จีนยกเลิกอุ้มภาษีทองคำ กดดันต้นทุนพุ่ง ท่ามกลางสัญญาณซื้อคืนของกองทุน
GCAP GOLD ชี้ ราคาทองคำ เผชิญแรงกดดันใหม่ หลังรัฐบาลจีนยกเลิกมาตรการสนับสนุนภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับผู้ค้าทองคำ ส่งผลให้ต้นทุนทองคำสูงขึ้นในทันที จับตาการกลับเข้าซื้อสุทธิของกองทุนทองคำรายใหญ่เป็นครั้งแรกในรอบ 10 วัน มูลค่ากว่า 500 ล้านดอลลาร์ หลังตลาดผ่านช่วง "เทขายหนักสุดในรอบทศวรรษ" และ "ทยอยสะสม" ที่แนวรับ $3,950–$3,915 หรือ 60,300 / 59,800 บาท
5 พฤศจิกายน 2568 - นางสาวอารีรัตน์ มุราชัย หัวหน้านักวิเคราะห์ บริษัท จีแคป จำกัด เปิดเผยว่า ราคาทองคำ ในตลาดโลกได้รับแรงกดดันจากปัจจัยเชิงนโยบายใหม่ของรัฐบาลจีน ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2568 โดยเป็นการ ยกเลิกมาตรการสนับสนุนภาษีทองคำ ที่ใช้มาอย่างยาวนาน
การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวส่งผลกระทบต่อผู้ค้าปลีกที่ซื้อทองคำผ่าน Shanghai Gold Exchange (SGE) เนื่องจากพวกเขาจะ ไม่สามารถนำภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) มาใช้หักภาษี ในขั้นตอนการขายทองคำได้อีกต่อไป การยกเลิกมาตรการนี้ส่งผลให้ ต้นทุนการซื้อขายทองคำ ไม่ว่าจะเป็นทองคำแท่ง เหรียญ หรือเครื่องประดับ ในประเทศจีนสูงขึ้นทันที ซึ่งคาดว่าจะนำไปสู่การ ชะลอตัวของความต้องการทองคำ ในประเทศจีน ซึ่งเป็นตลาดผู้บริโภคทองคำที่ใหญ่ที่สุดในโลก ในระยะสั้น
แม้ว่าราคาทองคำจะเผชิญกับแรงกดดันจากจีน แต่ตลาดโลกได้ผ่านพ้นช่วงเวลาของการ "เทขายทำกำไรครั้งใหญ่ที่สุดในรอบกว่าทศวรรษ" ที่เกิดขึ้นหลังจากราคาพุ่งขึ้นทำระดับสูงสุดที่ $4,380 ซึ่งรวมถึงการไหลออกของเงินลงทุนจากกองทุน ETF และความผ่อนคลายจากความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ-จีน
ล่าสุด มีการรายงานว่า กองทุนทองคำขนาดใหญ่ เริ่มกลับเข้าซื้อทองคำในตลาดเป็นครั้งแรกในรอบ 10 วัน ด้วยมูลค่ารวมกว่า 500 ล้านดอลลาร์ภายในวันเดียว ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่านักลงทุนสถาบันบางส่วนเริ่มเห็นเสถียรภาพในระดับราคาปัจจุบันและกลับเข้าซื้อเพื่อสร้างฐานการลงทุนอีกครั้ง
นอกจากนี้ กลุ่มนักลงทุนเชิงกลยุทธ์ (CTAs) ได้ทยอยลดสถานะขาย (Short Position) ลงจนเกือบเป็นกลาง ขณะที่นักลงทุนสถาบันรายใหญ่ยังคงรักษา สถานะซื้อ (Long Position) ไว้อย่างต่อเนื่อง ข้อมูลเหล่านี้ตอกย้ำถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนในระยะยาวต่อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย แม้ว่าราคาจะเผชิญกับความผันผวนอย่างรุนแรงในช่วงก่อนหน้านี้
ฝ่ายวิเคราะห์ของ GCAP GOLD ประเมินว่าตลาดทองคำอาจกำลังเข้าสู่ช่วงของการ "สะสมพลัง" เพื่อสร้างฐานก่อนการฟื้นตัวครั้งใหม่
สำหรับนักลงทุนทั้งระยะสั้นและระยะกลาง แนะนำกลยุทธ์ ทยอยสะสมเมื่อราคาย่อตัว โดยคาดว่าทองคำจะสามารถสร้างฐานที่แนวรับสำคัญบริเวณ $3,950 – $3,915 (เทียบเท่าราคาทองคำไทยประมาณ 60,300 / 59,800 บาท)
แนวต้านสำคัญที่ต้องจับตาอยู่ในช่วง $4,160 – $4,185 (เทียบเท่าราคาทองคำไทยประมาณ 63,500 – 64,000 บาท) หากราคาสามารถทะลุแนวต้านนี้ไปได้ จะเป็นการเปิดทางสู่แนวโน้มขาขึ้นรอบใหม่
แม้จะมีปัจจัยจากจีนเข้ามาสร้างแรงกดดันในระยะสั้น แต่ปัจจัยพื้นฐานที่ยังคงเป็นแรงหนุนหลักของราคาทองคำยังคงอยู่ ได้แก่ แนวโน้มการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ในปี 2569, การเข้าซื้อทองคำอย่างต่อเนื่องของธนาคารกลางทั่วโลก, และ ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งยังคงเน้นย้ำถึงบทบาทของทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่สามารถใช้ป้องกันความเสี่ยงและรักษาความมั่งคั่งได้ต่อเนื่องในระยะยาว