โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

สัญญาณเตือนตลาดบ้าน! ยึดทรัพย์สหรัฐพุ่ง 19% ดอกเบี้ยสูง–หนี้พุ่งเริ่มกดดัน

การเงินธนาคาร

อัพเดต 14 พ.ย. 2568 เวลา 08.17 น. • เผยแพร่ 14 พ.ย. 2568 เวลา 01.17 น.

รายงานชี้การยึดทรัพย์สหรัฐเพิ่มต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 8 แม้ยังต่ำกว่าช่วงวิกฤต แต่ความเสี่ยงกำลังสะสมจากจำนองแพง หนี้ผู้บริโภคสูง และตลาดแรงงานอ่อนแรง ฟลอริดา–เท็กซัสเผชิญแรงกดดันหนักสุด

วันที่ 14 พฤศจิกายน 2568 เวลา 01.34 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า จำนวนการยึดทรัพย์สินจากการผิดนัดชำระหนี้ (Foreclosure Filings) ในสหรัฐเพิ่มขึ้นอีกครั้งในเดือนตุลาคม หลังจากอยู่ในระดับต่ำเป็นประวัติการณ์ตลอดช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แม้จำนวนยังถือว่าน้อย แต่การเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องอาจสะท้อนรอยร้าวในตลาดที่อยู่อาศัยของสหรัฐ

รายงานของบริษัทข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ Attom ระบุว่า ในเดือนตุลาคมมีอสังหาริมทรัพย์ในสหรัฐฯ 36,766 รายการ ที่ถูกดำเนินการบางรูปแบบของกระบวนการยึดทรัพย์ เช่น หนังสือแจ้งผิดนัดชำระหนี้ การประกาศขายทอดตลาด หรือการถูกธนาคารยึด ซึ่งเพิ่มขึ้น 3% จากเดือนกันยายน และเพิ่มขึ้น 19% จากเดือนตุลาคมปี 2024 ถือเป็นเดือนที่ 8 ติดต่อกัน ที่ตัวเลขเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบรายปี

การเริ่มต้นกระบวนการยึดทรัพย์ (Foreclosure starts) เพิ่มขึ้น 6% ในเดือนเดียว และสูงขึ้น 20% จากปีก่อน ขณะที่ การยึดทรัพย์ที่เสร็จสิ้นแล้ว (Completed foreclosures) เพิ่มขึ้นถึง 32% เมื่อเทียบรายปี

Rob Barber ซีอีโอของ Attom กล่าวว่า“แม้ตัวเลขจะเพิ่มขึ้น แต่ระดับกิจกรรมยังคงต่ำกว่าอดีตมาก แนวโน้มน่าจะสะท้อนการกลับสู่ภาวะปกติในปริมาณการยึดทรัพย์ ขณะที่ตลาดปรับตัว และเจ้าของบ้านบางรายยังคงเผชิญต้นทุนที่อยู่อาศัยและต้นทุนกู้ยืมที่สูงขึ้น”

รัฐฟลอริดา เซาท์แคโรไลนา และอิลลินอยส์ มีจำนวนการยึดทรัพย์มากที่สุด และในระดับเมือง พบว่าแทมปา แจ็กสันวิลล์ และออร์แลนโดของฟลอริดา ติดอันดับสูงสุด ตามด้วย ริเวอร์ไซด์ (แคลิฟอร์เนีย) และ คลีฟแลนด์

สำหรับการยึดทรัพย์ที่ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้วมากที่สุดคือ เท็กซัส แคลิฟอร์เนีย และฟลอริดา ซึ่งบ่งชี้ว่ารัฐเหล่านี้จะมีบ้านราคาถูกจากการขายแบบบังคับออกสู่ตลาดเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตามความต้องการซื้อบ้านยังคงแข็งแกร่ง โดยเฉพาะในกลุ่มราคาต่ำ ดังนั้นบ้านที่ถูกยึดน่าจะขายได้ค่อนข้างเร็ว

ในช่วงวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ (Great Recession) กว่า 4% ของสินเชื่อที่อยู่อาศัยอยู่ในขั้นตอนการยึดทรัพย์ ตามข้อมูลของ Rick Sharga ซีอีโอบริษัท CJ Patrick ขณะที่ปัจจุบันมีไม่ถึง 0.5% ซึ่งต่ำกว่าระดับเฉลี่ยในอดีตที่อยู่ระหว่าง 1%–1.5% อีกทั้ง 4% ของสินเชื่อยังอยู่ในภาวะค้างชำระ เทียบกับระดับเกือบ 12% ในช่วงวิกฤตการเงิน

Sharga กล่าวว่า ดังนั้นยังไม่มีอะไรที่บ่งชี้ว่าจะเกิดคลื่นยึดทรัพย์ครั้งใหญ่ แต่ก็ยังมีประเด็นที่ต้องกังวล โดยเฉพาะอย่างยิ่งสินเชื่อ FHA ที่มีอัตราค้างชำระกว่า 11% และคิดเป็น 52% ของสินเชื่อที่ค้างชำระรุนแรง (seriously delinquent) ทั้งหมด ซึ่งอาจนำไปสู่การยึดทรัพย์มากขึ้นในปี 2569

เขาเสริมว่า รัฐที่ราคาอสังหาริมทรัพย์เริ่มลดลง แต่เบี้ยประกันบ้านกลับพุ่งสูงขึ้น เช่น ฟลอริดาและเท็กซัส ก็กำลังเห็นจำนวนการผิดนัดเพิ่มขึ้นเช่นกัน

ถึงแม้ราคาอสังหาริมทรัพย์ทั่วประเทศจะเริ่มชะลอตัว แต่ยังอยู่ในระดับสูง ขณะที่อัตราดอกเบี้ยจำนอง ที่หลายฝ่ายคาดว่าจะลดลงหลัง Fed เริ่มปรับลดดอกเบี้ย ก็ยังคงอยู่ใกล้ระดับสูงสุดเดิม ผู้ซื้อบ้านบางรายที่หวังจะรีไฟแนนซ์ให้ดอกเบี้ยถูกลงอาจกำลังเผชิญแรงกดดัน โดยเฉพาะเมื่อเงินเฟ้อก็ยังไม่ลดลงอย่างชัดเจน

ขณะเดียวกันหนี้ครัวเรือนของผู้บริโภคทำสถิติสูงสุดใหม่ การค้างชำระหนี้ประเภทอื่น ๆ เพิ่มขึ้น ตลาดแรงงานเริ่มอ่อนแอ ซึ่งทั้งหมดนี้อาจเป็นปัจจัยที่สร้างแรงกดดันต่อเสถียรภาพของตลาดที่อยู่อาศัย

Sharga สรุปว่า “แม้ปัจจุบันปัจจัยเหล่านี้ยังไม่ส่งผลต่อคุณภาพสินเชื่อที่อยู่อาศัย แต่คงไม่สมเหตุสมผลหากจะคิดว่าแนวโน้มเหล่านี้ อีกทั้งยอดขายบ้านที่ซบเซา และการชะลอตัวของการเพิ่มขึ้นของราคา จะไม่ทำให้จำนวนการค้างชำระและการผิดนัดเพิ่มขึ้นเล็กน้อยในช่วงต่อไป”

อ้างอิง : cnbc.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์เศรษฐกิจสหรัฐฯ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...