โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

มาดูโรยันพร้อมจับเข่าคุยทรัมป์ทุกเมื่อ หลังโดนสหรัฐโจมตีท่าเรือเป็นครั้งแรก

เดลินิวส์

อัพเดต 2 มกราคม 2569 เวลา 17.39 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
ผู้นำเวเนซุเอลายืนยันพร้อมเจรจากับประธานาธิบดีสหรัฐ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงการากัส ประเทศเวเนซุเอลา เมื่อวันที่ 2 ม.ค. ว่า ประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร ผู้นำเวเนซุเอลา กล่าวถึงความตึงเครียดกับสหรัฐว่า เขาไม่ได้สนทนาทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ อีกเลย นับตั้งแต่วันที่ 12 พ.ย. ที่ผ่านมา

แม้การสนทนาในวันนั้น "เป็นไปด้วยดี" แต่สถานการณ์นับจากนั้น "ไม่รื่นรมย์อย่างยิ่ง" เนื่องจากสหรัฐยกระดับมาตรการกดดันต่อเวเนซุเอลา ทั้งการคว่ำบาตร การปิดน่านฟ้าแบบไม่เป็นทางการ การยึดเรือบรรทุกน้ำมัน และมาตรการปิดล้อมทางทะเลต่อเรือบรรทุกน้ำมันที่อยู่ในรายชื่อการคว่ำบาตร

ทั้งนี้ มาดูโรยืนยัน ว่ารัฐบาลการากัสยังคงเปิดกว้าง สำหรับการเจรจากับรัฐบาลวอชิงตัน "ที่ไหนก็ได้และเมื่อไหร่ก็ตาม" อย่างไรก็ตาม ผู้นำเวเนซุเอลาปฏิเสธกล่าวถึงการที่ทรัมป์อ้างว่า กองทัพสหรัฐโจมตีท่าเทียบเรือแห่งหนึ่งในเวเนซุเอลา ที่มีการใช้เป็นจุดขนส่งยาเสพติด ซึ่งหากเป็นความจริง จะเป็นครั้งแรกที่สหรัฐปฏิบัติการโจมตีเป้าหมายบนบกในเวเนซุเอลา

นับตั้งแต่เดือน ก.ย. ปีที่แล้ว สหรัฐปฏิบัติการโจมตีทางเรือในทะเลแคริบเบียน และฝั่งตะวันออกของมหาสมุทรแปซิฟิก โดยให้เหตุผลเพื่อกวาดล้างขบวนการค้ายาเสพติด ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 107 ราย จากการโจมตีเรือไม่ต่ำกว่า 30 ลำ

ทว่าผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายระหว่างประเทศและกลุ่มสิทธิมนุษยชนตั้งคำถามถึงความชอบธรรม เนื่องจากสหรัฐไม่เคยแสดงหลักฐานชัดเจน ว่าเรือหรือเป้าหมายที่ถูกโจมตีพัวพันกับยาเสพติดจริง และชี้ว่า เป็นการสังหารนอกกระบวนการยุติธรรม.

เครดิตภาพ : AFP

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...