที่ไม่มีฝูงบิน ไตรมาสที่ 3 ปี 2568 บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิจำนวน 4,421 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 8,062 ล้านบาท (-64.6%) โดยเป็นกำไรส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ 4,413 ล้านบาท คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 0.16 บาท ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่บริษัทฯ มีกำไรต่อหุ้น 5.72 บาท โดยมี EBITDA จำนวน 12,408 ล้านบาท สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน 1,466 ล้านบาท (+13.4%)
ผลประกอบการในงวด 9 เดือน

ขณะที่ ในงวด 9 เดือนแรกของปี 2568 บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีกำไรจากการดำเนินงานก่อนต้นทุนทางการเงิน(ไม่รวมรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียว) จำนวน 33,146ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อน 8,953ล้านบาท(+37.0%) รายได้รวม (ไม่รวมรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียว) จำนวน 140,850ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อน 5,086ล้านบาท (+3.7%) สาเหตุหลักเกิดจากรายได้จากกิจการขนส่งเพิ่มขึ้น 3,693ล้านบาท (+3.0%)

โดยมีรายได้จากค่าโดยสารและค่าน้ำหนักส่วนเกินเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.0 จากปริมาณการขนส่งผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้นร้อยละ 13.2 ถึงแม้รายได้จากผู้โดยสารเฉลี่ยต่อหน่วย (รวมค่าธรรมเนียมชดเชยค่าน้ำมันและค่าเบี้ยประกันภัย ไม่รวมค่าน้ำหนักส่วนเกิน) ต่ำกว่างวดเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 9.3

เนื่องจากการแข่งขันด้านราคาที่เพิ่มขึ้น และผลกระทบจากการแข็งค่าของเงินบาทรายได้จากค่าระวางขนส่งและไปรษณียภัณฑ์เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.9 จากปริมาณการขนส่งพัสดุภัณฑ์ (RFTK) ที่เพิ่มขึ้นร้อยละ11.8ตามปริมาณการส่งออกสินค้าที่เพิ่มขึ้น แม้ว่ารายได้พัสดุภัณฑ์เฉลี่ยต่อหน่วย (รวมค่าธรรมเนียมชดเชยค่าน้ำมันและค่าเบี้ยประกันภัย ไม่รวมค่าไปรษณียภัณฑ์) ต่ำกว่างวดเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 7.6 ก็ตาม รายได้จากกิจการอื่นเพิ่มขึ้นร้อยละ 5.9 สาเหตุหลักเกิดจากรายได้หน่วยธุรกิจคลังสินค้าที่เพิ่มขึ้นตามปริมาณการส่งออกสินค้าที่เพิ่มขึ้น และการให้บริการของฝ่ายช่างเพิ่มขึ้น นอกจากนี้รายได้อื่นๆ เพิ่มขึ้นร้อยละ 26.9

บริษัทฯ และบริษัทย่อย มีรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียว สาเหตุหลักจากกำไรจากการยกเลิกสัญญาเช่าเครื่องบินกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศสุทธิ ผลขาดทุนจากการวัดมูลค่าจากตราสารอนุพันธ์ ผลขาดทุนจากการด้อยค่าของสินทรัพย์ และขาดทุนจากการด้อยค่าซึ่งเป็นไปตามมาตรฐานการรายงานทางการเงิน ฉบับที่ 9

โดยในงวด 9 เดือนแรกของปี 2568 มีรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียวสุทธิ เป็นรายได้รวม 3,266 ล้านบาท บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิ 26,394 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อน 11,173 ล้านบาท (+73.4%) โดยเป็นกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ 26,369 ล้านบาท คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 0.93 บาท ต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนที่บริษัทฯ มีกำไรต่อหุ้น 6.96บาท เนื่องจากจำนวนหุ้นสามัญของบริษัทฯ เพิ่มขึ้นจากการปรับโครงสร้างทุนภายใต้แผนฟื้นฟูกิจการ อย่างไรก็ดีหากคำนวณจากจำนวนหุ้นในปัจจุบัน กำไรต่อหุ้นสำหรับงวด 9 เดือนปี 2567 เท่ากับ 0.54 บาท

ขณะเดียวกันบริษัทฯ และบริษัทย่อย มี EBITDA จำนวน 43,295 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อน 4,970 ล้านบาท (+13.0%) โดยหลักมาจากรายได้รวมของบริษัทฯ ที่เพิ่มขึ้นตามปริมาณการผลิตที่เพิ่มขึ้นและการบริหารจัดการต้นทุนให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...