โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“สหรัฐ” ขาดดุลงบประมาณเดือน ต.ค. พุ่งแตะ 284,000 ล้านดอลลาร์ ผลชัตดาวน์-ภาษีนำเข้า

การเงินธนาคาร

อัพเดต 26 พ.ย. 2568 เวลา 09.57 น. • เผยแพร่ 26 พ.ย. 2568 เวลา 02.57 น.

"สหรัฐ" ขาดดุลงบประมาณเดือน ต.ค. เพิ่มขึ้น 10% แตะ 284,000 ล้านดอลลาร์ ผลชัตดาวน์-ภาษีนำเข้า แม้รายจ่ายรวมและภาระดอกเบี้ยยังพุ่งต่อเนื่อง

วันที่ 26 พฤศจิกายน 2568 เวลา 03.56 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า กระทรวงการคลังสหรัฐ เปิดเผยว่า ดุลการคลังของประเทศในเดือนตุลาคมอยู่ที่ระดับขาดดุลเพิ่มขึ้นเป็น 284,000 ล้านดอลลาร์ จากรายงานที่ถูกเลื่อนออกไปและได้รับผลกระทบจากการชัตดาวน์รัฐบาลกลางล่าสุด โดยตัวเลขดังกล่าวสะท้อนรายได้จากภาษีนำเข้า (tariff) ที่ทำสถิติสูงสุดครั้งใหม่ แต่ถูกหักล้างบางส่วนด้วยการเลื่อนการบันทึกจ่ายสวัสดิการบางรายการของเดือนพฤศจิกายนมาอยู่ในข้อมูลของเดือนตุลาคม

เจ้าหน้าที่กระทรวงการคลังสหรัฐรายหนึ่ง กล่าวว่า ผลการจัดทำงบประมาณสำหรับเดือนแรกของปีงบประมาณ 2569 ถูกเลื่อนออกไป เนื่องจากการชัตดาวน์หน่วยงานรัฐบาลกลางเป็นเวลา 43 วัน ซึ่งทำให้การจ่ายเงินหลายประเภทล่าช้า เช่น เงินเดือนของพนักงานรัฐ

ตัวเลขขาดดุลในเดือนตุลาคมเพิ่มขึ้น 27,000 ล้านดอลลาร์ หรือ 10% จากขาดดุล 257,000 ล้านดอลลาร์ในเดือนตุลาคม 2567 โดยหลัก ๆ เกิดจากการเลื่อนบันทึกสวัสดิการมูลค่าประมาณ 105,000 ล้านดอลลาร์ ของบางโครงการในด้านทหารและสาธารณสุขจากเดือนพฤศจิกายนเข้ามาในเดือนตุลาคม
หากตัดผลกระทบจากการเลื่อนบันทึกดังกล่าว ดุลการคลังเดือนตุลาคมจะอยู่ที่ราว 180,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งลดลง 29% เมื่อเทียบกับตัวเลขเดือนตุลาคม 2567 ที่ปรับแล้วที่ 252,000 ล้านดอลลาร์

รายจ่ายรวมในเดือนตุลาคม ซึ่งรวมถึงสวัสดิการที่ถูกเลื่อนเข้ามา บันทึกเป็น 689,000 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 18% จาก 584,000 ล้านดอลลาร์ในเดือนตุลาคม 2567 เจ้าหน้าที่กระทรวงการคลังระบุว่ายังไม่มีตัวเลขที่ชัดเจนว่ารายจ่ายถูกลดลงด้วยการเลื่อนการจ่ายเงินต่าง ๆ จากหลายหน่วยงานมากน้อยเพียงใด แต่ประเมินว่าผลกระทบมีขนาดไม่เกิน 5% ของรายจ่ายทั้งหมด

กฎหมายของรัฐบาลกลางกำหนดให้ต้องจ่ายเงินเดือนและภาระผูกพันที่ค้างชำระระหว่างช่วงชัตดาวน์ให้ครบถ้วนหลังการจัดสรรงบประมาณกลับมาดำเนินการได้ ด้านรายรับของรัฐบาลสหรัฐ ในเดือนตุลาคมอยู่ที่ 404,000 ล้านดอลลาร์ ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์สำหรับเดือนนี้ และเพิ่มขึ้น 24% จาก 327,000 ล้านดอลลาร์ในเดือนตุลาคม 2567

รายได้จากภาษีนำเข้าทำสถิติสูงสุดครั้งใหม่

รายได้จากภาษีนำเข้าสุทธิเป็นหนึ่งในปัจจัยขับเคลื่อนรายรับสำคัญ โดยเพิ่มขึ้นเป็นสถิติสูงสุดครั้งใหม่ที่ 31,400 ล้านดอลลาร์ ในเดือนตุลาคม เนื่องจากมาตรการขึ้นภาษีนำเข้าใหม่ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ นับตั้งแต่กลับเข้าทำเนียบขาวในเดือนมกราคม ตัวเลขนี้สูงกว่าสถิติก่อนหน้าในเดือนกันยายนที่ 29,700 ล้านดอลลาร์ และมากกว่า 4 เท่า ของรายได้ 7,300 ล้านดอลลาร์ในเดือนตุลาคม 2567

ทรัมป์กล่าวเมื่อวันจันทร์ว่า รายได้ภาษีนำเข้าจะพุ่งทะยานทำสถิติใหม่อีกครั้ง โดยมองว่าธุรกิจต่าง ๆ ได้ใช้สินค้านำเข้าที่สต็อกไว้ก่อนการขึ้นภาษีจนหมดแล้ว และจะต้องนำเข้าสินค้าที่มีอัตราภาษีใหม่ที่สูงขึ้น คำกล่าวของเขาบน Truth Social ยังถูกมองว่ามีส่วนต้องการกดดันศาลฎีกาสหรัฐ ซึ่งเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา มีท่าทีตั้งคำถามถึงความชอบด้วยกฎหมายของภาษีนำเข้าที่ทรัมป์ใช้อำนาจภายใต้กฎหมายฉุกเฉิน

ทรัมป์ระบุว่า “ผมตั้งตารอคอยคำตัดสินของศาลฎีกาอย่างมากในเรื่องสำคัญเร่งด่วนนี้ เพื่อที่เราจะได้เดินหน้าทำให้สหรัฐกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้งได้โดยไม่สะดุด!”

ขณะเดียวกัน สำนักงานงบประมาณรัฐสภา (CBO) ระบุเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่าการลดภาษีในบางส่วนที่มาจากข้อตกลงการค้าของสหรัฐกับประเทศคู่ค้า ทำให้ CBO ปรับลดประมาณการผลช่วยลดขาดดุลจากมาตรการขึ้นภาษีของทรัมป์ลง 25% เหลือ 3 ล้านล้านดอลลาร์ ในช่วง 10 ปี รวมดอกเบี้ย จากเดิมที่คาด 4 ล้านล้านดอลลาร์ ในรายงานเดือนสิงหาคม

รายรับอื่น ๆ ที่เพิ่มขึ้น

รายรับภาษีบุคคลธรรมดาที่ไม่ได้ถูกหัก ณ ที่จ่าย (non-withheld) เพิ่มขึ้นอย่างมากเป็น 80,000 ล้านดอลลาร์ ในเดือนตุลาคม เพิ่มขึ้น 35,000 ล้านดอลลาร์ หรือราว 75% จากปีที่แล้ว เจ้าหน้าที่กระทรวงการคลังระบุว่าส่วนเพิ่มนี้ส่วนใหญ่เกิดจากการเลื่อนชำระภาษีของผู้ได้รับผลกระทบจากไฟป่าที่แคลิฟอร์เนีย ซึ่งได้รับการขยายเวลาถึงวันที่ 15 ตุลาคม

รายรับภาษีบุคคลธรรมดาที่หัก ณ ที่จ่าย (withheld income tax) เพิ่มขึ้น 16,000 ล้านดอลลาร์ หรือ 6% มาอยู่ที่ 279,000 ล้านดอลลาร์ แต่รายรับภาษีนิติบุคคลทรงตัวที่ 18,000 ล้านดอลลาร์ โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่าเป็นผลจากมาตรการลดภาษีของกฎหมายลดภาษีและงบประมาณที่พรรครีพับลิกันผลักดันและผ่านในปีนี้

ต้นทุนดอกเบี้ยของรัฐบาลสหรัฐพุ่งขึ้นเป็น 104,000 ล้านดอลลาร์ ในเดือนตุลาคม เพิ่มขึ้น 22,000 ล้านดอลลาร์ หรือ 27% จากปีก่อน เนื่องจากระดับหนี้ที่สูงขึ้นและอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 3.36%

อ้างอิง : www.reuters.com

อ่านข่าวอื่น ๆ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...