มาดูโรยันพร้อมจับเข่าคุยทรัมป์ทุกเมื่อ หลังโดนสหรัฐโจมตีท่าเรือเป็นครั้งแรก
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงการากัส ประเทศเวเนซุเอลา เมื่อวันที่ 2 ม.ค. ว่า ประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร ผู้นำเวเนซุเอลา กล่าวถึงความตึงเครียดกับสหรัฐว่า เขาไม่ได้สนทนาทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ อีกเลย นับตั้งแต่วันที่ 12 พ.ย. ที่ผ่านมา
แม้การสนทนาในวันนั้น "เป็นไปด้วยดี" แต่สถานการณ์นับจากนั้น "ไม่รื่นรมย์อย่างยิ่ง" เนื่องจากสหรัฐยกระดับมาตรการกดดันต่อเวเนซุเอลา ทั้งการคว่ำบาตร การปิดน่านฟ้าแบบไม่เป็นทางการ การยึดเรือบรรทุกน้ำมัน และมาตรการปิดล้อมทางทะเลต่อเรือบรรทุกน้ำมันที่อยู่ในรายชื่อการคว่ำบาตร
ทั้งนี้ มาดูโรยืนยัน ว่ารัฐบาลการากัสยังคงเปิดกว้าง สำหรับการเจรจากับรัฐบาลวอชิงตัน "ที่ไหนก็ได้และเมื่อไหร่ก็ตาม" อย่างไรก็ตาม ผู้นำเวเนซุเอลาปฏิเสธกล่าวถึงการที่ทรัมป์อ้างว่า กองทัพสหรัฐโจมตีท่าเทียบเรือแห่งหนึ่งในเวเนซุเอลา ที่มีการใช้เป็นจุดขนส่งยาเสพติด ซึ่งหากเป็นความจริง จะเป็นครั้งแรกที่สหรัฐปฏิบัติการโจมตีเป้าหมายบนบกในเวเนซุเอลา
นับตั้งแต่เดือน ก.ย. ปีที่แล้ว สหรัฐปฏิบัติการโจมตีทางเรือในทะเลแคริบเบียน และฝั่งตะวันออกของมหาสมุทรแปซิฟิก โดยให้เหตุผลเพื่อกวาดล้างขบวนการค้ายาเสพติด ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 107 ราย จากการโจมตีเรือไม่ต่ำกว่า 30 ลำ
ทว่าผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายระหว่างประเทศและกลุ่มสิทธิมนุษยชนตั้งคำถามถึงความชอบธรรม เนื่องจากสหรัฐไม่เคยแสดงหลักฐานชัดเจน ว่าเรือหรือเป้าหมายที่ถูกโจมตีพัวพันกับยาเสพติดจริง และชี้ว่า เป็นการสังหารนอกกระบวนการยุติธรรม.
เครดิตภาพ : AFP