โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

จีนยกเลิกอุ้มภาษีทองคำ กดดันต้นทุนพุ่ง ท่ามกลางสัญญาณซื้อคืนของกองทุน

การเงินธนาคาร

อัพเดต 05 พ.ย. 2568 เวลา 12.20 น. • เผยแพร่ 05 พ.ย. 2568 เวลา 05.20 น.

GCAP GOLD ชี้ ราคาทองคำ เผชิญแรงกดดันใหม่ หลังรัฐบาลจีนยกเลิกมาตรการสนับสนุนภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับผู้ค้าทองคำ ส่งผลให้ต้นทุนทองคำสูงขึ้นในทันที จับตาการกลับเข้าซื้อสุทธิของกองทุนทองคำรายใหญ่เป็นครั้งแรกในรอบ 10 วัน มูลค่ากว่า 500 ล้านดอลลาร์ หลังตลาดผ่านช่วง "เทขายหนักสุดในรอบทศวรรษ" และ "ทยอยสะสม" ที่แนวรับ $3,950–$3,915 หรือ 60,300 / 59,800 บาท

5 พฤศจิกายน 2568 - นางสาวอารีรัตน์ มุราชัย หัวหน้านักวิเคราะห์ บริษัท จีแคป จำกัด เปิดเผยว่า ราคาทองคำ ในตลาดโลกได้รับแรงกดดันจากปัจจัยเชิงนโยบายใหม่ของรัฐบาลจีน ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2568 โดยเป็นการ ยกเลิกมาตรการสนับสนุนภาษีทองคำ ที่ใช้มาอย่างยาวนาน

การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวส่งผลกระทบต่อผู้ค้าปลีกที่ซื้อทองคำผ่าน Shanghai Gold Exchange (SGE) เนื่องจากพวกเขาจะ ไม่สามารถนำภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) มาใช้หักภาษี ในขั้นตอนการขายทองคำได้อีกต่อไป การยกเลิกมาตรการนี้ส่งผลให้ ต้นทุนการซื้อขายทองคำ ไม่ว่าจะเป็นทองคำแท่ง เหรียญ หรือเครื่องประดับ ในประเทศจีนสูงขึ้นทันที ซึ่งคาดว่าจะนำไปสู่การ ชะลอตัวของความต้องการทองคำ ในประเทศจีน ซึ่งเป็นตลาดผู้บริโภคทองคำที่ใหญ่ที่สุดในโลก ในระยะสั้น

แม้ว่าราคาทองคำจะเผชิญกับแรงกดดันจากจีน แต่ตลาดโลกได้ผ่านพ้นช่วงเวลาของการ "เทขายทำกำไรครั้งใหญ่ที่สุดในรอบกว่าทศวรรษ" ที่เกิดขึ้นหลังจากราคาพุ่งขึ้นทำระดับสูงสุดที่ $4,380 ซึ่งรวมถึงการไหลออกของเงินลงทุนจากกองทุน ETF และความผ่อนคลายจากความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ-จีน

ล่าสุด มีการรายงานว่า กองทุนทองคำขนาดใหญ่ เริ่มกลับเข้าซื้อทองคำในตลาดเป็นครั้งแรกในรอบ 10 วัน ด้วยมูลค่ารวมกว่า 500 ล้านดอลลาร์ภายในวันเดียว ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่านักลงทุนสถาบันบางส่วนเริ่มเห็นเสถียรภาพในระดับราคาปัจจุบันและกลับเข้าซื้อเพื่อสร้างฐานการลงทุนอีกครั้ง

นอกจากนี้ กลุ่มนักลงทุนเชิงกลยุทธ์ (CTAs) ได้ทยอยลดสถานะขาย (Short Position) ลงจนเกือบเป็นกลาง ขณะที่นักลงทุนสถาบันรายใหญ่ยังคงรักษา สถานะซื้อ (Long Position) ไว้อย่างต่อเนื่อง ข้อมูลเหล่านี้ตอกย้ำถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนในระยะยาวต่อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย แม้ว่าราคาจะเผชิญกับความผันผวนอย่างรุนแรงในช่วงก่อนหน้านี้

ฝ่ายวิเคราะห์ของ GCAP GOLD ประเมินว่าตลาดทองคำอาจกำลังเข้าสู่ช่วงของการ "สะสมพลัง" เพื่อสร้างฐานก่อนการฟื้นตัวครั้งใหม่

สำหรับนักลงทุนทั้งระยะสั้นและระยะกลาง แนะนำกลยุทธ์ ทยอยสะสมเมื่อราคาย่อตัว โดยคาดว่าทองคำจะสามารถสร้างฐานที่แนวรับสำคัญบริเวณ $3,950 – $3,915 (เทียบเท่าราคาทองคำไทยประมาณ 60,300 / 59,800 บาท)

แนวต้านสำคัญที่ต้องจับตาอยู่ในช่วง $4,160 – $4,185 (เทียบเท่าราคาทองคำไทยประมาณ 63,500 – 64,000 บาท) หากราคาสามารถทะลุแนวต้านนี้ไปได้ จะเป็นการเปิดทางสู่แนวโน้มขาขึ้นรอบใหม่

แม้จะมีปัจจัยจากจีนเข้ามาสร้างแรงกดดันในระยะสั้น แต่ปัจจัยพื้นฐานที่ยังคงเป็นแรงหนุนหลักของราคาทองคำยังคงอยู่ ได้แก่ แนวโน้มการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ในปี 2569, การเข้าซื้อทองคำอย่างต่อเนื่องของธนาคารกลางทั่วโลก, และ ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งยังคงเน้นย้ำถึงบทบาทของทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่สามารถใช้ป้องกันความเสี่ยงและรักษาความมั่งคั่งได้ต่อเนื่องในระยะยาว

อ่านข่าว การเงิน-อัตราแลกเปลี่ยน-ราคาทอง ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...